ระเบียบสวัสดิการโรงเรียนสัมมาชีวศิลปกรุงเทพฯ

.. 2546

___________________________

                                      โดยที่เป็นการสมควรออกระเบียบสวัสดิการโรงเรียนสัมมาชีวศิลปกรุงเทพฯไว้ ดังต่อไปนี้

     ข้อ1   ระเบียบข้อบังคับนี้เรียกว่า“ระเบียบสวัสดิการโรงเรียนสัมมาชีวศิลปกรุงเทพฯ พ.. 2546 “

     ข้อ2  ระเบียบสวัสดิการโรงเรียนสัมมาชีวศิลปกรุงเทพฯ..2546 มีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2546

               เป็นต้นไป

     ข้อ 3 กรณีใดที่มิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ ให้คณะกรรมการบริหารสวัสดิการโรงเรียนสัมมาชีวศิลป

              กรุงเทพฯ เป็นผู้วินิจฉัยกรณีนั้น

 

หมวดที่ 1

ความทั่วไป

 

     ข้อ 4  เครื่องหมายของสวัสดิการโรงเรียนสัมมาชีวศิลปกรุงเทพฯ มีเครื่องหมายดังนี้

 

 

    ข้อ 5  ภายใต้ข้อบังคับนี้

                    “ สวัสดิการ “       หมายถึง  สวัสดิการของโรงเรียนสัมมาชีวศิลปกรุงเทพฯ 

                   “คณะกรรมการ”  หมายถึง คณะกรรมการบริหารสวัสดิการโรงเรียนสัมมาชีวศิลป กรุงเทพฯ

                   “สมาชิก”             หมายถึง สมาชิกสวัสดิการโรงเรียนสัมมาชีวศิลปกรุงเทพฯ

                   “โรงเรียน”            หมายถึง โรงเรียนสัมมาชีวศิลปกรุงเทพฯ

                   “ ครู “                    หมายถึง ผู้มีตำแหน่งครูปัจจุบันในโรงเรียนสัมมาชีวศิลปกรุงเทพฯ

                   “พนักงาน“             หมายถึง เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างทุกประเภทที่รับเงินเดือนประจำในโรงเรียน

                                                 สัมมาชีวศิลปกรุงเทพฯ และสัมมาชีวศิลปมูลนิธิ

     ข้อ 6  สำนักงานของคณะกรรมการ ตั้งอยู่ ณ โรงเรียนสัมมาชีวศิลป  เลขที่ 744 ซอยพญานาค ถนน

               พญาไท แขวงถนนเพชรบุรี  เขตราชเทวี  กรุงเทพมหานคร   รหัสไปรษณีย์ 10400

     ข้อ 7  วัตถุประสงค์สวัสดิการ เพื่อ

              7.1 ส่งเสริมการออมทรัพย์ในหมู่สมาชิก โดยให้มีการรับฝากเงินและให้ผลตอบแทนสมาชิก

              7.2 สร้างเสริมความสัมพันธ์และความสามัคคี ระหว่างสมาชิก,ผู้ปกครอง, นักเรียนปัจจุบันของ

                     โรงเรียนสัมมาชีวศิลป

              7.3 สร้างและดำรงไว้ซึ่งเกียรติและชื่อเสียงของโรงเรียน และสัมมาชีวศิลปมูลนิธิฯ

              7.4 สนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมอันเป็นสาธารณะประโยชน์ และศีลธรรม วัฒนธรรมอันดีงาม

 

 

              7.5  สนับสนุนและให้ความร่วมมือกับกิจกรรมพิเศษของนักเรียนตามที่ทางโรงเรียนร้องขอ

              7.6 ให้ความอนุเคราะห์ด้านสวัสดิการแก่สมาชิก ในส่วนที่ได้รับความเดือดร้อนเร่งด่วน ไม่

                      สามารถได้รับสิทธิ์การเบิกจากทางราชการหรือองค์กรอื่นๆ 

 

หมวดที่ 2

สมาชิก

 

     ข้อ 8  สมาชิกของสวัสดิการมี 2 ประเภท คือ

          8.1  สมาชิกสามัญ ได้แก่ผู้ที่เป็นครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนและของสัมมาชีวศิลปมูลนิธิฯ 

8.2   สมาชิกกิตติมศักดิ์ได้แก่บุคคล ผู้บริจาค  ผู้มีอุปการคุณ  ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้เชิญ ได้ด้วย

                 คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของคณะกรรมการที่เข้าประชุม

     ข้อ 9  สมาชิกสามัญจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

          9.1  เป็นผู้ถือหุ้นสวัสดิการ

          9.2  เป็นผู้มีบัญชีรับเงินเดือนประจำของโรงเรียน หรือสัมมาชีวศิลปมูลนิธิ

          9.3  เป็นผู้ยอมรับกฎระเบียบ, วัตถุประสงค์ของสวัสดิการ ด้วยความเต็มใจและสมัครใจ

          9.4  เป็นผู้ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการให้เข้าเป็นสมาชิก

ข้อ 10  การสมัครเข้าเป็นสมาชิก

     10.1  สมาชิกสามัญจะต้องชำระเงินค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกคนละ 20   บาท ( ยี่สิบบาทถ้วน )

              และชำระเงินค่าหุ้น ๆ ละ 100 บาท ( หนึ่งร้อยบาทถ้วน ) เป็นอย่างน้อย

10.2  สมาชิกกิตติมศักดิ์  ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องชำระเงินค่าลงทะเบียนและเงินค่าหุ้น แต่จะต้องเขียน

              ข้อความตามแบบของใบสมัครส่งต่อเลขานุการเพื่อเป็นหลักฐานการลงทะเบียน

10.3  เมื่อสมาชิกได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน และเงินค่าหุ้นแล้ว จะเรียกร้องเงินคืนไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใด

              นอกจากเมื่อพ้นสภาพสมาชิกจะคืนให้เฉพาะเงินค่าหุ้นและผลตอบแทนเท่านั้น

10.4  เงินค่าหุ้นการเป็นสมาชิก และได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการแล้ว ไม่ว่าจะอนุมัติในวัน

              ใดของปีให้ถือว่าเป็นสมาชิกในปีนั้น  โดยถือวัน 1 พฤษภาคม  เป็นปีต่อไป

ข้อ 11  การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกยื่นใบสมัครตามแบบของสวัสดิการต่อเลขานุการ นำใบสมัครของผู้สมัคร เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณา ผลเป็นประการใดให้เลขานุการแจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ข้อ 12  เมื่อคณะกรรมการรับเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าหุ้นให้เสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ

ข้อ 13  ความเป็นสมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับในแบบลทะเบียนของผู้ที่คณะกรรมการได้เชิญเข้าเป็นสมาชิกได้มาถึง

ข้อ 14  สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้

14.1  ลาออกโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อคณะกรรมการ และได้ชำระหนีสินให้หมดสิ้น

             ( ถ้ามี ) โดยผ่านการอนุมัติให้ลาออกได้

     14.2  ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิก ตามข้อ 9

     14.3  ผู้ที่ถูกมติของที่ประชุมใหญ่ได้ลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนความเป็นสมาชิก โดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกที่เข้าประชุม

ข้อ 15   การลบชื่อออกจากสมาชิกเพราะเหตุดังนี้

     15.1 ไม่จัดการแก้ไขหลักประกัน ( สำหรับผู้กู้เงิน ) ที่บกพร่องให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

     15.2 จงใจฝาฝืนระเบียบ - ข้อบังคับ หรือ มติที่ประชุมคณะกรรมการ หรือแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อวัตถุประสงค์ของสวัสดิการ

ข้อ 16  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

     16.1  มีสิทธิขอรับการสงเคราะห์ หรือกู้ยืมเงินตามกฎระเบียบโดยเท่าเทียมกัน  

     16.2  มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของสวัสดิการ

     16.3  มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่ได้จัดให้มีขึ้น

     16.4  มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสวัสดิการ

     16.5  สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหาร

16.6  สมาชิกสามัญ เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน มีสิทธิขอตรวจสอบเอกสาร และทรัพย์สินของ   สวัสดิการ ได้ โดยยื่นความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมด้วยเหตุผลอันสมควรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ

     16.7   สมาชิกสามัญ เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน มีสิทธิทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น พร้อมทั้งแจ้งความประสงค์ด้วยว่าเพื่อการใด

     16.8    มีสิทธิที่จะเข้าร่วมกิจกรรมที่สวัสดิการได้จัดให้มีขึ้น

     16.9    มีสิทธิในการประดับเครื่องหมายของสวัสดิการได้

     16.10  มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตนให้เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับ

     16.11  มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกขององค์กรและสวัสดิการ

     16.12  มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของโรงเรียนและสัมมาชีวศิลปมูลนิธิฯ

    16.13  มีหน้าที่ให้การสนับสนุนต่อการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ในมวลสมาชิก

 

หมวดที่ 3

การดำเนินกิจการของสวัสดิการ

 

    ข้อ 17  จัดให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสวัสดิการมีจำนวนอย่างน้อย 5 คน อย่างมากไม่เกิน 7 คน คณะกรรมการนี้ได้มาจาก

 

 

     17.1  ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกผู้ร่วมในที่ประชุม เป็นผู้ทำการเลือกตั้งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการจำนวน 3 คน จากสมาชิกที่มาร่วมประชุม

     17.2  ให้ผู้จัดการโรงเรียนสัมมาชีวศิลปกรุงเทพ เป็นกรรมการโดยตำแหน่งและผู้แต่งตั้งผู้แทนด้านบริหารอีก 2 คน เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อร่วมบริหารกิจการของสวัสดิการ ในกรณียังไม่มีสมาชิกเพื่อประชุมใหญ่เลือกตั้ง ให้ผู้จัดการโรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราวเพื่อดำเนินการรับสมัครสมาชิกและเรียกประชุมจนกว่าจะจัดตั้งคณะกรรมการเป็นที่เรียบร้อย

     17.3  ให้คณะกรรมการ  ทำการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานสวัสดิการ, เลขานุการและเหรัญญิก.

17.4   ประธานสวัสดิการ เป็นผู้แต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานของสวัสดิการได้แก่ เจ้าหน้าที่การเงินและอื่นๆ

               ตลอดจนการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง และหน้าที่ต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสม

ข้อ 18  กรรมการสวัสดิการ มีตำแหน่งและหน้าที่ ดังนี้

     18.1  ประธาน มีหน้าที่ในการบริหารกิจการของสวัสดิการ เป็นผู้แทนในการลงนามในนิติกรรมสัญญาทั้งปวงของสวัสดิการ  เว้นแต่จะมีการมอบหมายให้กรรมการผู้ใดเป็นผู้ปฏิบัติแทน ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ

     18.3  เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการทั้งปวงของสวัสดิการ เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามมติของที่ประชุม และคำสั่งของประธาน ทำหน้าที่เป็นเลขานุการการประชุม มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมด

     18.4  เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งสิ้น เป็นผู้ตรวจสอบและจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสวัสดิการ

     18.5  เจ้าหน้าที่การเงิน  มีหน้าที่ดำเนินการรับ - จ่ายเงิน และเก็บเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการเงิน  อำนวยความสะดวกแก่สมาชิกและผู้เกี่ยวข้อง

ข้อ 19  เลขานุการและเหรัญญิก  จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ โดยยึดตามปีบัญชีเป็นหลัก

ข้อ20  กรรมการสวัสดิการอยู่ในตำแหน่งได้วาระละ2 ปี  และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ ยังไม่ได้รับมอบหน้าที่ ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระ รักษาการไปพลางก่อนและให้ทำการส่งมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับการจัดตั้ง

ข้อ 21 หากประธานกรรมการต้องพ้นจากการเป็นสมาชิก จะต้องพ้นจากหน้าที่ด้วย ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่ง เข้าดำรงตำแหน่งแทน แต่จะอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่แทนเท่านั้น

ข้อ22 ตำแหน่งกรรมการถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระให้ประธานแต่งตั้งสมาชิกสามัญผู้ใดผู้หนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่ง แทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้นและผู้ที่เข้าดำรงตำแหน่งแทน จะอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

 

ข้อ 23 กรรมการอาจจะพ้นตำแหน่ง ซึ่งมิใช่การออกตามวาระ ด้วยเหตุดังนี้คือ

          23.1 ลาออก

          23.2 ขาดจากสมาชิกสภาพ

          23.3 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออก

ข้อ 24  กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณอักษร ต่อประธาน และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการให้ลาออก

ข้อ 25  อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

     25.1  ออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้น จะต้องไม่ขัดต่อระเบียบข้อบังคับตลอดจนวัตถุประสงค์ของสวัสดิการ

     25.2  แต่งตั้งที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้ แต่ที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

     25.3 รับผิดชอบร่วมกันในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สิน ทั้งหมดของสวัสดิการ

     25.4 จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญและประชุมใหญ่วิสามัญ

     25.5 มีหน้าที่อำนวยการ ประสานงาน ดำเนินการ และกำกับดูแลกิจกรรมของสวัสดิการให้บรรลุวัตถุประสงค์

ข้อ 26  คณะกรรมการ จะต้องมีการประชุมกันตามปกติอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง เพื่อปรึกษาหารือ เกี่ยวกับการบริหารกิจการ

ข้อ 27  การประชุมคณะกรรมการ  จะต้องมีกรรมการเข้าประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 28 ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้น เลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่ 4

การประชุมใหญ่

 

ข้อ 29  การประชุมใหญ่ของสวัสดิการ มี 2 ชนิด คือ

          29.1 ประชุมใหญ่สามัญ

          29.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 30  คณะกรรมการ จะต้องให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ 1 ครั้ง ภายใน 60 วันหลังจากสิ้นปีบัญชีสวัสดิการ

ข้อ 31  การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้โดยเหตุที่ คณะกรรมการเห็นสมควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกร้องขอต่อคณะกรรมการ

ข้อ 32  การแจ้งกำหนดการประชุมใหญ่ ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้สมาชิกได้ทราบ และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณอักษร โดยกำหนดวัน เวลาและสถานที่ให้ชัดเจน และจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และปิดประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ไว้ ณ โรงเรียนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อ 33  การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

     33.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี

     33.2 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ

     33.3 เลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ

    33.5 เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี

ข้อ 34  ในการประชุมใหญ่สามัญ หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด  จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าถึงกำหนดเวลาประชุม ยังมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้ขยายเวลาออกไปอีกเป็นเวลา 2 ชั่วโมง แต่เมื่อครบกำหนดเวลาที่ขยายออกไปแล้ว ยังมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่นัดการประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิกแล้ว มีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นอีก

ข้อ 35 การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ สมาชิกมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ให้นำจำนวนหุ้นมาเป็นคะแนนเสียงถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติ มีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 36  ในการประชุมใหญ่ ให้ผู้จัดการโรงเรียนสัมมาชีวศิลปกรุงเทพฯ เป็นประธาน ถ้าผู้จัดการโรงเรียนไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมแต่งตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมแทน

 

หมวดที่5

การเงินและทรัพย์สิน

   

ข้อ 37  ขอรับการสนับสนุนการเงินจากสัมมาชีวศิลปมูลนิธิฯ  รับบริจาคและจัดกิจกรรมหารายได้เพื่อบริหารตามวัตถุประสงค์ 

ข้อ 38   การเงินและทรัพย์สินทั้งหมด ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสวัสดิการ ถ้ามีให้นำฝากไว้ในธนาคารที่เชื่อถือได้ ตามที่คณะกรรมการจะเห็นสมควร การลงนามในตั๋วเงิน หรือเช็คของสวัสดิการ จะต้องมีลายมือชื่อของประธาน ลงนามร่วมกันกับ เลขานุ หรือเหรัญญิก จึงจะถือว่ามีผล

 

 

 

ข้อ 39  ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสวัสดิการได้ครั้งละไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน ) หากเกินจากจำนวนดังกล่าว จะต้องมีเหตุผลจำเป็นฉุกเฉินในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของสมาชิกหรือครอบครัว และต้องประกาศให้สมาชิกได้ทราบโดยมิชักช้า

ข้อ 40 ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสวัสดิการไว้ได้ไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสวัสดิการ

ข้อ 41  เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายได้และรายจ่าย บัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ บัญชีที่รับรองทั่วไป  และจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของประธานหรือเลขานุการร่วมกับเหรัญญิก จึงถือเป็นสมบูรณ์

 ข้อ 42  ให้ถือวันที่ 30  เมษายน ของปี เป็นวันปิดบัญชีเพื่อจัดทำงบดุลการเงินสวัสดิการ

 ข้อ 43  การแต่งตั้งผู้รับผลประโยชน์แทนสมาชิก สมาชิกจะต้องทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ด้วยลายมือของสมาชิกเองทั้งฉบับ โดยจะถือเอาเอกสารที่ลงวันที่ครั้งหลังสุดเป็นสำคัญ ในกรณีที่สมาชิกผู้นั้นถึงแก่กรรม โดยผู้รับผลประโยชน์จะต้องนำหลักฐานแสดงตนมาแสดงต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายโดยมิชักช้าต่อไป

 ข้อ 44 สมาชิกที่พ้นสภาพการเป็นสมาชิก คณะกรรมการจะพิจารณาดำเนินการจ่ายคืนค่าหุ้น เงินฝาก เงินผลประโยชน์อื่นๆ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วันนับจากวันพ้นสภาพสมาชิก  

 

หมวดที่ 6

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขวัตถุประสงค์

 

ข้อ 45  ระเบียบข้อบังคับนี้ จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดย มติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมจะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

ข้อ 46  การเลิกกิจการสวัสดิการ จะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น มติของที่ประชุมใหญ่ ที่ให้เลิกจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมด  ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย หรือมติคณะกรรมการอำนวยการสัมมาชีวศิลปมูลนิธิฯ

ข้อ 47  เมื่อต้องเลิกไม่ว่าเหตุใดก็ตาม ทรัพย์สินของสวัสดิการที่เหลืออยู่ หลังจากที่ได้มีการชำระบัญชีให้กับสมาชิกและเจ้าหนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเกินให้ตกเป็นของสัมมาชีวศิลปมูลนิธฯ เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาของโรงเรียนต่อไป.    

 

                                                                     ลงชื่อ   

                                                                                      ( นายมนัส  ศรีเพ็ญ )

                                                                         ผู้จัดการโรงเรียนสัมมาชีวศิลปกรุงเทพฯ