สพฐ.โชว์เนื้อหาในแท็บเล็ต พร้อมสาธิตการใช้งาน

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๑๙๑/๒๕๕๕
( http://www.moe.go.th/moe/th/home/home.php )
ศธ.ปล่อยคาราวานแท็บแล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย

โครงการแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย (One Tablet Per Child)  

ศึกษาธิการ - ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)  ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. ร่วมพิธีปล่อยคาราวาน "แท็บแล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย" ล็อตแรก ๕๕,๐๐๐ เครื่องไปยังโรงเรียนใน ๘ จังหวัด  เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ที่ด้านหน้า ศธ. ถนนราชดำเนินนอก

รมว.ศธ. กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายแจกแท็บแล็ตพีซีให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ ๑ ทุกคน ภายใต้โครงการแท็บแล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย (One Tablet Per Child) เนื่องจากรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปฏิรูปการเรียนรู้ที่ควรจะเริ่มต้นตั้งแต่ ป.๑ เพราะการเริ่มต้นการเรียนรู้จะต้องวางพื้นฐานตั้งแต่เด็ก ซึ่งเด็ก ป.๑ เป็นวัยที่เริ่มต้นการเรียนในระดับประถมศึกษา จึงต้องการให้เด็กมีกระบวนการคิด แท็บแล็ตพีซีจะช่วยวางลักษณะนิสัยให้เกิดความสนใจใฝ่เรียนรู้ และไม่ปิดกั้นความคิดของนักเรียน ฉะนั้นแท็บแล็ตพีซีจะเป็นการเปิดโลกแห่งการเรียนรู้แนวใหม่ตามคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีที่ว่า “เติมปัญญาด้วยเทคโนโลยี” การดำเนินโครงการในช่วงที่ผ่านมา ศธ.ร่วมกับไอซีที ทำให้ขั้นตอนการจัดหาแท็บแล็ตพีซีดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย จนสามารถทยอยส่งแท็บแล็ตพีซีให้ถึงมือนักเรียน ป.๑ ทั่วประเทศได้แล้ว

 

ความสำเร็จของโครงการแท็บแล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย (One Tablet Per Child) เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในการร่วมกำหนดคุณสมบัติของแท็บแล็ตพีซี รมว.ไอซีที ช่วยดำเนินการจัดหาเครื่องแท็บแล็ตพีซี และในส่วนของ ศธ.ซึ่งได้ดำเนินการขั้นตอนการบรรจุเนื้อหา (content) ลงในแท็บแล็ตพีซี พร้อมทั้งแจกจ่ายไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ส่งต่อไปยังโรงเรียนต่างๆ เพื่อให้นักเรียน ป.๑ ทุกคนได้ใช้ในการเรียนรู้

เมื่อแท็บแล็ตพีซีไปถึงโรงเรียนแล้ว ผู้ปกครองและนักเรียนจะต้องมาลงชื่อยืมแท็บแล็ตพีซีกับทางโรงเรียน จากนั้นก็สามารถนำแท็บแล็ตพีซีไปใช้ประโยชน์ที่บ้านได้ โดยอาจจะยืมเป็นรายปี และนำมาลงทะเบียนต่ออายุสิ้นปีก็ได้ หรือผู้ปกครองหรือนักเรียนที่ไม่สะดวกจะนำกลับบ้าน ก็จะต้องทำความตกลงกับโรงเรียนในการบริหารจัดการต่อไป  นอกจากนี้ จะให้สถานศึกษาจัดอบรมการใช้เครื่องแท็บเล็ตแก่พ่อแม่ในโอกาสต่อไป เพื่อให้แท็บแล็ตพีซีเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ของครอบครัว ผู้ปกครองได้ใช้เวลากับลูกหลานในการเรียนหนังสือ ได้ร่วมกันดูแลและรับผิดชอบแท็บแล็ตพีซีในการพัฒนาการเรียนของนักเรียน เป็นการปฏิวัติการเรียนการสอนของนักเรียน เพราะแท็บแล็ตพีซีสามารถช่วยในการค้นหาข้อมูล ช่วยในการสื่อสาร ออกเสียงภาษาต่างประเทศอย่างถูกต้อง ช่วยลดระยะเวลาในการเรียนการสอน แต่ก็ยังมีการเรียนการสอนแบบเดิมควบคู่กันไป นอกจากนี้นักเรียนยังสามารถทบทวนเนื้อหา บทเรียนที่ไม่เข้าใจ หรือข้ามไปศึกษาบทเรียนในชั้นเรียนถัดไปได้ ซึ่งระบบอินเทอร์เน็ตที่ใช้ จะเป็นระบบคลาวด์ที่กระทรวงไอซีทีจะเข้ามาช่วยดูแลในโอกาสต่อไป เนื่องจากระบบคลาวด์มีข้อดีในการรับส่งและดาวน์โหลดข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้นักเรียนได้รับประโยชน์จากการค้นหาข้อมูล รวมทั้งครูก็สามารถที่จะดาวน์โหลดข้อมูลหรือเนื้อหาประกอบการเรียนการสอนเพิ่มเติมได้โดยง่ายเช่นกัน  อีกทั้งแท็บแล็ตพีซีจะมีระบบติดตาม เพื่อให้ครูสามารถตรวจสอบการทำการบ้าน แบบฝึกหัด หรือชิ้นงานของนักเรียน โดยเครื่องจะบันทึกข้อมูลไว้ตลอดเวลา

 

รมว.ไอซีที ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังพิธีปล่อยคาราวาน กรณีตรวจพบแท็บแล็ตพีซีไม่ได้มาตรฐานว่า ขั้นตอนของการตรวจสอบแท็บแล็ตพีซีเป็นไปตามหลักสากล ซึ่งระบุชัดเจนว่า การสุ่มตรวจเครื่องแท็บแล็ตพีซีจำนวนเท่าไร จะต้องสุ่มตรวจกี่เครื่อง  ซึ่งการสุ่มตรวจจะใช้ระบบคอมพิวเตอร์สุ่มตรวจแท็บแล็ตพีซีทั้งหมด จากนั้นเครื่องจะทำการสุ่มขึ้นมาและนำเครื่องที่สุ่มนั้นไปเข้ากระบวนการตรวจอย่างละเอียดตามมาตรฐาน MIL-STD-105E ที่เป็นมาตรฐานสากล คือ ๑๕๐,๐๐๐ เครื่องที่ตรวจสอบ อุปกรณ์หลักจะเสียได้ไม่เกิน ๗ เครื่อง และอุปกรณ์เสริมเสียได้ไม่เกิน ๑๔ ชิ้น เช่น หูฟัง ที่ชาร์ตแบตเตอรี่ ซึ่งจากการสุ่มตรวจ ๕๙,๐๐๐ เครื่อง พบว่ามีจำนวน ๗ เครื่องที่คุณภาพไม่ได้มาตรฐานเกี่ยวกับตัวเครื่อง เช่น ระบบสัมผัสช้า ระบบหน้าจอติดๆ ดับๆ  ซึ่งการพบเครื่องไม่ได้มาตรฐานจำนวน ๗ เครื่อง ถือว่าอยู่ในมาตรฐานสากลที่ยอมรับได


 นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการการจัดซื้อตามโครงการคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตพีซีแบบพกพา หรือ One Tablet Pc Per Child มีความชัดเจนแล้ว ซึ่งเป้าหมายของการใช้แท็บเล็ตเป็นการเรียนรู้ทางสังคม เพราะโรงเรียนในต่างประเทศก็ใช้แท็บเล็ตกันหมด แม้ประเทศที่ด้อยพัฒนาก็มีแท็บเล็ตใช้ จากการศึกษาพบว่า การใช้แท็บเล็ตเป็นการปฏิวัติการเรียนการสอน และเมื่อมีการฝึกอบรมครูที่ดีก็จะส่งผลให้เด็กในประเทศนั้นๆ ฉลาดและเก่งด้วย ทั้งนี้ การนำแท็บเล็ตมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน จะช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของเด็ก ป.1 ให้พัฒนาเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วย


 นายสุชาติกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะให้เด็กนำแท็บเล็ตกลับไปใช้ที่บ้านได้ด้วย แต่ต้องดูเงื่อนไขที่ต้องตกลงกับผู้ปกครองด้วย สำหรับการดูแลรักษาเครื่องจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และกรณีที่แท็บเล็ตเสียหายเล็กน้อย เช่น เปิดปิดไม่ได้ ใช้ได้ไม่ดี จะมีอาชีวศึกษาแต่ละจังหวัดเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงแท็บเล็ตให้ ขณะนี้ ศธ.มีงบประมาณที่สามารถจัดซื้อแท็บเล็ตได้ประมาณ 1,600 ล้านบาท แต่ไม่พอต่อการจัดซื้อแท็บเล็ตตามเป้าหมาย 1 ล้านเครื่อง เพราะหากจะจัดซื้อให้ครบจะต้องใช้งบถึง 2,400 ล้านบาท จึงให้แต่ละหน่วยงานไปเปลี่ยนแปลงงบที่ได้รับในปีงบประมาณปี 2555 เพื่อมาจัดซื้อให้ครบตามจำนวนดังกล่าว


 ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำหรับการใช้งานแท็บเล็ต สพฐ.จะดูแลการใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีเนื้อหาที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานการเรียนรู้ครบทุกกลุ่มสาระ ซึ่ง สพฐ.สร้างแอพพลิเคชั่นแบบง่ายๆ ใส่ลงในแท็บเล็ตเด็กจะไม่ยุ่งยากในการเข้า พร้อมมีบทเพลงการเรียนสำหรับการท่องจำด้วย นอกจากนี้ ยังบรรจุดิกชันนารี สูตรคูณ บทสวดมนต์ ที่จำเป็นสำหรับเด็ก ป.1 ได้เรียนรู้อีกด้วย

 

แท็บเล็ตครู

 

วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555 เวลา 20:22 น.  ข่าวสดออนไลน์
สพฐ.หางบเพิ่มซื้อแท็บเล็ต ป.1-ครู

 เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณ เพื่อเสนอขอจัดตั้งงบประมาณ ประจำปีพ.ศ.2556 ในส่วนของนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตต่อ 1 นักเรียน ว่าเชื่อว่าการจัดซื้อแท็บเล็ตของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะไม่มีปัญหา ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการจัดเตรียมเนื้อหาที่จะใส่แท็บเล็ตค่อนข้างสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะจัดซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียนชั้นป.1 ครบทุกคน ในทุกสังกัดภายในเดือนพ.ค.นี้ และจะเริ่มแจกนักเรียนชั้นม.1 ในเทอม 2 ของปีการศึกษาพ.ศ.2555


 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมขอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดเตรียมงบฯ ดำเนินโครงการ 3 เรื่อง คือ 1.การจัดซื้อคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ชั้นป.1 ราคาเครื่องละ 2,675 บาท และ ม.1 ราคาเครื่องละประมาณ 3,400 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเครื่องของครูผู้สอนจะมีสเป๊กสูงกว่านักเรียน 2.จัดเตรียมงบฯ จัดซื้ออุปกรณ์อื่นๆ และ 3.จัดเตรียมงบฯ พัฒนาครู ทั้งนี้นายสุชาติยังสั่งการให้สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เริ่มวางแผนจัดทำเนื้อหาของชั้นป.2 ไว้เลย โดยให้จัดทำระเบียบหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนใน 3 ประเด็น คือ 1.การให้เด็กนำเครื่องกลับไปใช้ที่บ้านตลอดระยะเวลา 1 ปีแรก 2.ความรับผิดชอบกรณีเครื่องตกหล่นเสียหาย และ 3.การมอบเครื่องให้เด็กเมื่อใช้งานครบ 3 ปี


 ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การจัดซื้อแท็บเล็ตมีความชัดเจนมากขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมนักเรียนชั้นป.1 และครูผู้ใช้ได้รับแท็บเล็ตครบทุกคน สพฐ.ต้องจัดหางบฯ เพิ่มเติม 477 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อแท็บเล็ตชั้นป.1 จำนวน 566,661 คน รวมครูผู้ใช้ประมาณ 50,000 คน 

 

แท็บแล็ตพีซีเพื่อการศึกษานักเรียนประถมต้น

ข้อดี....

          เป็นการปฏิรูปการเรียนรู้  กระบวนการคิด  ลักษณะนิสัยให้เกิดความสนใจใฝ่เรียนรู้ และไม่ปิดกั้นความคิดของนักเรียน ( ที่ครูเป็นผู้กำหนดความรู้ )  เป็นการเปิดโลกแห่งการเรียนรู้แนวใหม่  คือ นักเรียนสามารถเลือกเรียนและทบทวนเนื้อหาที่ชอบตามความต้องการของตนเองเป็นอิสระ

                ลดน้ำหนักสื่อการเรียนรู้ ที่นักเรียนต้องแบกไปโรงเรียนแต่ละวัน เช่น หนังสือรายวิชา 200 หน้า มีน้ำหนักเล่มละ 500 กรัม ต่อเล่ม แต่เรียนเพียง  5  หน้า

                สื่อรายวิชา สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหว ให้สีสัน  ประกอบเสียง และตัวอักษรไปพร้อมๆ เป็นเครื่องจูงใจให้อยากดูต่อไป

                ช่วยในการสื่อสาร ออกเสียงภาษาไทยและต่างประเทศอย่างถูกต้อง

                เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปในการทดสอบความรู้ ที่เรียกว่า “ คลังข้อสอบ “ มีคำอธิบายและคำเฉลย เช่น คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, สังคมศึกษา, ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ

 

                มีเกมส์แข่งขันทดสอบเชาว์ปัญญาไหวพริบ เพื่อฝึกด้วยตัวเองไม่กลัวใครตำหนิ

 

เป็นการปฏิวัติการเรียนรู้ทางวิชาการ ทักษะและสติปัญญาที่สามารถศึกษาหาความรู้และต่อยอดองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งกระตุ้นให้สังคมครอบครัว ตื่นตัวแสวงหาแท็บแล็ตพีซี ให้กับบุตรหลานและตนเองให้เป็นผู้รู้เท่าทันข่าวสารภายใต้บริบทแห่งการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ตามแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ คือการเรียนรู้ตลอดชีวิต.

 

สามารถช่วยในการค้นหาข้อมูลความรู้ที่ต้องการได้ จากระบบอินเทอร์เน็ต และมีระบบป้องกันการเปิดเวปไซตไม่เหนาะสม กระทั้งปิดการทำงานในช่วงเวลาหลับนอน

 

ครูก็สามารถที่จะดาวน์โหลดข้อมูลหรือเนื้อหาประกอบการเรียนการสอนเพิ่มเติมได้โดยง่ายเช่นกัน  อีกทั้งจะมีระบบติดตาม เพื่อให้ครูสามารถตรวจสอบการทำการบ้าน แบบฝึกหัด หรือชิ้นงานของนักเรียนแต่ละคน โดยเครื่องจะบันทึกข้อมูลไว้ตลอดเวลา

 

ข้อเสียและการแก้ปัญหา....

                ครูต้องเตรียมศึกษาขั้นตอนการทำงาน, การเปิดโปรแกมในเครื่องแท็บแล็ตพีซี และวาง แผนการสอนเนื้อหาวิชาเพื่อชี้นำหรือเน้นส่วนที่สำคัญเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้นักเรียนเข้าใจเบื้องต้น ซึ่งต่อไปนักเรียนจะสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองในโอกาสต่อไป  ( ไม่ควรใข้สื่อแท็บแล็ตพีซี สอนติดต่อกันหลายชั่วโมง ควรสลับกับการเรียนปกติทั่วๆไป )

 

                ครูจะต้องเสียเวลารอและติดตามตรวจสอบให้นักเรืยนทุกคนเปิดเครื่องและโปรแกมบทเรียนที่ต้องการสอนให้ถูกต้องครบทุกคนก่อน ( ต้องมีจอฉายขนาดใหญ่หน้าชั้นเรียนเพื่อแสดงขั้นต้อนการเปิดให้นักเรียนปฏิบัติตาม แทนการพูดด้วยวาจา ) 

 

                ต้องตรวจสอบโปรแกรมเปิดใช้ได้อย่างสมบูรณ์และแบตเตอรี่ เกินกว่า 80 เปอร์เซ็น ของนักเรียนทุกคน  ( เนื่องจากหากมีหลายเครื่องจะมีปัญหาปลั๊กต่อไฟฟ้ามีจำนวนไม่พอ จึงควรอนุญาตให้ผู้ปกครองยืมเครื่องกลับบ้านให้นักเรียนทบทวนวิชาและเปิดสื่อที่ตนสนใจหลังจากนั้นแนะนำการชาร์จไฟ คือ เมื่อเลียบอุปกรณ์ชาร์จเข้าปลั๊กไฟฟ้าบ้าน เครื่องจะเปิดอัตโนมัติ ให้ดูว่ามีรูปสายฟ้าขึ้นที่เครื่องหมายแบบเตอรี่  บางครั้งขั้วเสียบเข้าเครื่องไม่แน่นพอ  ให้ทิ้งไว้ตลอดคืนและนำกลับคืนโรงเรียนในต้อนเช้า ก็จะได้ไฟเต็มพร้อมในการสอนต่อไป )

 

                นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่วนเรียนรู้ ( โรงเรียนควรนำเครื่องแท็บแล็ตพีซี เข้าไว้ในห้องโสตเท็คโนโลยีการศึกษา

ที่มีบุคลากรทางคอมพิวเตอร์และมีเครื่องฉายขนาดใหญ่ เปิดแนะนำการใช้เครื่องทั่วๆไป ให้นักเรียนทั่วไปได้มีโอกาส เรียนรู้ )

 

                ตัวเลือกเปิดโปรแกมภาษาอังกฤษต้องแนะนำคำศัพท์ เช่น Kids Connect, Kids Education, Kids Math Lite, Kids Number, OBEC EDU,  Play, NEXT, Exercise , More Gamed, Learn Number, Now,You Count, Find Largest Number, Parctice Addition,Advanced Subtraction………….  

 

          การเปิดโปรแกมหนังสือเรียน  Books  เมื่อกดเลือกแล้วไม่เล่นอัตโนมัติ แต่ต้องแจ้งให้นักเรียนเลือกเปิดค่าเริ่มต้นให้ถูกต้อง มิเช่นนั้นจะมีการแสดงผลที่แตกต่างกันหากนักเรียนแต่ละคนเปิดไม่เหมือนกัน  เช่น  Adobe Reader, Document Viewer,Follow Book,Kingsoft Office   

 

                เครื่องจะปิดจออัตโนมัติบ่อยๆ ระหว่างเปิดรายการอยู่ ต้องกดปุ่มเปิดและกุญแจเปิด

                Learn English Kids เสียงออกลำโฟงเบามาก ( ต้องให้ใช้หูฟังแต่ละคนเป็นการป้องกันเสียงตีกันด้วย )

 

          ต้องแนะนำการปิดเครื่องให้สมบูรณ์หลังการใช้งานเพื่อประหยัดแบตเตอรี

 

 

--------------------------------------