นิราศอเมริกา

 

                วันแม่พ่อ  ขอพระราชทาน  เป็นถ่านเถ้า        เรื่องใดเศร้า  เท่านี้  จะมีหรือ

แม่พ่อดู  ชูประคอง  ทั้งสองมือ                                         สำคัญคือ  ความทรงจำ  ด่ำกมล

ในวันนั้น  ผันชีวิต  คิดทางเลือก                                      ถอนใจเฮือก  สุดท้าย  ไปทุกหน

รัชนี  ผู้ชี้ช่อง  ให้สองคน                                                  สู่สากล  สมัครให้  ไปอเมริกา

สิบสี่ปี  ที่วันนั้น  ถึงวันนี้                                                   รับวีซ่า  ถาวร  นอนผวา

ทูตสัมภาษณ์  จัดคิวเตือน  เดือนมกรา                             ยี่สิบห้า  ตีตราให้  ได้โอเค

เป็นกรีนการ์ด  บัตรวีซ่า  ผู้อาศัย                                       ที่ว่าไว้  เพียงสิบปี  มีหันเห

อเมริกา  ตะวันออกกลาง  ต่างซวนเซ                              เกิดลังเล  รีรอ  ขอเลื่อนมา

เวลาเคลื่อน  เชือนคอยรอ  ต่ออายุ                                    จึงล้างลุ  เสียให้ทัน  ซึ่งปัญหา

เคลียร์ให้สิ้น  ก่อนบินไป  อเมริกา                                   เรื่องค้างคา  ถ้ายังมี  ให้คลี่คลาย

ความมุ่งหวัง  อยู่ต่างแดน  แสนมืดมิด                             ยากสัมฤทธิ์  สิ่งงดงาม  ตามคาดหมาย

อายุมาก  อยากศึกษา  สิ่งท้าทาย                                        ตอนบั้นปลาย  ก่อนชีพลับ  ดับชีวัน

มองเห็นการณ์  อันภายหน้า  อนาคต                              คงไม่สด  ใสสุด  ดุจดังฝัน

ถิ่นเคยอยู่  อู่เคยนอน  จรจากพลัน                                   ดงมะกัน  หรือรุ่งเรือง  กว่าเมืองไทย

ใช่อนาถ  วาสนา  ชะตาตก                                                จึงต้องยก  ครอบครัวจาก  เหมือนผลักไส

กรรมบันดล  คนบันดาล  การณ์เป็นไป                           หรือตั้งใจ  ในอดีต  ลิขิตเอง

ไม่สุขแสน  ยินดี  เมื่อมีโชค                                               ไม่ทุกข์โศก  เมื่อโชคร้าย  ใครข่มเหง

รู้แตกดับ  รู้กลับกลาย  เปลี่ยนไปเอง                               ความโง่เก่ง  ดีชั่ว  มีทั่วไป

หลบไปอยู่  เมืองนอก  ยิ่งชอกช้ำ                                     จะหนีกฎ  แห่งกรรม  นั่นไฉน

ถ้าความดี  มีติดตัว  กลัวอะไร                                            เยียวยาใจ  หายหม่นหมอง  ต้องอยู่ดี

ไม่มีใคร  อยากไกลบ้าน  ถิ่นฐานเกิด                               ใจเตลิด  ระเหิดหาย  ผ่านไพรสีห์

ห้วงอากาศ  เวิ้งว้าง  กว้างนที                                            ห่างคนดี  ที่คิดถึง  ตรึงติดตรา

เคยสมเสพ  เจ็บปวด  รวดร้าวจิต                                       ซ่านจริต  ลวงเล่ห์  เสน่หา

ทั้งสับปลับ  ทั้งจริงใจ  ไร้มารยา                                       ดีต่อหน้า  ด่าลับหลัง  ทั้งเห็นใจ

อันมนุษย์  สุดกำหนด  กฎเกณฑ์แน่                                สูตรเที่ยงแท้  ไม่แน่นอน  และอ่อนไหว

สันดานดิบ  ดื้อด้าน  ระรานไป                                         ไม่ให้ใคร  เกินหน้า  เด่นกว่าตัว

หลังวีซ่า  ห้าเดือน  เหมือนติดปีก                                     เวลากระดิก  เร็วรวด  ชักปวดหัว

ใช้เวลา  สะสาง  อย่างเนียนัว                                           ด้านสังคม  ด้านส่วนตัว  ครอบครัวเรา

มีการงาน  การเงิน  เผชิญหน้า                                         ยังค้างคา  อยู่เป็นทุน  ดังขุนเขา

ทิ้งหมักหมม  จมปรัก  ทั้งหนักเบา                                   ทั้งกิจเก่า  กรรมใหม่  คลี่ให้คลาย

                วันที่สิบ  พฤษภา  แรกนาขวัญ                          เตรียมจัดงาน  เลี้ยงส่ง  จำนงหมาย

หวังให้เรา  ออกเดินทาง  เยี่ยมย่างกราย                         บินท่องไป  โพ้นทะเล  อเมริกา

หัวเรือใหญ่  ใครอีกเล่า  ก็เขาล่ะ                                      อยากพบปะ  สังสรรค์  ให้หรรษา

สกุลจงรัก  ระวีวรรณ  ท่านปรีชา                                     เรียกปรึกษา  สีห้าท่าน  จัดการเตรียม

ที่เรือนปทุม  ธรรมศาสตร์  นัดไว้แล้ว                              ขออย่าแคล้ว  ขาดใคร  อย่าอายเหนียม

ร้องบรรเลง  เพลงสวรรค์  ขวัญกับเรียม                         เพื่อตระเตรียม  หลากหลาย  จ่ายแผนงาน

มีท่าน “เหลือ” เป็นหัวแรง  แดงมานะ                            ช่วยเกณฑ์กะ  เหล้ายา  ภักษาหาร

พงษ์ ปื้ด ปุ๊  ยุไม่จัด  ภัตตาคาร                                           สั่งอาหารให้  เหมาะสม  กรมพลาฯ

คาราโอเกะ  กะงาน  ไว้ครันครบ                                     เรื่องจัดงบ  นั้นไซร้  ใช่หนักหนา

จะมุ่งย้ำ  จำเตือน  เพื่อนราชา                                           ศูนย์หนึ่งมา  สามัคคี  อย่ามีคลาย

คิดถึงบุญ  คุณสุวิทย์  สถิตเสถียร                                      ใช้ความเพียร  รวมรุ่น  ไม่สูญหาย

รวบรวมนัก  เรียนวัด  กระจัดกระจาย                              ด้วยมาดหมาย  ร่วมรัก  สามัคคี

เขาเหลือใจ  ไว้เบื้องหลัง  เป็นปางก่อน                         เขาพักผ่อน  หลับสบาย  กายหลีกหนี

อยู่บนชั้น  สวรรค์หล้า  สุขาวดี                                         เกิดให้มี  รุ่นศูนย์หนึ่ง  ซาบซึ้งใจ

อันเกิดแก่  เจ็บตาย  ใครหลีกพ้น                                      เราทุกคน  ได้พักผ่อน  อย่าอ่อนไหว

หมั่นสรรค์สร้าง  ทางกุศล  ทุกคนไป                              ตระเตรียมใจ  เตรียมกายา  เวลารอ

ครั้งเก่าก่อน  ย้อนอดีต  คิดถึงเด็ก                                     ตัวยังเล็ก  ไร้พลัง  สตังค์ขอ

ขุนวิรุฬ  จรรยา  สง่า ร.ว.                                                    หน้าป๋อหลอ  จ๋อจ๋อง  เข้าห้องเรียน

หกสิบกว่า  โอ้อายุ  บรรลุแล้ว                                           ฟันฝ่าแนว  เต็มกำลัง  หลังเกษียณ

รอยโคลาก  ยากจะมี  หนีกงเกวียน                  วกวนเวียน  กลับราชา  พบปะกัน

ชมพูน้ำเงิน  ราชาธิวาส  ยอดปรารถนา                          ข้ามรั้วฝ่า  เตรียมทหาร  ขวาซ้ายหัน

พระคุณครู  ผู้การุณ  คุณอนันต์                                         ไม่มีวัน  ทดแทน  ได้เท่าเทียม

กาจแกร่งกาย  ในรั้วแดง  กำแพงเหลือง                         เด่นกระเดื่อง  ประเทืองยุทธ์  สุดยอดเยี่ยม

มากมวลมิตร  กิจกรรม  แบบธรรมเนียม                          ถึงคราวเรียม  ร้างแรมรา  จะมาเยือน

                ยี่สิบหก  พฤษภา  ฟ้าสว่าง                 แดดสะพรั่ง  ทั้งบางใหญ่  ไปบ้านเพื่อน

คุณลันทม  พุทธเทศก์  เขตเคยเยือน                 แต่ดูเหมือน  ว่าจำได้  คล้ายคลับคลา

ออกจากบ้าน  พาลจะสาย  นอนไม่อิ่ม                             แต่เปรมปริ่ม  ด้วยเพื่อนรัก  เป็นหนักหนา

ร่วมทำบุญ  สุญทาน  งานศรัทธา                                      เบิกเนตรพระ  ตุ๊กตาจีน  จากถิ่นไกล

เข้าบางใหญ่  ใจมั่น  ลองดั้นด้น                                       ขอกุศล  ผลบุญ  หนุนนำให้

บ้านสุนันทา  ลันทม  ผมเคยไป                                        และจนได้  ใช้โทร.  จึงถูกทาง

ทันพรพระ  กะเวลา  ภัตตาหาร                                        เจ้าของบ้าน  ดีเหลือเกิน  ไม่เมินหมาง

จากเสน่ห์  ปลายจวัก  ตักกินพลาง                                   แม่กวนอิม  ทรงเข้าร่าง  ต่างนั่งรอ

พระโพธิสัตว์  ประทับทรง  อนงค์ร่าง                            ในรูปปาง  บริสุทธิ์  มนุษย์ขอ

เป็นที่พึ่ง  ทางใจ  ได้เพียงพอ                                           จึงได้ขอ  ให้เดินทาง  อย่างปลอดภัย

เห็นร่างทรง  แช่มช้อย  ส่งรอยยิ้ม                                    แม่กวนอิม  ใจดี  ทวงหนี้ให้

แม้หนี้เก่า  ก่อนกาล  นานเท่าใด                                      สวดส่งใจ  จะได้สม  อารมณ์ปอง

เห็นรูปถ่าย  ติดแจกัน  ที่ผันผิน                                        เป็นรูปศิลป  ทำตาโต  โอ้สยอง

วาดส่วนโค้ง  ส่วนเว้า  เข้าทำนอง                                   จึงร้อยกรอง  ที่ได้เห็น  ไว้เป็นทุน

“ระอ่อนองค์  อนงค์เนื้อ  เมื่ออิงแอบ                              นวลพุ่มแนบ  เนียนตา  ดังปุยนุ่น

สองปรางค์ชม  ผมสลวย  ชวนละมุน                              อกทรวงอุ่น  หนุนเขนย  เชยเต่งตึง

สองขุนเขา  เต้าตูม  ปทุมเนื้อ                                             ชมพูเรื่อ  เจือแสงรอน  อาวรณ์ถึง

พฤกษาหลั่น  ล่วงหล่นใบ  ใจคำนึง                                สุดซาบซึ้ง  คิดถึงพง  คงเลี่ยนลาน

แลห้วงหุบ  หลุมหลบเหว  เปลวสวาท                            งามพิลาศ  ยวนย้วย  ห้วยละหาน

ควงคณโท  โอ้ใจหาย  แทบวายปราณ                             ถือให้มั่น  อย่าทำลาย  เหมือนใจกวี”

                วันอาทิตย์  ยี่สิบเจ็ด  เดินเหน็ดเหนื่อย            หลังปวดเมื่อย  อ่อนล้า  หน้าถอดสี

หวังซื้อของ  ฝากให้  กับไอ้นี                                            นั่งรถปรี่  จอดลาดพร้าว  เข้าใต้ดิน

นั่งรถไฟ  ไปสยาม  พาราก้อน                                          เดินขาอ่อน  ชมซีเวิลด์  เพลินกระสินธุ์

ปลาน้อยใหญ่  ว่ายแหวก  แทรกวาริน                            เทียวหากิน  เป็นฝอยฟอง  เจ้าของรวย

สกายวอร์ค  ออกเดิน  เพลินผาดผัน                 นารายณ์ภัณฑ์  เย็นยาบ  ดูภาพสวย

หาได้พบ  ภาพงาม  ที่อำนวย                                            ใช้ตัวช่วย  คือแท็กซี่  รี่กลับลำ

ถึงที่หมาย  จตุจักร  ตั้งหลักหน่อย                                    เดินเอื่อยอ่อย  ค่อย ๆ เบียด  เสียดกันหนำ

ร่างอาบเหงื่อ  ท่วมตัว  กลัวหัวคมำ                  ก่อนฝนพรำ  กระหน่ำพื้น  ขึ้นรถไฟ

รอฝนซา  สร่างเม็ด  ระเห็ดกลับ                                       เห็นจั๋งหนับ  รถเจ็ดคัน  มันถากไถ

ถนนลื่น  ยังขืนแข่ง  แย่งกันไป                                        จูบบั้นท้าย  เรียงแถว  เป็นแนวยาว

ก่อนจะเข้า  เห็นเจ้าซน  มันซ่าซ่าน                 พอถึงบ้าน  ชงกาแฟ  กินแก้หนาว

คิดใคร่ครวญ  หวนคำนึง  ถึงเรื่องราว                             เมื่อตอนเช้า  ผ่านมา  ปรีชาตาม

ให้ไปพบ  บ้านพฤกษา  อย่าคิดมาก                 ไปไม่ยาก  จากรังสิต  ถึงคลองสาม

ชวนคนเก่า  เจ้าเดิม  เสริมพองาม                                     พยายาม  ตั้งสติ  มิเศร้าซึม

                ยี่สิบเก้า  วันอังคาร  ใกล้ผ่านผัน                      ดวงตะวัน  ลับฟ้า  เวหาครึ้ม

บรรยากาศ  สวาทวาย  หายอึมครึม                   ไม่อาจลืม  ดูดดื่มรส  สุคนธา

ไกลสุดไกล  ใกล้จากจร  อาวรณ์เจ้า                 คงคอยเฝ้า  เหงาหงอย  เศร้าสร้อยหา

โอ้รอยฝัง  หยั่งซึ้ง  ตรึงติดตรา                                          อีกกี่เดือน  จะเคลื่อนคลา  มาพบกัน

เหลือสิบเอ็ด  ระเห็จเหิน  เดินอากาศ                              จำนิราศ  วาดลิขิต  นิมิตฝัน

ไปสู่หวัง  ทั้งมิอยาก  จะจากกัน                                        เกลียวสัมพันธ์  มั่นคง  มิเสื่อมคลาย

นับถอยหลัง  ตั้งเวลา  หาพรุ่งนี้                                        อาจจะมี  วิกฤต  ไม่คิดหมาย

เพราะการเมือง  ส่อเค้า  เอากันตาย                  เกรงเกิดร้าย  ใช้กำลัง  ตั้งทะมึน

สื่อตระโบม  ประโคมคุ  กุข่าวเข้ม                                    ทุกจอเต็ม  ตามเจาะ  เกาะกลางกึ๋น

นับนาที  ถอยหลัง  กันทั้งคืน                                            มองจุดยืน  ทางการเมือง  เรื่องคดี

สองพรรคใหญ่  สามพรรคย่อย  คอยขึ้นเขียง                เป็นอย่างเยี่ยง  เสี่ยงระยำ  ทำบัดสี

เพราะกลั่นแกล้ง  แย่งสภา  ประชาชี                              เบ่งบารมี  แย่งอำนาจ  แย่งชาติไทย

เก้าตุลาการ  รัฐธรรมนูญ  ศูนย์อำนาจ                             จะชี้ขาด  ให้เที่ยงแท้  แน่ไฉน

คนต้านลุ้น  คนหนุนเชียร์  ชักเพลียใจ                           กรรมของใคร  กรรมของมัน  ทำกันเอง

                ถึงสามสิบ  พฤษภา  ชะตาพุธ                           เป็นที่สุด  แห่งคดี  ที่โฉงเฉง

อนาคต  ของชาติ  อาจวังเวง                                              เหล่านักเลง  วงการเมือง  ต้องเคืองตา

สายวันนี้  มีนัด  จัดเตรียมไว้                                              ประกันภัย  ของเพื่อนโป้  โทรมาหา

ไปตรวจโรค  เอาประกัน  โรงพยาบาลวิภา                    ปรารถนา  อยากตรวจซ้ำ  โรคความดัน

ในตอนค่ำ  ยังมีนัด  จัดเป็นกลุ่ม                                       เรือนปทุม  ห้องดนตรี  มีสังสรรค์

พรรคใดยุบ  พรรคไหนอยู่  คงรู้กัน                                 ใช่พวกฉัน  อย่าไปยุ่ง  ให้รุงรัง

ไม่คิดถึง  การเมือง  เปลืองประวัติ                                    ใครชอบกัด  ฟัดให้ยับ  จับมันขัง

คนยิ่งรวย  จนล้นฟ้า  จะพาพัง                                         คุกตะราง  ขังสุนัข  ไม่พักรอ

เลี้ยงแทงกิ้ว  ปาร์ตี้  มีเพลงร้อง                                         เชียงรากคลอง  เรือนปทุม  เชิญหนุ่มหล่อ

ร้องบรรเลง  เพลงสนุก  คุยถูกคอ                                    เพื่อน ร.ว. ขออีกที  พรุ่งนี้เจอ

เขาว่าเมา  เมารัก  มักหนักหัว                                            เมาลืมตัว  มัวตา  จะพาเซ่อ

อันเมาเหล้า  มึนมัว  หัวจะเบลอ                                       อย่าเมาเผลอ  ทั้งเหล้ารัก  จะอักอาน

                สามสิบเอ็ด  ระเห็ดเหิน  ออกเดินสาย             สู่ที่หมาย  ลาญาติ  นิวาสถาน

นั่งนิสสัน  ของลูกเหมียว  เลี้ยวสามพราน                     กับสองหลาน  วิชัยหนึ่ง  ถึงคลองจินดา

เยี่ยมนงลักษณ์  ป้าอี่  ยังที่บ้าน                                          เยี่ยมสามพราน  นานครั้ง  ตั้งใจหา

เพื่อบอกข่าว  เล่าความ  จำนรรจา                                     ไปสั่งลา  หาสู่  ผู้มีคุณ

โอ้ว่างาม  สามพราน  ปานเสกสรร                  นิมิตปั้น  แต่งไว้  มิคลายสูญ

โอ้ทรามเชย  เคยอาศัย  ใต้ใบบุญ                                     คอยเจือจุน  ยามขุ่นเคือง  ทุกเรื่องคลาย

สวนรื่นรมย์  พืชสมบูรณ์  พูลสุขศรี                 ทุกอย่างมี  สีสัน  ดังจันทร์ฉาย

จากท่าจีน  ถิ่นงาม  สามพรานไป                                     อยู่ข้างหลัง  จงตั้งใจ  ให้มั่นคง

กลับดอนเมือง  เมียงมอง  ห้องล้างรถ                             จ่อใจจด  จิตจ้อง  ต้องประสงค์

พบพลตรี  จีระ  จะเจตน์จง                                                ด้วยประสงค์  ให้เครือญาติ  ไม่คลาดคลา

พอตกเย็น  เป็นการนัด  จัดตั้งโต๊ะ                                   จะลุโล๊ะ  สุดท้าย  คลายปัญหา

เก็บของเก่า  เหล้าที่เหลือ  เจือโซดา                 รสโอชา  ปลาผัดแกง  น้ำแข็งเย็น

“รูป” เร้นลับ  เลือนลาง  เคยฝังจิต                                    สิ่งศักดิ์สิทธิ์  นิมิตแฝง  แกล้งให้เห็น

เพียงเลี้ยววูบ  รูปเลือน  เหมือนเคยเป็น                          เมื่อใดเห็น  เมื่อนั้นโชค  โฉลกดี”

ปื้ดกับปุ๊  ยุให้  ไปแทงหวย                                                อาจเคราะห์หาม  ยามรวย  เป็นเศรษฐี

ครั้นรุ่งวัน  ที่หนึ่ง  ถึงพอดี                                                จนคุณพี่  ปรีชาโทร.  ก้อนโตเงิน

 

                มิถุนา  ย่างมาเยือน  เดือนสุดท้าย                     จะเคลื่อนย้าย  ห่างถิ่น  บินเหาะเหิร

อเมริกา  ฟ้าใหม่  ให้ส่วนเกิน                                           อาจเพลิดเพลิน  หรือฟูมฟก  โอ้อกเรา

สักการะ  องค์ ร.5  ปิยะราช                                               ขออนุญาต  ถวายบังคมลา  พระผ่านเผ้า

พ้นภัยพาล  ประทานชัย  ให้พวกเรา                               พบกรมข่าวฯ เข้ารายงาน  การเดินทาง

ต้องไปแน่  แม้ไม่อยาก  จะจากถิ่น                                   ผืนแผ่นดิน  เคยอยู่  แผ้วปูถาง

แม้สังคม  ทุกข์เข็ญ  ไม่เว้นวาง                                         อยู่ท่ามกลาง  มวลม็อบ  ยังชอบใจ

โอ้เมืองไทย  ในอดีต  มีผิดถูก                                           ล้มยังลุก  คลุกคลี  มีเถือกไถ

ธรรมชาติ  ป่าเขา  ลำเนาไพร                                            ทั้งหาดทราย  สดสวย  ด้วยทะเล

พัทยา  เคยมาเยือน  ยังเตือนจิต                                         เทพนิมิต  มนต์แฝง  ใช่แสร้งเส

เที่ยวพักผ่อน  หย่อนใจ  ได้ฮาเฮ                                      ต้องหันเห  ห่างหา  ด้วยอาลัย

เหม่อมองน้ำ  ค้ำฟ้า  มหาสมุทร                                        นิราศนุช  ไกลยิ่งกว่า  จะหาไหน

ใกล้วันลา  สั่งนาง  จะห่างไกล                                         ดังหาดทราย  ยามคลื่นซัด  สุดทัดทาน

หาดทรายขาว  เจ้าคะนึง  ถึงพี่บ้าง                                   ปล่อยให้ว้าง  เหลือคณา  น่าสงสาร

พยายาม  ตามหาฝั่ง  เสียตั้งนาน                                       พบนงคราญ  ข้าต้องครวญ  จวนจากลา

ปลอบประโลม  โฉมเฉลา  เฝ้าถนอม                               เด็ดดมดอม  หอมประทิน  กลิ่นบุหงา

คงคิดถึง  คะนึงนุช  สุดบูชา                                              อเมริกา  ไกลสวาท  นิราศครวญ

 

                วันที่ห้า  พาลูกสาว  เข้าสัมภาษณ์                     เสียโอกาส  ที่พลาดไป  ไม่กำสรวล

ชาติฝรั่ง  ตาน้ำข้าว  เขาเรรวน                                          จะทบทวน  ก็จวนตัว  มันกลัวไทย

โอกาสทอง  ของมนุษย์  สุดจะหวัง                  ในบางครั้ง  มีปัญญา  ยังหาไม่

เมืองฝรั่ง  ปล่อยชั่งหัว  กลัวทำไม                                    ไม่ได้ไป  ไปไม่ได้  เป็นไรมี

วางแผนใหม่  ปลอบใจเหมียว  อย่าเหี่ยวห่อ  ความเป็นพ่อ  ขอให้ทำ  ตามหน้าที่

บอกทางเลือก  แนะนำ  จำให้ดี                                        หยิ่งศักดิ์ศรี  มีเงินเก็บ  ไม่เจ็บใจ

วันนี้พลาด  อาจรื้อฟื้น  คืนอีกครั้ง                                   ใช่สิ้นหวัง  แต่ยังมี  พรุ่งนี้ใหม่

จะเกินขาด  พลาดซ้ำ  ทำเรื่อยไป                                      ผิดแก้ไข  ให้แน่วแน่  แพ้ไม่เป็น

ทำสิ่งดี  ที่ถูกต้อง  กลั่นกรองแล้ว                                     คงไม่แคล้ว  คุณความดี  มีคนเห็น

สิ่งที่หวัง  ยังไม่สาย  ถึงบ่ายเย็น                                      อะไรเป็น  อะไรเกิด  ชั่งเถิดมัน

                วันที่เก้า  ฟ้ากระจ่าง  สว่างแล้ว                        ไม่มีเสียง  เจื้อยแจ้ว  ของไก่ขัน

ยินเหล่านก  วิหคซ้อง  ร้องเรียกกัน                 ส่งสัญญาณ  วันไกล  ไปหลายเดือน

มาร้องปลุก  ลุกขึ้นเถิด  ให้เฉิดฉันท์                                อีกไม่นาน  การเดินทาง  ต้องห่างเพื่อน

แอ๊วดำรง  สมพงษ์มา  หาถึงเรือน                                    จะส่งเพื่อน  ถึงเรือนชาน  การสั่งลา

บรรจุของ  จำต้องใช้  ใส่กระเป๋า                                      ส่วนนงเยาว์  กับเจ้าเหมียว  เหลียวซ้ายขวา

ทั้งของฝาก  ของใช้  ในอเมริกา                                       มีเสื้อผ้า  ยาประจำ  ที่จำเป็น

ไม่มีลืม  นำตำรา  ภาษาฝรั่ง                                               แม้กระทั่ง  กาพย์กลอน  นอนอ่านเล่น

แล้วสำรวจ  ตรวจใหม่  อย่างใจเย็น                 มิตื่นเต้น  เร้าใจ  ใจเย็นชา

ศูนย์แปดหนึ่ง  หกสี่หนึ่ง  ศูนย์ห้าสามสอง                   ส่งเสียงก้อง  ร่ำไป  ใครโทร. หา

ยินสำเนียง  เสียงอวยพร  ก่อนจากลา                              เป็นสัญญา  ว่ารัก  ฝากดวงมาลย์

ไม่ลืมลา  โทร. หาเกื้อ  ประธานรุ่น                  จุดรวมศูนย์  ของรุ่นสอง  เตรียมทหาร

ขอให้เหงะ  เลขา  ท่านประธาน                                      รีบกลับบ้าน  ทำงานรุ่น  ศูนย์รวมใจ

เมื่อวันวาน  ไปกรานกราบ  รับพรขอ              แม่กับพ่อ  ลูกบูชา  ศรัทธาไหว้

ลาพี่สุข  ลาพี่เติม  พี่สมใจ                                  เมื่ออยู่ไกล  ใจรำลึก  นึกถึงกัน

อิ๊ด ปุ้ย ปุ๊ก  ปุ๊ ปื้ดเหลือ  มาเจือเสริม                  เชิญลุงเติม  บ้านกลางกรุง  มุ่งสังสรรค์

ด้วยศรัทธา  ภารกิจ  ที่สำคัญ                                             ไหว้กราบกราน  รัตนไตร  ไท้ธรณี

อาราธนา  พาของขลัง  แล้วสั่งบ้าน                 คิดอยู่นาน  เราต้องไกล  ใช่ไหมนี่

คิดถึงวัน  เลี้ยงสั่งลา  เหมือนห้าปี                                    แต่ครั้งนี้  สี่ห้าเดือน  เพื่อนกลับมา

มีมุ่งหมาย  หลายอย่าง  ไปครั้งนี้                                      อยู่สุขี  ที่บ้านเรา  จะดีกว่า

ขอค้นพบ  ประสบการณ์  เพียงผ่านตา                            ไปศึกษา  โดยสัมผัส  วัฒนธรรม

ไปหาลู่  ปูถากถาง  ทางสร้างเสริม                                   มาเพิ่มเติม  ทางใจ  ให้อิ่มหนำ

ไปทดลอง  ของใหม่  ไม่เคยทำ                                         เป็นบุญนำ  หรือกรรมซัด  จะวัดใจ

เกิดมาแล้ว  ต้องอดทน  บนพิภพ                                      จะการรบ  การรัก  การผลักไส

จะเศรษฐี  จะทุกข์สุข  คลุกคละไป                   ขอเพียงใจ  ไม่ระย่อ  ทระนง

อีกครึ่งวัน  จะผันจร  เที่ยวร่อนเร่                                     USA  อเมริกา  ข้าประสงค์

ชีวิตนี้  มีที่ไหน  ไม่เคยปลง                                               ยืนยังยง  เผ่าพงศ์พร้อม  ย่อมก้าวไป

เมืองเจริญ  รุ่งเรือง  ก็เมืองเขา                                          แต่เมืองเรา  นั้นดีกว่า  จะหาไหน

ขอกอบโกย  ประสบการณ์  ที่บ้านไกล                           เมื่อตอนปลาย  วัยชีวิต  จะปลิดปลง

ด้วยการเรียน  เพียรศึกษา  หาสิ่งรู้                                    เป็นทางปู  เดินไป  ใช่ลุ่มหลง

หากมิพลาด  โอกาสเหมาะ  ที่เจาะจง                              ปักหลักลง  แต่งติดตั้ง  หลังตามมา

แม้จากไป  ไกลเพื่อน  ก็เหมือนชิด                  รู้ว่ามิตร  มุ่งมาด  ปรารถนา

เคยทุกข์สุข  คลุกเคล้า  กับเรามา                                       จะตั้งหน้า  ฝ่าฟ้าเหิร  เดินก้าวไป

                จำวันที่  ยี่สิบสี่  งานที่บ้าน                 จัดสังสรรค์  ชาวราชา  มากลุ่มใหญ่

บรรเลงสุข  สนุกสนาน  ชื่นบานใจ                                ผูกเยื่อใย  ให้ราชา  พบปะกัน

คิดถึงวัน  เมื่อวานซืน  คืนหรรษา                                    ไปอำลา  เพื่อสนิท  มิตรสังสรรค์

เคยร่วมก๊วน  หวดลูกกอล์ฟ  ออกรอบกัน                       ทุกเดือนนั้น  แบ่งกันใช้  ได้เงินแชร์

หมุนตามกรรม  นำมาถึง  ซึ่งชีวิต                                     ไม่ต้องคิด  ถึงอะไร  ตายแหงแก๋

เสี้ยวเวลา  เหลือเพียงใด  ไม่แคยแคร์                              ก่อนจะแก่  ไปกว่านั้น  ฉันต้องมี

ขอท่องเที่ยว  แก้เปลี่ยวใจ  ให้หายซ่า                              อเมริกา  ห้าหกเดือน  ใช่เบือนหนี

คนบ้านบึง  ซึ้งดวงใจ  ห่วงใยมี                                        ไปคราวนี้  มีวันกลับ  ใช่ลับตา

โอ้บ้านบึง  ถึงห่างไกล  ใจใกล้ชิด                                   มีชีวิต  ที่ผูกพัน  กันแน่นหนา

เจ้าอย่าลืม  คำมั่น  เคยสัญญา                                             จะกลับมา  อีกไม่นาน  รอบ้านบึง

คืนนิทรา  อำลาเจ้า  อย่าเศร้ารัก                                        เป็นกรรมนัก  ต้องจากไป  ใจคิดถึง

มิลาลับ  ประทับใจ  ไว้ตราตรึง                                         รักสุดซึ้ง  ด้วยเมตตา  และการุณ

บ้านดอนเมือง  เมืองใหม่  ใช่ยิ่งหย่อน           ตั้งต้นผ่อน  แต่สี่หนึ่ง  ถึงสี่ศูนย์

โดนดอกเบี้ย  เพลียตัว  หัวซุกซุน                                     เงินจะหมุน  มีไม่พอ  เหมือนท่อตัน

เว้นบางปี  ไปลดหย่อน  ขอผ่อนน้อย                              ต้นทยอย  ดอกทะยาน  พาลหุนหัน

มิเคยโวย  โดยง่ายดาย  จ่ายตะบัน                                     ธนาคาร  ของคนเคราะห์  ช่างเหมาะดี

 สงเคราะห์ฉัน  แต่มันรวย  ช่วยไม่ได้                             เพราะไว้ใจ  บริการ  จากมารผี

สูบดวงดอก  บอกว่าคุณ  บุญบารมี                   พวกสิ้นดี  ใกล้นรก  ตกบาดาล

ออกกฎบัตร  มัดมือบีบ  หนีบลูกค้า                  ใครเสียท่า  ขัดขืน  ต้องขึ้นศาล

พวกลูกค้า  หน้าหงอ  ดังขอทาน                                      ธนาคาร  ทอดตลาด  ฟัดกันเพลิน

ยิ่งผ่อนช้า  ข้ามวัน  มันฟันดอก                                        ดังทิ่มหอก  ถูกอก  ระหกระเหิน

อันตราย  นายแบงค์  พวกแย่งเงิน                                    แย่เหลือเกิน  เศรษฐกิจ  มืดมิดมัว    

นำหลักทรัพย์  บังคับคดี  ที่แบงค์อื่น                               ยังหน้ารื่น  อมพะนำ  ระยำฮั้ว

เราลูกค้า  หน้าไม่ด้าน  พาลหมองมัว                               เลวชาติชั่ว  มั่วสิ้นดี  เจ้าหนี้ไทย

โฆษณา  หนังสือ  คือพ่อพระ                                           เลี่ยงธรรมะ  น่านิยม  ชมเลื่อมใส

หาประโยชน์  โคตรเดน  เวรตะลัย                                  ทำเป็นนาย  แต่ให้ทุกข์  บุคลากร

ทำงานแบงค์  แต่งนิสัย  ให้ใจหาญ                 สร้างหลักการ  ปานเปรียบ  เทียบสิงขร

เป็นพ่อมด  ซดน้ำเงิน  เดินขั้นตอน                 ใครเดือดร้อน  อย่าสนใจ  ขอได้เงิน

เศรษฐกิจ  ทุนนิยม  สังคมโลก                                          น่าวิตก  ยกคนรวย  ไม่ขวยเขิน

เกิดเป็นไทย  ถ้าใครจน  คนหมางเมิน                             แม้นมีเงิน  เดินชูคอ  จ้อสภา

ธนาคาร  ผลาญสังคม  จมเลอะเทอะ                               ละเลงเปรอะ  เฟอะฟะ  กักขระหนา

อันดีชั่ว  มัวเมาเพลิน  ด้วยเงินตรา                                   ด้านหน้าหนา  ด่าเท่าไร  ไม่กระเทือน

ให้เจ้าปุ๋ม  ขนกระเป๋า  เข้าท้ายรถ                     ของทั้งหมด  ไม่มีใคร  แพ็คได้เหมือน

ดูอย่างดี  วีซ่า  อย่าลืมเลือน                                                แล้วลาเพื่อน  อู๊ดแอ๊วพงษ์  ที่ส่งเรา

เจ้าหมาซน  ยลมา  ตาละห้อย                                            มันเศร้าสร้อย  ละห้อยหา  เหมือนหมาเหงา

อายุแค่  เจ็ดเดือน  เหมือนหมาเยาว์                  รู้จักเศร้า  กับเขาบ้าง  สั่งอาลัย

นับแต่นี้  คงอีกนาน  จะพานพบ                                      ให้กัดขบ  เขี้ยวกราม  ตามนิสัย

หมากับเหมียว  อีกเดี๋ยวเดียว  คงเปลี่ยวใจ                      พ่อแม่ไป  ต่างเมือง  อย่าเคืองตา

                เหลือครึ่งวัน  จะผันผาย  ไปหาช้าง ไปพบกวาง  วิชัยหนึ่ง  ถึงเคหา

มื้อกลางวัน  อาหารเหนือ  เหลือเวลา                              พักกายา  เวลารอ  พ่อแม่ไกล

คิดถึงปลา  ตัวน้อย  ในอ่างน้ำ                                           คงชอกช้ำ  ระกำเหงือก  เถือกไถล

แม่ส่งก้อน  ป้อนอาหาร  ทุกวันไป                                   น้ำเย็นใส  ว่ายวน  ยลฝอยฟอง

ห่วงพืชไม้  หลายชนิด  ใกล้ชิดเจ้า                                  แม่คอยเฝ้า ฟูมฟก  มิบกพร่อง

เจ้าหมั่นออก  ดอกผล  ให้ยลมอง                                     เจ้าจำต้อง  อยู่เหย้า  เฝ้าดอนเมือง

นอนหยอกเย้า  เจ้าหลานน้อย  ด้อยเดียงสา                   สองยายตา  เหลือกำลัง  แทบคางเหลือง

เด็กหญิงกวาง  เด็กช้างชาย  มิคายเคือง                           ของเล่นเปลือง  ค้นหา  มาเล่นกัน

ขนมไทย  หลายอย่าง  กินสั่งเสีย                                      ถึงแม้เพลีย  ไม่พักผ่อน  ให้นอนฝัน

ขึ้นนิปปอน  แอร์ไลน์  เมื่อใดพลัน                  จะหลับฝัน  ถึงหลานลูก  ทุกเวลา

                มองดูดาว  ราวทุ่มครึ่ง  ขึ้นยานเคลื่อน             นั่งล้อเลื่อน  อย่างสุโข  โตโยต้า

หักใจข่ม  ผ่านร่มเกล้า  ชักแถวมา                                    ส่งพร้อมหน้า  ลูกหลาน  สุวรรณภูมิ

ผู้โดยสาร  ขาออก  ป้ายบอกบ่ง                                         เลี้ยวคดโค้ง  ข่มใจ  ที่ไฟสุม

ร้อนกำเริบ  เสิบสาน  เข้าผลาญรุม                                   คิดควบคุม  อารมณ์  ข่มกังวล

แสงไฟฟ้า  แพรวพราว  ราวแมนสรวง                           ประกายดวง  ส่องสว่าง  ทางถนน

อบไออ้าว  ฟางฟอน  ระร้อนรน                                      เหลือทานทน  ท้นทั่ว  ที่หัวใจ

จูงกระเป๋า  เข้าห้องแอร์  แลเป็นโถง                               มาหยุดลง  ตรงแถวแอล  แสนหวั่นไหว

แบบธรรมเนียม  เตรียมเช็คอิน  ก่อนบินไป   ของภายใน  สามกระเป๋า  เข้าเอ็กซเรย์

ระหว่างรอ  ขอตั๋วบิน  ยืนหินหัน                                    แลสองหลาน  ช้างกวาง  ต่างโต๋เต๋

วิ่งเตาะแตะ  กระแซะยาย  ส่ายโซเซ                               ไม่โยเย  ชอบหยอกเย้า  เจ้าเด็กซน

ถามตนเอง  ไม่เกรงใจ  ไปจริงหรือ                 ควานมือถือ  โทร. หา  โกลาหล

มีโทร. เข้า  โทร. ออก  บอกทุกคน                                    ได้กุศล  มงคลชัย  ก่อนไปบิน

เหลือปื๊ดปุ๊  อุตส่าห์ถ่อ  ขอไปส่ง                                      ลืมไม่ลง  ที่ส่งให้  ใจถวิล

รินอี-เอ็ม  เต็มจอก  กรอกให้กิน                                       ก่อนขึ้นบิน  ยินเสียงสั่ง  ระวังกาย

                ได้เช็คอิน  เรียบร้อย  จะคอยเครื่อง  ต้องสิ้นเปลือง  มันสมอง  มองเครื่องหมาย

กราดซ้ายขวา  หาเกทดี  เดินรี่กราย                  เลี้ยวขวาซ้าย  ลากกระเป๋า  นงเยาว์ตาม

ทำเป็นรู้  ดูเรื่อยเรื่อย  เมื่อยก็จอด                                      ตรวจที่บอร์ด  รอดแว่นตา  ไม่กล้าถาม

อ่านเอาเอง  เกรงกริ่งใจ  เจ้าคนตาม                                จงเชื่อยาม  คับขัน  ฉันคนเดียว

เดินลากยาว  เข้าช่องดี  ไม่ลี้ลับ                                         ต่างระดับ  หากชักช้า  จะพาเสียว

ตกเครื่องบิน  เที่ยวนี้  คงดีเชียว                                        จะลากเลี้ยว  กลับหาลูก  ใจผูกพัน

เกือบสองยาม  ตามนา  ฬิกาชี้                                            เก็บให้ดี  พาสปอร์ต  กอดไว้มั่น

เคลื่อนกระเป๋า  เดินเรียงคิว  ริ้วตามกัน                           สุดจะหัน  แลหา  เห็นหน้าใคร

ลาดลงเนิน  เดินพ้นงวง  ล้องทิคเก็ต                               แอร์โฮสเตส  มองดูเบอร์  เธอยิ้มให้

ยืนต้อนรับ  ขับสู้  ผู้จะไกล                                                ที่นั่งใจ  อยู่ใดเล่า  เจ้าบอกที

พุทโธ  พุท  โธ  พุทโธ  โอ้สติ                                           คืนมาซิ  อย่าไปไกล  ให้มานี่

โธพุทโธ  โอ้ดวงใจ  ฝักใฝ่ดี                                              ขออย่ามี  ความกังวล  หนทางยาว

ลืมเรื่องร้าย  คลายความคิด  ที่มิดมืด                 ไม่ติดยึด  มืดดำ  ทำให้ขาว

มองฟ้าใหม่  ให้กระจ่าง  สว่างดาว                                  ตัวของเรา  จะดีชั่ว  ก็ตัวเอง

จัดที่นั่ง  วางเก็บของ  จ้องหน้าต่าง                                  พราวสว่าง  พร่างไสว  ใจโหวงเหวง

อีกไม่ช้า  พาล่องลอย  ห้อยโตงเตง                  คล้อยโคลงเคลง  ผ่านโผน  โจนทะยาน

ดึงเข็มขัด  รัดที่นั่ง  ระวังเบาะ                                           จัดจนเหมาะ  เจาะจนเหม็ง  เล็งมาตรฐาน

ก่อนบินไต่  ไล่ส่วนสูง  มุ่งเพดาน                                   ไกลจากบ้าน  ทะยานเหาะ  เพราะบาปบุญ

บินทวนเข็ม  นาฬิกา  ย้อนหาแดด                                   ส่งเสียงแผด  พ่นไอ  ไม่เห็นฝุ่น

เอนเก้าอี้  เอียงหมอน  อ่อนละมุน                                   แวะญี่ปุ่น  นาริตะ  จะเปลี่ยนตัว

                นอนกลางวัน  ฝันกลางคืน  ตื่นแล้วหลับ       เขยิบขยับ  กลับทิศทาง  หาหางหัว

บนเครื่องบิน  กินทุกมื้อ  ไม่ถือตัว                                    ก่อนนึกกลัว  ขออิ่มเอม  เปรมปรีดา

ตอนยามตื่น  สะอื้นจิต  ไม่คิดกลับ                   ตอนยามหลับ  กลับฝันถึง  คะนึงหา

ทั้งตื่นหลับ  สับสน  ด้นเมฆา                                            อเมริกา  คือที่หมาย  สุดปลายทาง

เอเอ็นเอ  ดังเปลญวน  ทวนความมืด                                เสียงคลาดครืด  มุ่งหน้า  สู่ฟ้าสาง

เริ่มเห็นแสง  สุริยา  ฟ้ารุ่งลาง                                           มองหน้าต่าง  สว่างจ้า  ฟ้าอำไพ

นั่งอยู่ชิด  ติดห้องน้ำ  ยามอัดอั้น                                      มิต้องกลั้น  กายกลืน  ฝืนท้องไส้

สิ่งคายเคือง  ทิ้งเบื้องหลัง  ค้างคาใจ                               หมักหมกไว้  มิให้ตรม  ทับถมทรวง

นกนิปปอน  ร่อนลงต่ำ  นาริตะ                        เมืองโซบะ  วาซาบิ  ที่เมืองหลวง

จะต้องรอ  ก่อนเหาะเหิร  เดินขึ้นงวง                             สองคู่ควง  ยอดดวงแด  แม่นงเยาว์

เดินเลาะทาง  ระวังป้าย  ตรงไหนแน่                             ซ้ายขวาแล  ก้าวรีบ  หนีบกระเป๋า

ไม่ต้องการ  ใครชี้บอก  นอกจากเรา                                เกาะเป็นเงา  สองคน  ไม่จนใจ

เช็คกระเป๋า  ไปเฝ้าเกท  เนตรส่ายสอด                           มองเครื่องจอด  จินตนาการ  นานไฉน

นึกความหลัง  ครั้งเคยมา  จากฟ้าไทย                              นั่งรถไป  ในโตเกียว  เสี้ยวชีวิน

ภาคเอเชียน  เคยเวียนมา  เสนาทหาร                              ได้ดูงาน  การศึกษา  และศาสตร์ศิลป์

ทั้งสิงคโปร์  เกาหลี  ฟิลิปปินส์                                         โดยเครื่องบิน  กองทัพ  อากาศไทย

แหล่งอาวุธ  ยุทธภัณฑ์  ฐานกองทัพ                               เตรียมรุกรับ  เคลื่อนคุกคาม  ตามพิสัย

พร้อมพลัง  พันธมิตร  คิดการณ์ไกล                                ทหารไทย  ใช้วิชา  เสนาธิการ

                ดูเวลา  ห้าโมงเช้า  เดินเข้าเกท                          ส่งทิคเก็ต  เด็ดตอนปลาย  ไว้โดยสาร

บินเที่ยวใหม่  ใช้เวลา  คงช้านาน                                    เริ่มกลางวัน  ผันเป็นคืน  ขึ้นฮาวาย

รอรุ่งสาง  ครั้งที่สอง  ช่องหน้าต่าง                 ไฟสว่าง  ส่องไสว  ในตอนสาย

จับจอภาพ  ทราบทิศทาง  อยู่ข้างกาย                               ดูง่ายดาย  ในแผนที่  ชี้ทางบิน

ข้ามคงคา  มหาสมุทร  ไม่สุดโศก                                      คนละโลก  ยังมิครึ่ง  คะนึงถวิล

คนไปมา  หาสู่  คู่อาจิณ                                                      เคยได้ยิน  ทุกข์สุข  ผูกสัมพันธ์

หลายร้อยไมล์  ใช้ความเร็ว  ไม่ลดละ                              เอาชนะ  ระยะทาง  ห่างเขตขันฑ์

แปซิฟิค  หลีกจนพ้น  โจนทะยาน                                   เข้าเขตขันฑ์  พื้นดินแผ่น  แคนาดา

บินวกลง  ตรงเร็วรี่  เมืองดีทรอยส์                                   อีกเล็กน้อย  คล้อยหัวต่ำ  ข้ามภูผา

บินข้ามฟาก  ภาคพื้น  อเมริกา                                          มุ่งบ่ายหน้า  หาดีซี  ที่ต้องการ

วอชิงตัน  ดีซี  เป็นที่หมาย                                 ขั้นสุดท้าย  ที่จะต้อง  เจอน้องหลาน

เพรียบพร้อมหน้า  เตรียมมารับ  ขับรถนาน                   โดยประมาณ  สองชั่วโมง  คงรอคอย

เจ้านิปปอน  เที่ยว 02  ประคองเคลื่อน                            ใช้ล้อเลื่อน  เคลื่อนเข้าหา  เดินหน้าถอย

หยุดสงบนิ่ง  เลิกติงไหว  ให้สำออย                                ตรงจงอย  ปลายงวง  จะล่วงลา

ก้าวผ่าน  แอร์โฮสเตส  เซ่ดแทงกิ้ว                  เดินตัวปลิว  หิ้วแฮนด์แบ็ค  แพ็คแน่นหนา

พาสปอร์ต  สอดดีแคร์  แผ่ออกมา                                    นำข้างหน้า  นงเยาว์  เหยียบเข้าแดน

เดินเป็นแนว  แถวเรียงคิว  ดิ่วเข้าช่อง                             ตะโกนก้อง  เจ้าหน้าที่  อิมมี่แกรนท์

พานงเยาว์  เข้าไปด้วย  ช่วยดูแทน                                   อิมมี่แกรนท์  ตรวจหนังสือ  ที่ถือไป

เหมือนแหม่มแก่  แต่อายุ  ดูไม่มาก                   เคยไปพัก  รู้จักเรื่อง  เมืองเชียงใหม่

สิบนาที  ที่ยืนรอ  จนพอใจ                                                เธอถามไถ่  คุยด้วย  ช่วยผ่อนปรน

อเมริกา  มาทำไม  แหม่มไต่ถาม                                        จึงบอกความ  ออกไป  ไม่สับสน

ก็ฉันชอบ  อเมริกา  สิหน้ามล                                            ขอดั้นด้น  เข้ามา  จะว่าไร

ตอบคำถาม  ที่สอง  ต้องใจเขา                                          ถามว่าเรา  เป็นทหาร  นั้นใช่ไหม

ซีโฟร์นั้น  ท่านคงรู้  อยู่แก่ใจ                                            ตอบเขาไป  ว่ารู้ดี  เรื่องซีโฟร์

เธอตอกตรา  รับรอง  ทั้งสองให้                                       ยิ้มแจ่มใส  ให้ใบเบิก  เลิกโมโห

รับกระเป๋า  ครบใบ  ใจพองโต                                         เดินตามโผ  โชว์โต๊ะสอง  ต้องนั่งรอ

จับพิมพ์มือ  ลงสมุด  จุดบันทึก                                          ความรู้สึก  กังวลใจ  หายสิ้นหนอ

ควบเข็นรถ  ตาจดจ้อง  มองคนรอ                                    หน้าป๋อหลอ  รอสลอน  พาจรไป

สามคนยื้อ  ถือกระเป๋า  กล่าวทายทัก                               ถึงจะหนัก  เราเดินตาม  เขาหามไหว

หากว่าแม้น  เราแน่นหนุ่ม  ไม่กลุ้มใจ                             ไม่ง้อใคร  จะได้หิ้ว  ให้ปลิวว่อน

รถจอดไกล  เพราะไม่มี  ที่จะจอด                                     พาร์คกิ่งล๊อต  จอดเป็นแถว  แนวสลอน

จากสนามบิน  ปีนรถบัส  จัดไว้จร                                    เลี้ยวยอกย้อน  เวียนวน  จนถูกทาง

                เจ้าชาตรี  มีน้ำใจ  เขาไปรับ                               เลี้ยวแคว๊บควั๊บ  จับทิศ  ผิดหัวหาง

สวนทางซ้าย  ใช้ทางขวา  มาพราวพราง                        สองข้างทาง  พฤกษ์ไสว  ไพรพนา

ฝนพร่างพรม  ชมพฤกษา  พนาเวศ                 เข้าประเทศ  เขตงามนัก  รักษ์สวนป่า

มนุษย์สัตว์พืช  มิจืดจาง  ห่างสายตา                                รู้รักษา  ป่าพงไพร  ไว้ยืนยง

อยู่กันได้  ไม่เบียดเบียน  เป็นเพื่อนบ้าน                         รื่นสำราญ  รมย์มณี  ที่สูงส่ง

มนุษย์รักน้ำ  น้ำรักป่า  พามั่นคง                                       มองเห็นธง  อเมริกา  สง่างาม

แสนคิดถึง  ไตรรงค์  ธงสะบัด                                          ความเป็นชาติ  ดำรงอยู่  คู่สยาม

สีน้ำเงิน  ขาวแดง  แกร่งสงคราม                                     ทุกโมงยาม  รั้วของชาติ  มิคลาดคลา

เจ้าชาตรี  มีสมญา  เรียกว่าแป๊ะ                         ตอนเป็นเด็ก  เจ๊าะแจ๊ะ  เสียหนักหนา

เมื่อเด็กอ่อน  ก่อนเติบโต  อยู่กับตา                  เลี้ยงดูมา  คู่กับยาย  ไม่คายเคือง

รัชนี  มีกิจกรรม  ทำก่อสร้าง                                              เที่ยวรับจ้าง  ข้างถนน  จนคางเหลือง

มีลูกสอง  ท้องอีกหนึ่ง  จึงสิ้นเปลือง                               กล่าวเพียงเรื่อง  นำมาเล่า  เจ้าชาตรี

ส่วนหนุงหนิง  ผู้พี่สาว  ไว้คราวหน้า                             เจ้ารินนา  คนหลัง  ยังเบบี้

ลูกสามคน  คือสมบัติ  รัชนี                                                ซึ่งสามี  อยู่บ้านหมอ  ขอกล่าวนำ

อันสืบเนื่อง  เรื่องประวัติ  จัดเรียงร่าย                             คงไม่ง่าย  ดังทำโจ๊ก  ตลกขำ

เรื่องเท็จจริง  อิงเรื่องเล่า  กล่าวลำนำ                              เป็นถ้อยคำ  ย้ำเตือน  เหมือนนิยาย

ชื่อเจ้าแป๊ะ  มีที่มา  หน้าเหมือนตี๋                                     ถึงบัดนี้  เกือบบรรลุ  สู่จุดหมาย

สิบห้าปี  ย้อนหลัง  ดังเรือพาย                                          เวียนวนว่าย  ในทะเล  อเมริกา

รู้เจียมตัว  ทั้งหัวหก  ดกก้นขวิด                                        สู้ชีวิต  ด้วยตนเอง  เก่งหนักหนา

ด้วยความรู้  ฟูเฟื่อง  ประเทืองปัญญา                              รู้รักษา  ตนรอด  ได้ยอดดี

เป็นสิบเอก  พลาธิการ  ผ่านมาแล้ว                  คงไม่แคล้ว  หยิ่งทะนง  คงศักดิ์ศรี

บชร. 3  พิษณุโลก  หกเจ็ดปี                                              ไม่เคยมี  สิ่งด่างพร้อย  ด้อยวินัย

                ลุงเห็นทาง  สว่างแจ้ง  แห่งอนาคต คงเหี่ยวหด  หมดหนทาง  สว่างไสว

บอกรัชนี  แม่ของเขา  จงเอาไป                                        ชีวิตใหม่  ดั้นด้น  โพ้นทะเล

ที่เบาะกลาง  นางนงเยาว์  กับเจ้าติ๋ม                                นั่งแย้มยิ้ม  บานแฉ่ง  แย่งสรวลเส

นายชาณุ  อยู่เบาะหลัง  นั่งเอ้เต้                                        บนไฮเวย์  เก้าสิบห้า  ฝ่าฝนพรำ

บ่ายรถเบน  เกลนเอเลน  เป็นจุดหมาย                            แหล่งสุดท้าย  อาศัยนอน  ตอนยามค่ำ

9505  ทิมเบอร์พาส  จัดประจำ                                          สามมื้อหม่ำ  ประจำที่  เวอจิเนียร์

ถึงห้องหับ  ปรับเวียน  เปลี่ยนเสื้อผ้า                              ยี่สิบห้า  กว่าชั่วโมง  คงอ่อนเปลี้ย

อิ๋วชาตรี  พัลวัน  ช่วยกันเคลียร์                                        เริ่มงัวเงีย  เพลียหาว  อยากเข้านอน

แต่บังเอิญ  เดินเล่น  ตื่นเต้นบ้าน                                     เป็นสถาน  ต้องพำนัก  ใช้พักผ่อน

อยู่กับหลาน  นานเท่าใด  ไม่อาทร                                   เมื่อครั้งก่อน  เคยเลี้ยงดู  อุ้มชูมา

ให้อยู่เหย้า  เฝ้าเรือน  ตักเตือนสอน                                ห่วงอาทร  อ่อนเยาว์  เข้าศึกษา

เรียนช่างกล  จนสำเร็จ  เสร็จออกมา                                ไทยสุริยะ  พิษณุโลก  โชคยังดี

เป็นยุคสมัย  การงาน  นั้นหายาก                                      ครั้นจะฝาก  ลำบากใจ  ก็ใช่ที่

อายุยัง  อ่อนเยาว์  ไม่เข้าที                                  ส่งชาตรี  เรียนนายสิบ  อย่างรีบไว

ให้เข้าเรียน  เหล่าพลาธิการ  ทหารบก                            พ้นวิตก  ลุงป้า  หน้าแจ่มใส

ไปคอยเฝ้า  เล่าเรียน  เป็นอย่างไร                                    ระเบียบวินัย  ให้เคร่งครัด  ดัดสันดาน

เรียนได้ปี  ชาตรีจบ  ครบกำหนด                                     ใหม่สดสด  ยศสิบตรี  มีหลักฐาน

พิษณุโลก  หวนกลับ  รับราชการ                                     อยู่ที่บ้าน  พิษณุโลก  หมดกังวล

ได้เงินเดือน  เงินดาว  กับเขาแล้ว                                     ยังไม่แคล้ว  วัยคะนอง  ต้องสับสน

ลูกน้องลุง  มีมากมาย  เห็นหลายคน                                ต่างยากจน  ทนเงินน้อย  ไม่ค่อยพอ

ปูแนวทาง  นางรัชนี  บินจากนอก                                   มิได้หลอก  บอกทำได้  จงให้ขอ

เอาไปเรียน  รู้ภาษา  มาให้พอ                                           ไม่ต้องรอ  อย่าชักช้า  จงพาไป

หนิงรินนา  ชาตรี  มีเป้แม๊ก                                               เป็นครั้งแรก  จึงต้องจาก  เหมือนผลักไส

ให้จากเรือน  เหมือนอำลา  จากฟ้าไทย                           มาสุดไกล  ครึ่งโลก  หนีโศกตรม

แต่หนึ่งเก้า  เก้าหนึ่ง  ถึงศูนย์เจ็ด                                     มิใช่เพชร  ที่จมปรัก  ถูกหมักหมม

ถ้าเป็นมีด  คงเป็นมีด  ที่กรีดคม                                        ขอชื่นชม  ว่าชาตรี  นี้รอดตัว

                โอ้ชีวิต  ที่อเมริกา  ของข้าพเจ้า                         จะโศกเศร้า  หรือสุขบ้าง  ก็ชั่งหัว

ที่รู้ว่า  ของแน่  คื่อแก่ตัว                                                     จะไปมัว  คิดมาก  อยู่ทำไม

อะไรเกิด  อะไรเป็น  ก็เช่นนั้น                                         ไปห้ามมัน  มิให้เกิด  ก็ไม่ได้

ถ้าคิดดี  ทำดี  ก็ดีไป                                                             ถ้าคิดร้าย  ทำร้าย  ไม่ได้ดี

แต่ละวัน  ผันอักษร  กลอนนิราศ                                     มิให้ขาด  บทกลอน  อักษรศรี

นักกลอนเด็ก  เล็กน้อย  ค่อยพาที                                     สดุดี  กราบก้ม  ประณมกร

ไม่เคยเลือน  เดือนมิถุนา  มาครบรอบ                             คนชื่นชอบ  เชิงกวี  ศรีอักษร

วันรำลึก  ท่านภู่  ครูสุนทร                                 ยอดนักกลอน  ของโลก  ดิลกชัย

ข้าพเจ้า  เป็นลูกศิษย์  จิตเคารพ                                         กราบน้อมนบ  จริยา  พึ่งอาศัย

ขอฟูเฟื่อง  ประเทืองปัญญา  พลานามัย                          แต่งกลอนไว้  ประดับแผ่นดิน  ศิลป์กวี

เป็นนิราศ  เชิงเล่า  เกลาประวัติ                                        มิเจนจัด  เชิงกลอน  อักษรศรี

รำลึกถึง  พึ่งบุญญา  บารมี                                 นิราศนี้  ให้สำเร็จ  ดั่งเจตน์จง

                เข้าที่พัก  สำนักนอน  ในตอนบ่าย                   ส่องสอดส่าย  บรรยายความ  ตามประสงค์

ธรรมชาติ  อากาศพฤกษ์  รู้สึกงง                                      เขาดำรง  เหลือไว้  ให้ดูกัน

เป๋อกับติ๋ม  คงอิ่มใจ  ได้พบพี่                                            มาเกือบปี  ที่ทำงาน  อยู่ไทสัน

อพาร์ทเมนท์  เช่าไว้  มิไกลกัน                                         อยู่แถวย่าน  สปริงฟิลด์  ถิ่นแขก-ดำ

ห้าสิบปี  มีเรี่ยวแรง  แข่งอายุ                                             เธอบรรลุ  ยังไม่แก่  แม้ถลำ

น้องคนเล็ก  มีลูกสอง  งานต้องทำ                                   เพื่อจะนำ  เงินใช้จ่าย  ในครอบครัว

พารถฟอร์ด  จอดรอไว้  ใกล้บ้านอิ๋ว                                แล่นขับลิ่ว  รอบวน  ดูจนทั่ว

หาทางกลับ  ขับเลนขวา  ดูน่ากลัว                                   มองเหมือนมั่ว  กลัวมันเสย  ไม่เคยชิน

เริ่มกลอนเขียน  เปลี่ยนฟูกหมอน  เลยนอนช้า             อเมริกา  มาวันแรก  จึงแปลกถิ่น

สร้างภาระ  เรื่องบ้าน  เรื่องการกิน                                  จะผันผิน  บินกลับ  ก็อับอาย

ไม่ต้องนวด  สวดมนต์  บนหมอนฟูก                              คิดถึงลูก  นอนไม่หลับ  กระสับกระส่าย

คุมสติ  มิกังวล  ฝนพรมพราย                                            หลับสบาย  ไม่วายฝัน  คืนวันไกล

ยามม่อยพับ  หลับใหล  ในยามค่ำ                                    ใครเพ้อพร่ำ  ถึงเราบ้าง  ยังสงสัย

ห่วงญาติมิตร  คิดถึงหมู่  อยู่เมืองไทย                              แล้วเมื่อไร  จะได้เห็น  กันเช่นเดิม

คิดพากเพียร  เรียนรู้  อยู่เมืองนอก                                   ไม่จนตรอก  ดอกหนา  ตั้งหน้าเสริม

ประสบการณ์  ผ่านพ้น  ยังคนเดิม                                   หาเพิ่มเติม  สิ่งแปลกใหม่  ใช่ลืมเลือน

                วันกับคืน  ผืนแผ่นดิน  ถิ่นเสตท                      สิ่งบอกเหตุ  แห่งภายใน  ใครจะเหมือน

รอยประทับ  กับดวงใจ  จำใฝ่เตือน                  ไม่ลบเลือน  เตือนเป็นภาพ  ประทับใจ

โทรศัพท์  รับตอนเย็น  เทนเนสซี่                                    รัชนี  ส่งสำเนียง  พูดเสียงใส

เทนเนสซี่  สิบชั่วโมง  สุดโต่งไกล                  เตรียมตัวไป  ได้โอกาส  อาจต้องรอ

ถ้าจะโทร  เป็นทางไกล  ไม่สับสน                   ควรหยิบค้น  หาให้เจอ  เบอร์ติดต่อ

ใช้พินการ์ด  จัดเอาไว้  ให้เพียงพอ                                  หมุนแล้วรอ  ฟังเสียง  สำเนียงเธอ

สามสิบหก  กดอย่างน้อย  คอยคำตอบ                             ต้องรอบคอบ  อย่าพลั้งพลาด  กดไพล่เผลอ

โทรเข้าบ้าน  ควานมือถือ  หรือมือเธอ                                             อาจคอยเก้อ  เธอไม่รับ  ก็อับจน

                โทรเมืองไทย  ไกลฟากฟ้า  ราคาถูก                คุยกับลูก  ยิ่งถูกใหญ่  ไม่ฉงน

คอมพิวเตอร์  เจอสไค้ป์  หายกังวล                  เห็นหน้าคน  เจรจา  เห็นท่าที

คุณมนัส  ศรีเพ็ญ  เป็นคนเก่ง                                           ยอดนักเลง  คอมพิวเตอร์  เกลอฉันนี่

สอนทางไกล  โดยใช้คอม  ยอมสดุดี                               มนัสนี้  มีวิญญาณ  การเป็นครู

ตอบคำถาม  การเมือง  เรื่องต่างต่าง                 ยังไม่สร่าง  ต่างก็ฟิต  ขวาชิดหู

จะลงดาบ  จะปราบฟัน  จะพันตู                                      ได้แต่ขู่  ทุกหมู่เหล่า  จะเอาตาย

สรพิษ  ฤทธิ์กระเดื่อง  เลื้อยเชื่องช้า                                มิเงื้อง่า  ถ้าจะกัด  สัตว์ทั้งหลาย

อันสุนัข  มักเห่าหอน  นั้นวอนตาย                  ถึงยังไง  ก็คือสัตว์  กัดไม่เป็น

ข่าวสังคม  โลมโลก  มีโศกสุข                                           ต่างสนุก  คอมพิวเตอร์  เปิดเจอเห็น

คิดว่าไทย  สมัยนี้  คงมีเวร                                  นี่แหละเป็น  เหตุน่าเบื่อ  เหลือคณา

ถิ่นขวานทอง  ของข้าอยู่  จนโตใหญ่                              อยู่แสนไกล  ก็ไทยแลนด์  แดนเกิดข้าฯ

อยู่ใต้เบื้อง  ยุคลบาท  กษัตรา                                            ช่วยรักษา  ถิ่นประเทศ  เขตแดนดิน

มันทะเลาะ  กันไปใย  ไฉนนี่                                            สามัคคี  มีบ้างไหม  ให้เขาหมิ่น

ช่วยกันมัด  ขจัดให้โล่ง  พวกโกงกิน                               ปราบให้สิ้น  ดินจะสูง  พยุงไทย

ยิ่งการเมือง  เรื่องบัดสี  ขายขี้หน้า                                    ชาวประชา  หม่นหมอง  ไม่ผ่องใส

แย่งอำนาจ  บริหาร  กันเข้าไป                                          พวกจัญไร  คิดโง่เขลา  เฉาปัญญา

                จึงวกเวียน  เขียนนิราศ  ในชาติอื่น                  ที่ราบรื่น  สามัคคี  ยังดีกว่า

สัตว์พืชนก  ปรกป่าเขา  เนาพนา                                     ชมธารา  น่าภิรมย์  ชมพฤกษ์ไพร

แต่งนิราศ  ญาติทางใจ  ให้สุขสันต์                 ยังได้มัน  กว่าการเมือง  เรื่องไหนไหน

อเมริกา  ไปปาร์ตี้  มีคนไทย                                               ติชมใคร  คนการเมือง  เคืองทันที

เคยเยี่ยมยล  เห็นคนไทย  ต่างประเทศ                            เมื่อสังเกต  ได้ประจักษ์  รักศักดิ์ศรี

ความเป็นเจ้า  ของประเทศ  เมื่อเหตุมี                              ถามเซ้าซี้  ชี้ทางให้  แทบไม่ทัน

แม้ฝรั่ง  มังค่า   ยังกล้าถาม                                 อยากรู้ความ  เมืองไทย  อะไรนั่น

จึงแกล้งไก๋  ให้เขารู้  หมูกัดกัน                                         แย่งหัวมัน  เศษเผือก  เปลือกแตงโม

                สัปดาห์แรก  แปลกเวลา  สถานที่                     กลางวันง่วง  ทุกที  มีโมโห

ตกกลางคืน  ฝืนให้หลับ  กลับตาโต                                เลยเลโล  ตามเวลา  สิบห้าวัน

ปรับเวลา  มื้ออาหาร  นั้นยิ่งยาก                                       เป็นที่ปาก  อยากท้องไส้  ไม่แผกผัน

หิวเมื่อใด  ใส่ทันที  ให้พีมัน                                             สองสามวัน  ก็เข้าที่  ได้คลี่คลาย

กลับพะวง  ห่วงใย  ในภาวะ                                             สรีระ  ที่ระงับ  เรื่องขับถ่าย

งานปากท้อง  ต้องต่อสู้  ดูวุ่นวาย                                      เหน็ดเหนื่อยหน่าย  ทุกข์ตรม  พอสมควร

แม้ต้องปรับ  ปรุงแต่ง  แหล่งแวดล้อม                             จะจำยอม  ปรับเปลี่ยน  หมุนเวียนหวน

ยากปรับใจ  ไม่คิดถึง  คะนึงครวญ                   แม่นางนวล  นั้นอิงแอบ  อยู่แนบใจ

                คิดถึงเพื่อน  เตือนความหลัง  ครั้งก่อนจาก    มีเพื่อนมาก  ยามจากพลัน  ให้หวั่นไหว

  บัดนี้  มีทะเล  ว้าเหว่ใจ                                 กั้นเราไว้  ให้ไกลกัน  แต่มั่นคง

เหลือปุ๊ปื้ด  มิจืดจาง  ตามสั่งเสีย                                        แม้อ่อนเพลีย  ยังใจงาม  ตามมาส่ง

แดงมานะ  จะทำใจ  ให้ปลดปลง                                     ปรีชาแจ๋ว  แอ๊วดำรง  ส่งพรมา

ข้ามเขาป่า  พนาวัลย์  มหรรพ์ลึก                                      ยังรู้สึก  ลึกซึ้ง  คำนึงหา

สัญญารัก  ฝากสุริยัน  ดวงจันทรา                                    ยิ่งชวนพา  ให้คิดถึง  ซาบซึ้งทรวง

หาน้ำใจ  ที่ไหนมี  ดีเท่าเพื่อน                                          หาใครเหมือน  มวลมิตร  คิดห่วงหวง

มิตรตักเตือน  คือเพื่อนรัก  ใช่เพื่อนลวง                         อยู่ในช่วง  ห่างไกล  ใจผูกพัน

ปทุมธานี  มีสมพงษ์  กับตา, ต่าย                                       คงสบาย  กันดี  มีสุขศานต์

เคยช่วยเหลือ  ทุกเมื่อยาม  ตามไหว้วาน                          ได้ฝากบ้าน  ดูแลไว้  ให้สมพงษ์

                จัดระบอบ  ครบรอบวัน  เป็นกิจวัตร                แต่ติดขัด  จัดไม่ดี  ที่ประสงค์

กิจกรรม  ทำคลาดเคลื่อน  เลื่อนขึ้นลง                            เวลาตรง  แต่ว่าตัว  นั้นงัวเงีย

ข้าพเจ้า  เข้ามาอยู่  ในหมู่ญาติ                                           ไม่วางมาด  ให้ดีดี  มีได้เสีย

อยู่ด้วยกัน  มีหลานน้อง  ต้องให้เคลียร์                           เวอร์จิเนียร์  จะเป็นแดน  แสนภิรมย์

เรื่องรังเกียจ  เดียดฉันท์  นั้นควรไม่                 หนีห่างไกล  การเอาเปรียบ  เหยียบทับถม

หยุดหลงโลภ  โกรธแค้น  แน่นอารมณ์                          อย่าซานซม  แข่งขัน  กันมั่งมี

แม่เฉยทุม  พ่อชูปรีชา  สง่าศักดิ์                                        แห่งความรัก  ชาติตระกูล  พูนเกียรติศรี

ผู้นำทาง  ตั้งดวงใจ  คิดไว้ดี                                               คือรัชนี  เชปเปิร์ด  เฉิดไฉไล

                สัปดาห์แรก  เป็นแขกเชิญ  เพลินหรรษา       บ้านรินนา  ปาร์ตี้  ที่ริมไร่

นั่งรถเพลิน  เดินทาง  ไม่ห่างไกล                                    เป็นสะใภ้  ชาวลาว  เจ้าศรีพวน

สร้างหลักแหล่ง  แปงเรือน  เหมือนนิเวศ                      หนีประเทศ  ถิ่นฐาน  ไม่หันหวน

รัฐบาล  พาลคุกคาม  ตามก่อกวน                                      เขาชักชวน  ไปสัมผัส  ที่วัดลาว

อันสามี  เจ้ารินนา  ท่ารอบรู้                                              ชื่อว่า “พู” อยู่เฮือน  รอเยือนเหย้า

เตรียมอาหาร  ข้าวปลา  รอท่าเรา                                      เบียร์ไวน์เหล้า  สิ่งสรรพ  รับแขกไทย

หนิงกับทอม  พร้อมหน้า  นำมาเสริม                              ติ๋มเพิ่มเติม  อาหาร  จานเปลใหญ่

ทอด, ลาบ, ผัด  ทั้งผักสด  รสละไม                   มีหอยไก่  พรั่งพร้อม  แล้วล้อมวง

ฝรั่งลาว  ชาวไทย  ไม่เลือกเชื้อ                                         ได้ทุกเมื่อ  เชื่อกันได้  ไม่ไหลหลง

ถ้าสัตย์ซื่อ  ถือมั่น  อันซื่อตรง                                           จะยืนยง  คงหมู่  อยู่กันดี

ตอนขาไป  ใช้รถฟอร์ด  มองลอดช่อง                            เหม่อตาจ้อง  ท้องไร่นา  ฝ่าไพรสีห์

ตอนขากลับ  โตโยต้า  ของชาตรี                                      งานปาร์ตี้  มีความสุข  สิ้นทุกข์คลาย

                สองสัปดาห์  ฝ่าตระเวน  เกลนเอเลน             ไม่เคยเว้น  โทรศัพท์  และรับสาย

ออกห้องนอน  เข้าห้องน้ำ  ตามสบาย                             เล่นหลานชาย  ตัวยังเยาว์  ชื่อเจ้าดีน

แป๊ะชาตรี  มีครอบครัว  ใช่ตัวเปล่า                  ตื่นแต่เช้า  ทำช่างฟิต  เป็นนิจสิน

เรียนรู้เติม  เสริมต่อ  พอหากิน                                          ได้เจ้าดีน  เป็นทายาท  ไม่ขาดวงศ์

อิ๋วดวงรัตน์  จัดเครื่องแกง  แต่งอาหาร                           เธอตั้งครรภ์  คนที่สอง  ต้องประสงค์

คิดว่าหญิง  กลับกลาย  ชายทะนง                                    สองหนุ่มคง  วิ่งซ่าน  อานระอา

สกุลวงศ์  ลงเหล่า  แต่เก่าก่อน                                          จะเล่าย้อน  ตอนเจ้าแป๊ะ  นี่แหละหนา

นามสกุล  ที่ใช้อยู่  ชูปรีชา                                 เพราะว่าตา  ทำชาตรี  ที่บุญธรรม

ราวสามสิบ  เดือนสิงหา  ข้างหน้านี้                                อิ๋วชาตรี  มีเจ้าชอน  มานอนคว่ำ

เรียกแม่ยาย  มาช่วยคิด  กิจกรรม                                       วิ่งไล่ตาม  เจ้าดีนชอน  ป้อนหนมปัง

จะแม่ย่า  แม่ยาย  ไม่วายหลง                                             ห่วงพวง  หลงหลานลูก  ที่ปลูกฝัง

สายโลหิต  คนละครึ่ง  หนึ่งพลัง                                      เปรียบได้ดัง  ต้นไม้  ให้ร่มเงา

เจ้าดีนค่อน  จะอ่อนเยาว์  กว่าเจ้าช้าง                              ส่วนเจ้ากวาง  นางอนงค์  คือพงศ์เผ่า

ให้ทั้งสาม  มาอยู่รวม  น่วมแน่เรา                                    คอยวิ่งเฝ้า  เขาทั้งสาม  ตามไม่ทัน

เห็นกวางช้าง  ไม่ห่างยาย  ก่อนไปเครื่อง                       คงรู้เรื่อง  ขึ้นมากแล้ว  หลานแก้วขวัญ

อยู่กับดีน  กินนอนมา  สิบห้าวัน                                      พัฒนาการ  ก้าวไป  ไกลกว่าเดิม

ตอนยังเล็ก  เป็นเด็กอ่อน  สอนกันง่าย                           พอโตใหญ่  ได้แวดล้อม  มาซ่อมเสริม

เพศตรงข้าม  ทีวีคอม  มาย้อมเติม                                      เป็นตัวเริ่ม  เลวจริต  ซ้ำติดเกม

การเลี้ยงดู  ลูกดี  ที่พ่อแม่                                                   ต้องดูแล  แกมั่วสุม  ควรคุมเข้ม

พ่อแม่ดี  มีลูกดี  ก็ปรีเปรม                                  สุขเกษม  เริงรื่น  ชื่นชีวัน

ยิ่งวัยรุ่น  ที่ฉุนเฉียว  พูดเจี๊ยวจ๊าว                                      แรงก้าวร้าว  เพราะเสพยา  พาหุนหัน

พ่อกับแม่  สอนเท่าไร  ไม่สำคัญ                                       เด็กคนนั้น  สวรรค์ปิด  ด้วยติดยา

ญี่ปุ่นจีน  อินโด  นิโกรขาว                                                มาเลย์ลาว  ไทยฝรั่ง  แขกมังค่า

หากพลาดพลั้ง  หลงผิด  เสพติดยา                                  เมื่อรักษา  ไม่หาย  ตายทั้งเป็น

ถึงสุดท้าย  ในที่สุด  จุดไฟเผา                                           เป็นถ่านเถ้า  หมกดินฝัง  ไม้กางเขน

มีชีวิต  แสนน่าเบื่อ  คนเหลือเดน                                     โทษกรรมเวร  ไปทำไม  ใครคนทำ

เขียนนิราศ  คาดหวัง  จะสั่งสอน                                     เด็กวัยอ่อน  ตอนภายหน้า  อย่าถลำ

พ่อแม่ตัก  เตือนไว้  ใคร่ครวญจำ                                      อย่าขืนทำ  ให้แม่พ่อ  คลอน้ำตา

                ขอพักใจ  คลายคิดถึง  คำนึงหวน                     ไปย้อนทวน  หวนอดีต  เรื่องมิจฉา

อยู่เมืองเรา  เราชาชิน  การนินทา                                     เมื่อจากมา  หากลุ่มน้อย  ค่อยหายกลัว

เป็นชาวไทย  น้ำใจดี  อยู่ไม่ได้                                          คนใจร้าย  กลายเป็นดี  ทั้งที่ชั่ว

แม้พี่น้อง  ปองเคียดเข่น  เห็นแก่ตัว                                ไม่รู้ชั่ว  รู้ดี  ผีทั้งยวง

อนาคต  มีเพียงใกล้  ไม่อยากคิด                                       มองอดีต  ก็กรีดใจ  ยิ่งใหญ่หลวง

กฎแห่งกรรม  ใครทำเวร  เป็นผลพวง                             เขาตามทวง  ในชาติหน้า  ถ้าจะมี

เพราะฉะนั้น  วรรณนิราศ  พาดพิงไว้                             เรื่องอันใด  ได้ผ่านมา  น่าบัดสี

ขอเปรยเปรียบ  เทียบทาม  กับความดี                              ถ้อยวจี  จารึก  บันทึกจำ

เมื่อเป็นน้อง  ต้องน้อมนพ  เคารพพี่                               ถ้าเป็นพี่  ดีต่อน้อง  ต้องใจป้ำ

รักช่วยเหลือ  เจือฉุด  ยุติธรรม                                          รักษาน้ำ ใจกัน  หมั่นเหลียวแล

เกลียวผูกพัน  ฉันท์พี่น้อง  คล้องคลานคล้อย                ตัวยังน้อย  ห้อยขี่คอ  ทั้งพ่อแม่

ท่านดับดิ้น  สุดสิ้นลม  ตรมดวงแด                  พ่อร่วมแม่  แท้คือพี่  นีคลานตาม

นิราศหลัง  ย้อนรอย  น้อยใจข่ม                                       เหนือตรอมตรม  ที่รับไว้  ไม่ทวงถาม

ปล่อยให้กรรม  ซ้ำบุก  มันลุกลาม                                    สิ่งงดงาม  อยู่แห่งไหน  ใครบอกที

อเมริกา  มาเสียไกล  หนีไหนพ้น                                     เพิ่มทานทน  บนหัวใจ  ไว้ศักดิ์ศรี

พบน้องข้า  จ้าจำรัส  รัชนี                                                  ถ้อยพาที  ปรับทุกข์  สุขกมล

หลบอดีต  ชีวิตเรา  เคยเศร้าสุข                                         หลบเรื่องทุกข์  วุ่นวาย  หายสับสน

รอศักดิ์สิทธิ์  นิมิตหมาย  เข้าไปดล                   ทำให้คน  ที่คิดร้าย  กลับกลายดี

พยายามเสริม  เติมภาษา  หาความรู้                  ก็ได้ครู  ผู้ขยัน  ขมันขมี

สองชั่วโมง  กับอีกค่อน  สอนให้ฟรี                               ทุกวันมี  นีน้องสาว  เขาปลอบใจ

มิเว้นวัน  โทรกันบ่อย  เจื้อยจ๋อยแจ๋ว                                ว่าไปแล้ว  เกินสิบปี  นี่ไฉน

ไม่เคยพบ  ประสบกัน  นั่นประไร                                   เทนเนสซี่  อยู่ใกล้  เครื่องบินมี

                เวอร์จิเนีย  ไม่เพลียใจ  อาศัยหลาน  นอนในบ้าน  อาหารท้อง  ต้องอิ่มหมี

ผลหมาก  รากไม้  มากมายมี                                               คอมทีวี  อบอุ่น  พูนพลัง

ระวังตัว  กลัวเจ็บไข้  ไปหาหมอ                                       ไม่เหลือหลอ  รักษาไข้  ใช้เงินถัง

ต้องรู้จัก  วิ่งจ๊อก  ออกกำลัง                                               ช่วยประทัง  ร่างกาย  ให้แข็งแรง

อันสติ  ปัญญา  สมาธิ                                                          จะเกิดมี  เมื่อร่างกาย  นั้นแข็งแกร่ง

บุหรี่เหล้า  เข้าทำลาย  ให้โรยแรง                                    ควรใจแข็ง  พิศพิเคราะห์  แค่เหมาะเพียง

วิ่งอากาศ  สะบัดแขน  แข้งขาปั่น                                     จักรยาน  ยืดตัว  คอหัวเหวี่ยง

สะโพกบิด  ซิทอัพ  กับตั่งเตียง                                         ไม่สุ่มเสี่ยง  เซ้าซี้  แค่เหงื่อซึม

                รัชนี  อายุน้อย  ไปว่ายน้ำ                                   ปัญญาล้ำ  เลิศนารี  ไม่มีหงึม

มิสเตอร์แกรม  ไตรกีฬา  สิงหาตรึม                 คงเป็นปลื้ม  กายา  ได้ฮาเฮ

ต๋อยนงเยาว์  เช้าตื่น  ขึ้นจากตั่ง                                        ออกกำลัง  ทุกวัน  ไม่หันเห

ทั้งวันวี่  ไม่มีงาน  จะพาลเก                                              เลยโมเม  เกร่ถอนหญ้า  บ้านชาตรี

สนามหญ้า  หน้าหลังบ้าน  เป็นลานเขียว                      บ้านหลังเดียว  กะทัดรัด  สาดสดสี

ล้อมด้วยดง  พงป่า  วนาลี                                                   ชวนกวี  ชมแมกไม้  นานาพันธุ์

โต๊ะเหล็กนั่ง  ร่มบังแดด  สีแสดสด                 ปากกาจด  กลอนนิราศ  แล้ววาดฝัน

เวอร์จิเนีย  เที่ยวทริปนี้  มีรางวัล                                       ชีวิตผัน  แผกใหม่  ให้ลิ้มลอง

ทุกวันมี  สี่กระรอก  วิ่งเลาะรัว                                          ผงกหัว  ไม่กลัวใคร  เป็นเจ้าของ

ยอดสนสูง  เสียดฟ้า  ดูน่ามอง                                          แสงเรืองรอง  ยามเช้า  เข้าภวังค์

เกาะต้นโอ๊ค  นกสีสวย  ไม่สิ้นเสียง                 ดังนางพร่ำ  ร่ำเรียง  ส่งเสียงสังข์

กระตุ้นตื่น  ฟื้นกาย  ให้พลัง                                             อย่าสิ้นหวัง  ยังมีเธอ  ชะเง้อคอย

เสียงกาก้อง  ร้องกู่  เหมือนรู้จัก                                        ส่งเสียงทัก ทายมา  อย่าเศร้าสร้อย

กระจิบจอก  บอกข่าว  ว่าเขาคอย                                      อย่าเลื่อนลอย  เลอะเลือน  ลืมเพื่อนเรา

ดอกลิลลี่  ผลิแดง  แข่งกุหลาบ                                          งามเทียบทาบ  รัศมี  ไม่มีเฉา

รับฝอยฝน  หล่นพร่าง  มิสร่างเซา                                   อย่ามัวเมา  เข้ารวนลาม  หนามเขาคม

ดูยอดสน  ต้นเฟิร์น  น่าเพลินพิศ                                     ชวนให้คิด  ใครคนหนึ่ง  ซึ่งขื่นขม

เหมือนเพลงพร่ำ  คำคน  สนต้องลม                               ฝากตรอมตรม  ติดตามอยู่  มิรู้วาย

                ติ๋มชาตรี  มีน้ำใจ  พาไปเที่ยว                            ขับรถเลี้ยว  ถนนขวา  มาทางซ้าย

แหล่งชอปปิ้ง  วิ่งวน  จนตาลาย                                       อธิบาย  ซ้ำซาก  ไม่ยักจำ

หกโมงเย็น  ยังเห็นแสง  สุรีสีห์                                       พื้นปฐพี  สีสว่าง  ยังไม่ค่ำ

ต้องสามทุ่ม  คลุมม่านมิด  สนิทดำ                    ฝนไม่พรำ  คืนจรัส  รัชนี

ดึกจันทร์เรือง  อยู่เมืองไทย  จำได้ว่า                                คืนสิบห้า  ค่ำนั้น  จันทร์สาดสี

ฉายสว่าง  ต้องปรางค์นวล  เย้ายวนยี                               ค่ำคืนนี้  มีเพียงไม้  ไสวปลิว

รัชนี  มีความหมาย  ชื่อใครนั้น                                         ดังสวรรค์  วิมานทิพย์  สูงลิบลิ่ว

แจ่มเจิดจ้า  เมฆาคล้อย  ย้อยเป็นทิว                  ไม่กล้าปลิว  ผ่านบัง  เหมือนตั้งใจ

เด่นเดือนฉาย  พระพายโชย  โบยสะบัด                         เงียบสงัด  เสงี่ยมนิ่ง  หยุดติงไหว

สิ้นสุดเสียง  หริ่งหรีด  กรีดเรไร                                       สงบใน  สรวงนิทรา  ฟ้าสีคราม

ยะเยือกเย็น  ยวบยาบ  แสงวาบวับ                                   โรจน์เร้นลับ  เรืองไฉไล  ให้วาบหวาม

ทั่วโลกหล้า  โลมโสฬส  สุดงดงาม                  เหลืองอร่าม  วามแวววาว  ผ่องพราวพรรณ

คงนางฟ้า  มาจุติ  ที่สยาม                                                   วิษณุกรรม  บรรจงแต่ง  แข่งสวรรค์

ต่อให้ดื่น  หมื่นกวี  กี่โลกันต์                                            มิอาจสรรค์  งามได้กึ่ง  ครึ่งรัชนี

                ล่วงเข้ายาม  สามอาทิตย์  นิมิตฝัน                     นับคืนวัน  มากออกไป  ให้สุขี

  เขียนนิราศ  รื่นรมย์  สมฤดี                                              สร้างกวี  หลงไว้  เผื่อใครชม

น้องและหลาน  ทำงานหมด  ไม่อดอยาก                       ได้เลี้ยงปาก  เลี้ยงท้อง  ต้องใจผม

อเมริกา  ถ้าตกงาน  ก็พาลตรม                                          เดินเตะลม  ใส่ปาก  ยังยากเย็น

อันตัวลุง  จูงป้า  มาอยู่นี่                                                     บำนาญมี  ยังลำบาก  แสนยากเข็ญ

แม้นยังอยู่  เมืองไทย  ใช่ลำเค็ญ                                       แต่อยากเห็น  แดนดิน  ถิ่นวิไล

พบส่วนดี  มีระเบียบ  ดูเรียบร้อย                                      สตางค์น้อย  ย่อมพึ่งพา  อยู่อาศัย

สามสิบห้า  ดอลล่าร์เดียว  แห้งเหี่ยวใจ                           มีก็จ่าย  ไม่ก็ออม  ยอมอดตาย

อาจเป็นบุญ  ช่วยหนุนนำ  กรรมดีก่อ                              บุญแม่พ่อ  ส่งเสริม  ไม่ขาดสาย

ท่านถึงแดน  สุขาวดี  ที่สัมปราย                                       ส่งบุญให้  แด่ลูกหลาน  สำราญรมย์

มิแต่งเติม  เสริมยอ  พ่อกับแม่                                            ท่านมีแต่ คุณธรรม  ที่งามสม

ตลอดคลอง  เชียงรากน้อย  ด้อยสังคม                            กล่าวนิยม  ชมแม่สิน  พ่อสิงห์โต

ข้าพเจ้า  หกสิบห้า  คืออายุ                                 ล่วงบรรลุ  แก่กาล  มานานโข

ขอนานที  มีบ้าง  นั่งคุยโว                                  ไม่คุยโม้  ลูกพ่อสิงห์  นั้นจริงใจ

รู้เสงี่ยม  เจียมตน  คนบ้านนอก                                        ไม่กลับกลอก  หลอกให้หลง  อย่าสงสัย

ที่หลังพระ  จะสระสวย  ด้วยมือใคร                                สละให้  ทั้งชีวิต  ยอมปิดเอง

ทั้งพงศ์เผ่า  เหล่ากอ  ของพ่อแม่                                       ไม่เคยแม้  คดโกง  แต่ตรงเผง

บรรดาญาติ  พวกพ้อง  ต้องกริ่งเกรง                               พ่อคนเก่ง  แม่คนกล้า  ปัญญางาม

ไม่เห็นพ่อ  มีศัตรู  อยู่ที่ไหน                                              “เป็นลูกใคร  วะไอ้หนู” มีผู้ถาม

ตอบสิงห์โต  แม่สิน  ก็สิ้นความ                                        คนที่ถาม  ลูบหัวเล่น  ด้วยเอ็นดู

ภาคภูมิใจ  ได้เกิดแต่  แม่กับพ่อ                                        จปร. หล่อหลอมไว้  ไม่อดสู

พ่อกับแม่  มอบแบบอย่าง  เส้นทางปู                               สอนลูกรู้  เพื่อเอาเยี่ยง  เพียงชีวิน

เวอร์จิเนียร์  มาพบน้อง  ต้องสอนสั่ง                              จงตามอย่าง  พ่อสิงห์โต  และแม่สิน

เอื้ออาทร  สั่งสอนมา  เป็นอาจิณ                                      รักแผ่นดิน  รักกษัตริย์  ขัตติยา

                ผ่านมาแล้ว  สามวันเสาร์  เช้าวันนี้                  คล้ายปาร์ตี้  มีเบรกฟัสต์  ห้องจัดหา

อพาร์ทเมนต์  ของเป๋อติ๋ม  อิ่มโอชา                 ฝรั่งจ๋า  ฮอทด็อก  ทอดไข่ดาว

ขนมปัง  เนยแยม  แฮมเบค่อน                                          หั่นเป็นท่อน  ก้อนกลม  นมสดขาว

ออเรนจู๊ด  ฟอร์ริดา  ฆ่ากลิ่นคาว                                      กินแทนข้าว  ด้วยแพนเค้ก  ไม่เช็คบิล

ผ่านอีกมื้อ  คือสบาย  พอหายอยาก                  มิลำบาก  เท่าเข็นครก  หรือยกหิน

บางคนเชื่อ  กินเพื่ออยู่  อยู่เพื่อกิน                                   อันศาสตร์ศิลป์  กินกับอยู่  ของคู่กัน

ป่านฉะนี้  ที่บ้านเรา  วันเสาร์ค่ำ                                       คงจะหม่ำ  มื้อเย็น  พร้อมเช่นฉัน

เป็นตอนค่ำ  ของเขา  เรากลางวัน                                    เขานอนฝัน  ฉันจะไป  แถวชานเมือง

                ฟอร์ดคันขาว  เข้านั่ง  ประจำที่                         คนครบสี่  คาดเข็มขัด  จัดติดเครื่อง

แก๊สครึ่งถัง  ยังแหลืออยู่  ไม่สู้เปลือง                              ออกชานเมือง  ตะวันออก  ยอกย้อนทาง

ไก่ไทสัน  ผ่านถนน  บนทางสวน                                    ขับรถทวน  มองไร่ทุ่ง  ดูยุ้งฉาง

พันธุ์พืชไร่  ปกคลุมดิน  ทุกถิ่นบาง                 สองข้างทาง  บ้านเรือน  เหมือนโบราณ

ทุกหย่อมย่าน  บ้านช่อง  มองแบบผัง                              บ้านใหม่สร้าง  หลังโต  ระโหฐาน

เขียวขจี  สีสนาม  งามตระการ                                           สะอาดสอ้าน  ผ่านมาไกล  ไร้มลทิน

ถนนสายเล็ก  แยกสู่ไร่  ซ้ายและขวา                               สลับป่า  นาข้าวโพด  เนินโขดหิน

อุปกรณ์  เครื่องจักร  ไถตักดิน                                           ทั่วท้องถิ่น  ชนบท  ดูงดงาม

แวะจอดพัก  เชอรี่แพล้นท์  แอนด์ฟลาวเวอร์                เห็นมิสเตอร์  ยืนขายของ  จึงร้องถาม

เฮาแมนนี่  กี่ดอลล่าร์  ถ้าซื้อพลัม                                     แคนตาลูป  ลูกงาม  ถามกี่ดอลล์

ดอกหลากสี  เย้ายียล  ผลไม้                                               มองสอดส่าย  ถ่ายรูปเล่น  เป็นอนุสรณ์

เร้าอารมณ์  สมจินต์  สิ้นอาวรณ์                                        ก่อนจะจร  เหลียวหลัง  สั่งบ๊ายบาย

ขับรถพลาง  นั่งเพลิดเพลิน  เนินไพรสนธ์                    แนวถนน  ราบเรียบ  ตลอดสาย

ธรรมชาติ  สะอาดชื่น  ดื่นเรียงราย                                  แวะผ่อนคลาย  ศูนย์การค้า  แอสแลนด์

แอสแลนด์  แฮนโนเวอร์  เจอไดลาร์ด                            ติ๋มเลี้ยวปร๊าด  จอดรถนิ่ง  ล็อคไว้แน่น

เดินวนรอบ  ชอปปิ้งมอลล์  ป้อดูแทน                             ความหวงแหน  รัดเข็มขัด  ประหยัดเงิน

แม้อยากได้  สิ่งของ  ต้องประสงค์                                   ตัดใจปลง  ให้จงได้  แม้ใจเขิน

แค่พอเพียง  เมียงมอง  จ้องเพลิดเพลิน                           พากันเดิน  ออกจากมอลล์  ขอเพียงชม

ไปหารถ  ที่จอดรอ  ก็ใจหาย                                              ติ๋มโวยวาย  ส่ายสอดมอง  ร้องขรม

รถไปไหน  หาไม่เห็น  จะเป็นลม                                    หน้าซีดซม  บีบรีโมท  รถไม่คลาง

ต๋อยนงเยาว์  เขาเดินพล่าน  ซมซานหา                           ทำเหลอหลา  ตาลาย  ใจเต้นผาง

เป๋อชาณุ  ดูทิศ  เห็นผิดทาง                                               เดินเก้งก้าง  อย่างเร็วรี่  ว่านี่ไง

ข้าพเจ้า  เฝ้าจ้องดู  อยากรู้ทิศ                                             ยืนเพ่งพิศ  พินิจทาง  อยู่ข้างไหน

เจ้ารถฟอร์ด  จอดสงบ  แกหลบใคร                 โถเจ้าไม่  บอกข้านิด  ผิดประตู

สร้างไม่สูง  ศูนย์การค้า  สง่ากว้าง                                   ของขายวาง  สะพรั่งพราว  แวววาวหรู

ติดราคา  แต่ภาษี  ไม่มีดู                                                      มีเงินสู้  ซื้อได้  เอาไปเลย

ติ๋มควบเก๋ง  เล็งเป้า  เข้าอพาร์ทเมนต์                              เปิดตู้เย็น  ดูอีกที  มิทำเฉย

ขนมปัง  ทาแยม  แกล้มนมเนย                                          ไม่เฉยเมย  เจ๊นง  ชงกาแฟ

ก่อนถึงบ้าน  ผ่านคอสโก้  อยู่ใกล้ ๆ                                แวะลงไป  อาหารหา  นำมาแช่

ออกคอสโก้  แวะโคเกอร์  เจอเป็นแพ                             ไม่ยอมแพ้  หวยรูด  ขูดเสี่ยงดวง

แทงปิคโฟร์  ปิคทรี  วินฟอร์ไล้ฟ์                                     หวยเสี่ยงทาย  มีรางวัล  อันใหญ่หลวง

ต้องหน้านิ่ว  คิ้วขมวด  ชวดร้าวทรวง                              สุ่มเสี่ยงดวง  หวยบนดิน  หลอกกินดอลล์

                เดือนจูไล  ขึ้นวันแรก  แปลกสักนิด วันอาทิตย์  คิดวางแผน  แพลนไว้ก่อน

เช้ารีบตื่น  คืนวันเสาร์  เร่งเข้านอน                 ต้องพักผ่อน  นอนเผื่อแรง  แข่งเวลา

โคโลเนียลดาวน์  ดอทคอม  เวิลด์ไวร์เว็บ                       เหมือนกรุงเทพ  ราชติณามัย  มีแข่งม้า

นัดกันไว้  ใคร่อยากชม  สมราคา                                      อเมริกา  มาทั้งที  มีติดมือ

ดูแข่งม้า  ว่าวอดวาย  อบายมุข                                           เกมสนุก  สังคมไทย  ไม่เชื่อถือ

เป็นความคิด  ผิดหรือเปล่า  ดังเล่าลือ                              แท้จริงคือ  บำรุงม้า  อาชาไนย

มิควรนำ  ทำเป็นเรื่อง  ขุ่นเคืองขัด                                   ธรรมชาติ  ของสัตว์  โลกจัดไว้

เป็นเกมมิ่ง  ชิงแข่ง  แย่งความไว                                      ควรเข้าใจ  ในการเล่น  เป็นพนัน

เพียงความสุข  สนุกสนาน  ในการเสี่ยง                         คิดเป็นเพียง  เสี่ยงดวง  อย่าห่วงหัน

อัศวะ  สัตว์น่ารัก  มีมากพันธ์                                            มาแข่งขัน  กรีฑา  พระราชา

                สายหกสี่  ชาตรีขับ  ไม่กลับย้อน                      ผ่านริชมอนด์  ค่อนโค้ง  ชั่วโมงกว่า

ทั้งโทรไป  โทรรับ   กับคุณนา                                          พอมาถึง  สนามม้า  พบหน้าเธอ

ผ่านคลับเฮาส์  เข้าไปแจม  โปรแกรมตั๋ว                         ไปเกาะรั้ว  หาสิ่งรู้  อยู่เสมอ

อ่านโปรแกรม  แถมทีวี  ยังมีเบลอ                                    เปิดไปเจอ  หลุยส์กาเซีย  หายเพลียแรง

จะเลือกเล่น  ตัวใด  ก็ใช่ที่                                 เจอจ็อกกี้  มีทักษะ  ขี่ม้าแข่ง

ใจสมัคร  ควักดอลลาร์  ออกมาแทง                 ไม่เสียแรง  นายคนนี้  ขี่ดีจริง

เริ่มสตาร์ท  จัดม้านิ่ง  วิ่งวนซ้าย                                        นอกเป็นทราย  ในเป็นหญ้า  ลู่ม้าวิ่ง

ไม่มีหน่วง  ถ่วงเวลา  ช้าประวิง                                        ไลน์ฟินนิส  ฟิตไม่จริง  วิ่งกันเอียน

ตำแหน่งหนึ่ง  ถึงที่สาม  เป็นโชว์จ่าย                             ตั้งแต่สี่  สิ้นสลาย  อดได้เหรียญ

เข้าที่หนึ่ง  ถึงเส้นชัย  ใช่แล้วเซียน                                 คลายบังเหียน  เลิกลงแซ่  แบรับวิน

หนึ่งหรือสอง  รั้งตำแหน่ง  ต้องแทงเพลซ                    มีม้าเทศ  หลากหลาย  ในท้องถิ่น

เจ้าของคอก  เลี้ยงหญ้า  ให้ม้ากิน                                     ถางพื้นดิน  พื้นป่า  มาตั้งฟาร์ม

ในหนึ่งปี  มีซัมเมอร์  เจอม้าแข่ง                                      เข้าหน้าแล้ง  ตกแต่งลู่  ปูสนาม

หนึ่งสัปดาห์  ห้าหกนัด  งัดจากฟาร์ม                             คนติดตาม  ดูหน้าแล้ง  แข่งตอนเย็น

ในวันนี้  มีเก้าเที่ยว  เดี๋ยวเดียวจบ                                     อยู่จนครบ  เก้าเที่ยว  ไม่เคี่ยวเข็ญ

เด็กดูได้  ผู้ใหญ่จูง  มุ่งให้เป็น                                           ไม่เกี่ยวเกณฑ์  กับกฎไทย  ที่ร้ายแรง

                จูไลทรี  มีนัดใหม่  ดูไฟร์เวิคส์                          ตอนสามทุ่ม  ม้าเลิก  พอสิ้นแสง

ห้าโมงเย็น  เกณฑ์ม้าเริ่ม  ประเดิมแทง                           ซัมเมอร์แล้ง  แข่งขัน  วันธรรมดา

จูไลโฟร์  วันพุธ  วันหยุดเขา                                             ทุกคนเฝ้า  รอวัน  กระสันหา

วันหยุดงาน  ได้เงิน  เพลินอุรา                                         อเมริกา  วันชาติ  มีจัดงาน

มาเกือบเดือน  ได้จังหวะ  สหรัฐ                                      เห็นธงชาติ  อเมริกา  ติดหน้าบ้าน

คืนวันที่สี่  จูไลโฟร์  คงโอฬาร                                         งามตระการ  สถานที่  พลุสีไฟ

                วันที่สาม  กรกฎา  ฟ้าสวยศิลป์                          วิศิรินทร์  เป็นวันเกิด  เฉิดสดใส

เคยเคลียคลอ  พ่อกับแม่  แม้อยู่ไกล                  ฝากดวงใจ  ทั้งสอง  คล้องอวยพร

เหมียวคือลูก  ผูกพะนอ  พ่อแม่รัก                                    หนูตระหนัก  รักความดี  ที่พร่ำสอน

ใจจดจ่อ  พ่อห่วงหา  แม่อาทร                                           ขอวิงวอน  พรเกื้อหนุน  บุญนำพา

ให้ลูกพ่อ  ลูกแม่  มีแต่สุข                                                   ใจสนุก  ใจสุขสันต์  ใจหรรษา

ให้ลูกสวย  รวยสินทรัพย์  นับปัญญา                              ไร้โรคา  ปรารถนาใด  ได้สมจินต์

ไม่มีใคร  ไหนอื่น  พันหมื่นแสน                                     มาเหมือนแม้น  แม่พ่อรัก  ฝากถวิล

ต่อสุดฟ้า  มหาสมุทร  สุดธานินทร์                  วิศิรินทร์  ลูกแม่พ่อ  ขออวยพร

                อวยพรเหมียว  เกี่ยวมาหนึ่ง  ถึงกวางช้าง       คงจะนั่ง  คอยยายตา  หน้าสลอน

ขอเอ็มครอม  พร้อมวิชัย  ได้ดังพร                   พิศศิธร  พรจะช่วย  ด้วยเช่นกัน

ดูเจ้าซน  คนขยัน  ทำบ้านรก                                             ดูปลานก  ไม้ดอก  บอกเจ้าอั๋น

ข้าคิดถึง  เจ้าทุกคน  บ่นทุกวัน                                          รักผูกพัน  จากพ่อแม่  แม้ห่างไกล

                อันตัวข้า  ถ้าจะเล่า  กล่าวถึงบ้าน                      ชีวิตผ่าน  ย่านอยู่  อู่อาศัย

เกิดบ้านนอก  คอกนา  บ้านตายาย                                   ถูกโยกย้าย  ไปเมืองกรุง  ทิ้งทุ่งนา

โลกสับสน  อลหม่าน  เหตุการณ์เกิด                               ต้องเตลิด  ร่อนเร่  สู่เคหา

ผลสงคราม  เอเชีย  บูรพา                                                  โตขึ้นมา  อาศัยวัด  เป็นเวียงวัง

ย้อนหาพี่  ที่บางกระบือ  และศรีย่าน                               ย้ายเข้าบ้าน  บรรทัดทอง  ถึงสามหลัง

ก่อนจะขึ้น  นายร้อย  ค่อยประทัง                                    สู่ที่หวัง  วิสุทธิ์กษัตริย์  จัดหอนอน

จปร. หอเปลี่ยนไป  ไม่คงที่                                               จบห้าปี  มีอาศัย  ไม่ถ่ายถอน

อยู่ห้องแถว  เรือนหับ  พอหลับนอน                               ก่อนเร่ร่อน  นอนสนามรบ  อยู่เมืองลาว

ค่ายที่อยู่  อู่ปากเซ  หักเหกลับ                                           เปลี่ยนห้องหับ  กระทุ่มแบน  แสนเงียบเหงา

กลับห้องแถว  ลุมพินี  อีกทีคราว                                      โยกลำเนา  เข้าสู่ถิ่น  ปราจีนบุรี

ด้วยเพราะบุญ  วาสนา  พาพบโชค                                  พิษณุโลก  นเรศวร  ควรศักดิ์ศรี

ทั้งในค่าย  นอกค่าย  ย้ายอีกที                                           แค่ยังมี  ที่พะเยา  เช่าบ้านนอน

ขอกรุงเทพฯ อีกสักหลัง  มิยั้งหยุด                                   แหล่งหลังสุด  นั่นก็คือ  ซื้อเงินผ่อน

เฝ้าดอนเมือง  ไม่เคืองคาย  หายอาวรณ์                           ก็จากจร  มาเจอ  เวอร์จิเนียร์

อีกหลายรัฐ  อเมริกา  ข้าจะฝัน                                          ให้มีบ้าน  อีกหลังหนึ่ง  ถึงได้เสีย

จะขอถูก  เมกกะมิลเลี่ยน  คงเจียนเพลีย                         มาช่วยเชียร์  ให้ได้บ้าน  สราญรมย์

อันคับที่  อยู่ได้  คับใจยาก                                  จะอดอยาก  เพียงใด  ไม่ขื่นขม

น้องกับหลาน  มีบ้านช่อง  ห้องหอชม                            สมอารมณ์  อยู่ได้  ไม่คายคืน

                ใจกับร่าง  ต่างอาศัย  ไม่มีแยก                           เมื่อใจแตก  แยกสลาย  กายสุดฝืน

ร่างร่วงโรย  โชยช้ำ  เหลือกล้ำกลืน                 ร่างจะยืน  ยงได้  ใจต้องดี

ตัวของใคร  ใจของเขา  เราไม่เห็น                                   ซุกซ่อนเร้น  หลบอยู่ใน  ใจเขานี่

แม้ใจกล้า  กายก็กล้า  เมื่อราวี                                            ถ้าใจหนี  ร่างเหนื่อยหน่าย  วอดวายปราณ

เป็นดังนั้น  วันยังมี  สรีระ                                                 ตั้งตะบะ  ธรรมส่อง  สองสถาน

กายกับใจ  ให้คงอยู่  คู่กันนาน                                          ใจสมาน  กายเสมอ  เอ็กเซอร์ไซส์

อเมริกา  ครานี้  มีความคิด                                  กายกับใจ  ต้องใกล้ชิด  กันให้ได้

“ออกกำลัง  ตั้งสติ” นี่ยังไง                                                นำมาใช้  ให้ชีวิต  สถิตนาม

ดูตัวอย่าง  ที่ดี  รัชนีน้อง                                                    ใจจะต้อง  พากาย  ไปว่ายน้ำ

กายร้องขอ  ให้ใจ  เร่งไปทำ                                              แล้วพานำ  พี่ยา  มาเลี้ยงดู

แกรมแชปเปิร์ด  เลิศคน  บนลิขิต                                     นำรัชนี  มีชีวิต  การต่อสู้

เปลี่ยนต้นร้าย  ปลายประเสริฐ  ขอเชิดชู                        โลกย่อมรู้  ผู้บากบั่น  และมั่นใจ

                รุ่งวันชาติ  อเมริกา  กรกฎาสี่                             เช้าวันนี้  ฟ้าสว่าง  กระจ่างใส

ตะวันส่อง  สายลมซ่าน  สะท้านไกว                               มวลแมกไม้  เสียดสี  เสียงซู่ซอน

ยะยาบเย็น  เห็นธงปลิว  ลิ่วไสว                                       อยู่ชาติไหน  รักชาตินั้น  โบราณสอน

จะเมืองไทย  อเมริกา  ก็อาทร                                            ประณมกร  ก้มทาบ  กราบแผ่นดิน

เมื่อคิดถึง  แผ่นดินไทย  ใจเกิดคึก                                    เคยสู้ศึก  อยู่ร่ำไป  ไม่รู้สิ้น

กษัตริย์ศาสน์  หยาดโลหิต  อุทิศแผ่นดิน                        แม้นชีวิน  จะสิ้นปลง  ไตรรงค์งาม

เหยียบพื้นดิน  ถิ่นสเตท  ด้วยเหตุผล                               จิตแห่งตน  นั้นคนไทย  ใจสยาม

พรหมลิขิต  ขีดเช่นไร  จะไปตาม                                     ทุกเมื่อยาม  มุมชีวิต  ลิขิตเอง

                สองร้อยสาม  สิบเอ็ดปี  มีเอกราช                     ชูธงชาติ  ชักขึ้น  แล้วยืนเบ่ง

ชาติอื่นเขา  กล่าวหา  ว่านักเลง                                         เที่ยวไปเฉ่ง  วางกล้าม  ข้ามะกัน

ความยอดเยี่ยม  เตรียมอาวุธ  ยุทธศาสตร์                        เพื่อครองชาติ  ทั่วโลก  ไม่โศกศัลย์

จุดประสงค์  จำนงหมาย  ไม่โรมรัน                 แต่ฟาดฟัน  กลุ่มอักษะ  ให้สิ้นไป

เป็นวันชาติ  ของเขา  เราให้เกียรติ                                   ไม่เบียนเบียด  เดียดฉันท์  ให้หวั่นไหว

ชาติของเขา  เขาก็รัก  ปักดวงใจ                                       ชาติของเรา  เราไซร้  ให้รักกัน

ไทยของเรา  เราควรรัก  ฝากชีวิต                                      เลิกจริต  อามิศสิน  คิดสร้างสรรค์

เลิกแบ่งพรรค  ฝักใฝ่  เป็นหลายพันธุ์                             หยุดฟาดฟัน  กลั่นแกล้ง  แย่งกันกิน

ข้าวในนา  ปลาในน้ำ  ตามธรรมชาติ                              ระดื่นดาด  สมบัติมาก  หลากทรัพย์สิน

อย่าชิงดี  ชิงโด่ง  คดโกงกิน                                              ให้ชาติอื่น  ติฉิน  หมิ่นดูแคลน

คำนึงคิด  อดีตกาล  บรรพบุรุษ                                          ได้หลั่งเลือด  บริสุทธิ์  เรือนล้านแสน

สู้รักษา  ทรัพย์สิน  และดินแดน                                       มัวเคืองแค้น  ฆ่ากัน  อยู่ทำไม

นเรศวร  ตากสิน  มหาราช                                 ทรงกู้ชาติ  กู้แผ่นดิน  ให้อยู่ได้

พวกป่วนปั่น  นั้นก็รู้  มันผู้ใด                                           เข้าทำลาย  ไทยกันเอง  มิเกรงกลัว

แปลงสัญชาติ  เชื้อเผ่า  จากเหล่าไหน                             เราเป็นไทย  ต้องให้รู้  ผู้ร้ายชั่ว

กำสองมือ  ขึ้นชื่อไทย  อย่าไปกลัว                   มารวมตัว  รู้รัก  สามัคคี

บรอ. สตร. คมส.                                                                   อักษรย่อ  ก็มากมาย  ไฉนนี่

เป็นคนไทย  เสียเปล่า  ไม่เข้าที                                         ทั้งอวดดี  อวดรู้  หดหู่ใจ

เขียนนิราศ  กราดกริ้ว  เพียงผิวเผิน                 อาจล่วงเกิน  บังเอิญคัน  อย่าหวั่นไหว

อันดีชั่ว  ตัวเรารู้  อยู่แก่ไจ                                  อยากเห็นไทย  ไกลกว่านี้  ทุกวี่วัน

                ต้นจูไลน์  ยังไม่ค่อน  จะร้อนนัก                      แต่ความรัก  ทำให้ร้อน  อาวรณ์ฝัน

ธรรมชาติ  ย่อมหมุนเวียน  เปลี่ยนตามวัน                      อันตัวฉัน  หันเวียนวุ่น  หมุนเป็นเกลียว       

ผืนแผ่นดิน  สิ้นน้ำ  ปาล์มยังขึ้น                                       ผืนแผ่นดิน  ชุ่มชื้น  หญ้าขึ้นเขียว

หัวใจแห้ง  แล้งโลหิต  ซูบซีดเซียว                  ห่มห่อเหี่ยว  ซึมซับ  คราบน้ำตา

จิตของคน  ล้นลึกลับ  จับไม่ได้                                         ซุกซ่อนใน  ไขวจี  วางสีหน้า

แสร้งเกลื่อนกลบ  หลบถ้อยคำ  จำนรรจา                       ลวงมารยา  ถาไถ  ได้ทุกกาล

                ค่ำวันนั้น  วัฒนา  ชวนชาณุ                              เฝ้าดูพลุ  ทางทีวี  อยู่ที่บ้าน

อิ๋วชาตรี  ชวนลุงป้า  หาประสบการณ์                            แหวกยวดยาน  ขับเคี่ยน  โคโลเนียลดาวน์

รถหลายพัน  ผ่านประตู  ดูม้าวิ่ง                                       เห็นพลุจริง  ยิงสลุต  ผุดกลางหาว

มีม้าแข่ง  แทงวินเพลซ  เสร็จทุกคราว                             ไม่เหมือนเก่า  เดาไม่เจอ  เสมอตัว

ควบหนึ่งสอง  หนึ่งสองสาม  ยังตามจ่าย                        หนึ่งถึงสี่  ก็แทงได้  ให้เวียนหัว

บุญโฉลก  เกิดโชคดี  ถูกสี่ตัว                                            รับเงินชัวร์  ไม่วอดวาย  สบายอุรา

สามทุ่มกว่า  แข่งม้าจบ  ครบเก้าเที่ยว                               เสียงจ้าวเจี้ยว  ปนดนตรี  ออร์เชสตร้า

ปลุกบรรเลง  เพลงแห่งชาติ  อเมริกา                              อีกไม่ช้า  ฟ้าที่ดำ  งามด้วยไฟ

แสงพลุสี  ส่องสว่าง  ท่ามกลางเมฆ                 สวรรค์เสก  ให้ท้องฟ้า  แจ่มจ้าใส

สิบห้านาที  ที่เพลิดเพลิน  จำเริญใจ                                ก้าวย่างไป  รอที่รถ  หมดชั่วโมง

นั่งรับลม  ชมยวดยาน  นับพันเคลื่อน                             ค่อยเขยื้อน  เลื่อนขยับ  กลับหมดโขลง

ใกล้จะเตียน  โคโลเนียลดาวน์  อยู่เฝ้าโยง                      เหลือลานโล่ง  คงได้เยือน  เพื่อนอีกคราว

                ก่อนมาเยือน  เพื่อนวันนี้  รี่ไปซื้อ                    ของติดมือ  คือกล้องถ่าย  ไว้แก้เหงา

ซื้อแคนนอน  เมื่อตอนเซลล์  เป็นเรื่องราว                    เตรียมไว้เข้า  อินเตอร์เน็ต  ดังเจตน์จง

หวังจะเก็บ  ประสบการณ์  ผันเป็นภาพ                         มาประดับ  กับประวัติ  แล้วอัดส่ง

ประทับใจ  มอบคำ  ที่จำนง                                               ไม่ลุ่มหลง  ปลงเสมอ  สิ่งเจอมา

ได้ประเดิม  เริ่มแรก  เพื่อบุกเบิก                                      ปฐมฤกษ์  ของสมบัติ  จัดซื้อหา

จับประจง  ภาพธงชาติ  อเมริกา                                       เป็นสัญญา  ว่าอาศัย  ให้ร่มเย็น

                อีกสามวัน  จะผ่านพบ  ครบเดือนแล้ว            ยังผ่องแผ้ว  ที่พำนัก  เกลนเอเลน

แต่และวัน  กิจวัตร  จัดเข้าเกณฑ์                                      เช้าถึงเย็น  เป็นยามตื่น  ชื่นฤทัย

ตรงเวลา  ที่บ้านเรา  เข้ายามค่ำ                                          เลิกกิจกรรม  พักผ่อน  นอนหลับใหล

ตอนกลางวัน  ของเธอ  ที่เมืองไทย                  ฝันว่าใกล้  ดื่มด่ำ  ยามค่ำคืน

อันเวลา  กลับผัน  ตรงกันข้าม                                           ไม่ได้ห้าม  ดวงใจ  ให้หยุดฝืน

เป็นมนุษย์  สุดที่ใจ  ในจุดยืน                                           จะหลับตื่น  ทุกคืนวัน  ฝันละเมอ

                ไปเยี่ยมย่าน  ร้านขายของ  มองสินค้า             จะซื้อฝาก  แก้วตา  ก็พาเก้อ

อีกหลายเดือน  จึงเคลื่อนครา  ได้มาเจอ                          หวังว่าเธอ  คงรอคอย  อย่าน้อยใจ

จากช๊อตปั๊ม  ดิ๊กสปอร์ต  จอดไคลัดส์                               เข้าวอลมาร์ท  โครเคอร์  เจอของขาย

ไปคอสโก้  โลว์, ทาเก๊ต, แวะเบสต์บาย                           ช๊อปตาลาย  ไม่ได้ของ  มองอย่างเดียว

เพราะอยากรู้  ดูจนทั่ว  กลัวเงินหมด                               พอจับจด  ลดวาง  อย่างห่อเหี่ยว

คลำกระเป๋า  เฝ้าดอลล่าร์  ไว้ยาเยียว                                รอวันเหมียว  ลูกได้มา  ซื้อหาเอง

                เตรียมตัวเสร็จ  เจ็ดกรกฎา  ตีห้าพร้อม             จะแก่หง่อม  ไม่ยอมพลาด  ชาติคนเก่ง

ติ๋มกับเป๋อ  เหลอหลา  ข้าชักเซ็ง                                       ยืนก้างเก้ง  มองซ้ายขวา  จ้องตาดู

บอกเมื่อวาน  จะไปวัด  นัดไปเที่ยว                  ตะโก้เกี๊ยว  สาคุอัด  ยัดใส้หมู

หอบติดมือ  ถือไปขาย  ให้คนดู                                        อยากจะรู้  ดูให้เห็น  เป็นเช่นไร

จันทร์ครึ่งดวง  ยังลอยเด่น  เห็นแจ่มจ้า                           ตอนตีห้า  ฟ้าผ่องขาว  พราวไสว

กำลังจะเปลี่ยน  เป็นสีทอง  ลำยองใย                             ติ๋มรับไป  สู่วัดลาว  พุทธวงค์

งามฉลอง  ของชาวลาว  รีพฟูจี้                                         ประจำปี  ดนตรีบรรเลง  กันเฉงโฉง

งานกุศล  บนเวที  มีหลายวง                                              บ่ายสามโมง  โปงลางสะออน  จะจรมา

รอโปงลาง  จะสะออน  แดดร้อนจัด                                ลมหลังวัด  พัดมาที  ดีนักหนา

ฟังนักร้อง  เสียงสวรรค์  สุกันยา                                      เธออุตส่าห์  บินจากลาว  เข้าร่วมงาน

คุณศรีพวน  พาผ่าน  เข้างานนี้                                         ให้ตั๋วฟรี  กับพี่น้อง  และลูกหลาน

รวมคนลาว  และชาวไทย  ใจชื่นบาน                             เหมือนไปงาน  บุญขอนแก่น  มีแคนฟัง

เห็นคนไทย  หลายหลาก  จากหลายรัฐ                           มุ่งสู่วัด  ปรารถนา  หาสิ่งหวัง

ที่พึ่งใจ  ไกลโพ้นแดน  แสนลำพัง                                  ต่างคนต่าง  จิตใจ  ไร้ความจริง

ดูน้องมิว  ลูกรินนา  หลานตาเต้น                                    ขึ้นรำเล่น  อรชร  ช้อนสวิง

สร้างบันเทิง  เริงร่าย  ส่ายสวิง                                          ช่างเก่งจริง  นะลูกลาว  เจ้าหลานยาย

ได้ยินเพลง “คิดถึงพี่หน่อย  นะกลอยใจเจ้า                   พี่ตรมพี่เหงา  เพราะคิดถึงเจ้า  เชื่อไหม”

อกระวิง  สวิงร่อน  ช้อนเท่าไร                                         ไม่เจอใจ  หายไปแล้ว  นะแก้วตา

แสดงสด  วงโคตรตะบูน  ลุ้นจบแล้ว                              ส่งเสียงแจ้ว  วงโปงลาง  ดังแล้วหนา

เต้นระเร่า  เขย่าส่าย  โยกไปมา                                         เรียกเสียงฮา  ออดอ้อน  สะออนสะออย

ร้องบรรเลง  เพลงไทยลาว  เว้ากันโลด                           กระดอนโดด  โลดเต้น  เห็นเหยาะหยอย

เจ้าจอนนี่  เป่าแคน  แสนสำออย                                      ขึ้นไปฝอย  ทยอยเพลง  บรรเลงแคน

ชั่วโมงครึ่ง  ถึงเวลา  โปงลางพัก                                      เล่นหน่วงหนัก  หยุดพักร้อง  เพราะท้องแขวน

จะมีใคร  ถ่ายภาพ  กับแฟนแฟน                                     เชิญตัวแทน  มารอ  ขอสิบดอลล์

งัดซีดี  มีเยอะแยะ  แวะจ่ายแจก                                        แค่ขอแลก  ค่าเครื่องบิน  ค่ากินก่อน

อเมริกา  มาสิบวัน  จะพลันจร                                           หยุดสะออน  โปงลาง  จะสั่งลา

มอบศิลป  วัฒนธรรม  ประจำถิ่น                                      ศิลปิน  ของชาติ  ปรารถนา

ให้ประทับ  กับลาวไทย  ในอเมริกา                 เพื่อติดตรา  ธาราโขง  โปงลางสะออน

ตลาดนัด  หลังวัดลาว  ชาวไทยเทศ                  จดหมายเหตุ  สังเกตดู  เป็นอนุสรณ์

เพื่อรำลึก  บันทึกไว้  ในบทกลอน                                   ยามแรมจร  เรือนร้าง ห่างเมืองไทย

                วันอาทิตย์  ที่แปด  แสงแดดจ้า                          อเมริกา  ซัมเมอร์ร้อน  นอนตื่นสาย

ข้ามต้มกุ๊ย  พุ้ยใส่ท้อง  คล่องสบาย                   เตรียมตอนบ่าย  มีหมายนัด  รีบจัดแจง

ลูกชิ้นทอด  สอดไส้หมู  สาคูต้ม                                       รอแดดร่ม  ลมโชย  ระโรยแสง

วางตอนท้าย  ย้ายจัด  ทะมัดทะแมง                 ขับไม่แซง  แข่งชิง  วิ่งตามกัน

พอถึงที่  ปลายทาง  ต่างก็จอด                                           เดินเล็ดลอด  ผ่านดง  พงไพรสันธ์

เห็นหินแก่ง  กลางน้ำ  งามตระการ                 แก่งสวรรค์  วิมานงาม  แม่น้ำเจมส์

สองฟากฝั่ง  ปลั่งเปล่งสี  ขจีเขียว                                     ธารหลากเชี่ยว  ไหลลง  ดังหงส์เหม

คลื่นระลอก  กระฉอกชล  จนอิ่มเอม                               ปริ่มปรีเปรม  เป็นโฟมฝอย  ลอยให้ชม

ข้าวักน้ำ  ลูบล้างหน้า  พาชุ่มชื่น                                      เย็นระรื่น  ชื่นอุรา  จนสาสม

หวังว่าเจมส์  คงต้อนรับ  ข้ากลับชม                 ฝากระทม  ชะโลมใจ  ไปกับเจมส์

ยามหน้าแล้ง  เห็นแก่งเกาะ  เหมาะลงเล่น                    แม่น้ำเป็น  เส้นชีวา  รักษาเข้ม

น้ำข้าใช้  ข้าได้ดื่ม  ไม่ลืมเจมส์                                          ข้าปรีเปรม  เจมส์ช่วยข้า  รักษาใจ

                หลานธิชา  ทอมมี่  พี่กับน้อง                             ทายาทของ  คุณแม็ก-นก  โชคไฉน

ไทยไดน์เนอร์  กิจการ  อาหารไทย                  ลงแหวกว่าย  กระแสเจมส์  เอมปรีดา

นิโคลัส  เด็กชาย  ลงว่ายน้ำ                                               เด็กทั้งสาม  แสนสนุก  สุขหรรษา

ลูกของตุ่ย  เกิดวันนี้  มิได้มา                                              ให้คุณนา  พาพักผ่อน  หย่อนกมล

เห็นเจ้าดีน  ดิ้นเร่าเร่า  ชักเอาเรื่อง                                   ไม่รู้เคือง  เรื่องอันใด  ให้ฉงน

ส่วนแม่อิ๋ว  หิ้วไม่ไหว  ให้ชอบกล                   ลงสายชล  ดีนไม่ขึ้น  ต้องฝืนใจ

ให้แดดดี้  ชาตรีอุ้ม  ไปทุ่มน้ำ                                            อยากเย็นฉ่ำ  นำขวดนม  ลงไปว่าย

กับลุงแม็ก  แหวกสายชล  จนอิ่มใจ                  สุขฤทัย  ได้จากเจมส์  เปรมฤดี

                เจ้าพระยา  ข้าฝากใจ  ไปคืนถิ่น                        โอ้ท่าจีน  เคยอาศัย  ได้สุขศรี

บางปะกง  ข้าแสนรัก  ฝากชีวี                                           แม่กลองมี  ความหลัง  ครั้งเก่ากาล

ปิงยมวัง  สร้างอดีต  ฝังจิตอยู่                                            เคยคลอคู่  อยู่แนบข้าง  ริมฝั่งน่าน

พรากแควใหญ่  ไกลแควน้อย  มาแสนนาน                   แม่น้ำปราณ  โปรดคอยข้า  กลับมาเชย

ครบหนึ่งเดือน  เหมือนหนึ่งปี  พี่จรจาก                         ส่งใจฝาก  เพ้อพร่ำ  คำเฉลย

สุดใดเปรียบ  เทียบเท่า  ที่เราเคย                                      ล่องแก่งเมย  เคยชมป่า  พนาวัลย์

เยือกเย็นยล  บนแพพ่วง  ดวงใจชื่น                                ฝ่าลมคลื่น  รื่นรมย์  สมสุขสันต์

เสียงซ่านซู่  น้ำเซาะไทร  เย็นสายธาร                            ถิ่นเมืองกาญจน์  สวรรค์สวาท  นิราศมา

เพชรบุรี  พี่เคยพร่ำ  คำเฉลย                                             แม่คะเมย  เคยไปอยู่  คงกู่หา

แก่งกระจาน  สันเขื่อน  เตือนสัญญา                              บอกแก้วตา  ว่าข้าคอย  อย่าน้อยใจ

โอ้แม่อิง  นวลละออ  พี่รอเจ้า                                            กว๊านพะเยา  เจ้าอยู่ดี  เป็นไฉน

แม่ตาปี  ศรีสุราษฎร์  อย่าตัดใย                                         ข้าส่งใจ  คิดถึง  คะนึงครวญ

วาสนา  ชะตากรรม  ตามยถา                                             นิราศลา  มาเสียไกล  ใจยังหวน

ตามติดเตือน  เหมือนอยู่ชิด  สนิทนวล                            ยุงอย่าไต่  ไรอย่ากวน  คนอยู่ไกล

                โลกหมุนวน  คนหมุนใจ  ใช่ไหมเล่า              แต่ใจเรา  หาได้เป็น  เช่นนั้นไม่

โลกหมุนเวียน  เปลี่ยนสัตว์โลก  สุขโศกใจ                   ฉันทำไม  ไม่คลายโศก  โลกคงลืม

สุขหรือโศก  โลกผ่านไป  ฉันไม่สน                                เกิดเป็นคน  ทนทำใจ  ให้เป็นปลื้ม

มองดวงดาว  ยังแจ่มใส  ในค่ำคืน                                    ยังอาจฟื้น  ยืนอยู่ยง  คงกระพัน

อยากพบเห็น  สิ่งเร้นลับ  อยากจับต้อง                           อยากเที่ยวท่อง  ทุกสารทิศ  นิมิตฝัน

ชีพที่หลง  เหลือนี้  อีกกี่วัน                                               เร่งสืบสรร  สวรรค์สรวง  ให้ดวงใจ

                ตอนกลางวัน  บ้านเรือนเคียง  เสียงสงัด        ทิมเบอร์พาส  แสนสงบ  สลบไสล

จักจั่น  นานหรีดร้อง  ก้องเรไร                                         กระรอกไพร  วิ่งไต่รั้ว  ตัวแดงเทา

กระจิบโลด  กระโดดวิ่ง  เปลี่ยนกิ่งโอ๊ค                          ไม่รู้โศก  ไม่รู้ร้อน  ไม่รู้หนาว

เหยี่ยวถลา  มาให้เห็น  เป็นครั้งคราว                              รู้หรือเปล่า  ข้าเหงาใจ  ทำไงดี

เพื่อนคืนนี้  มีเพียงดาว  ไม่กี่ดวง                                      เจ้าลับล่วง  ลืมท้องฟ้า  เบือนหน้าหนี

เหลือความมืด  เป็นเพื่อนข้า  ยามราตรี                            กลางวันมี  ความเงียบสงัด  มาผลัดเวร

นำความมืด  เงียบสงัด  จัดมาให้                                       ขอขอบใจ  ที่ให้ข้า  ได้มาเห็น

สิ่งข้าพบ  สงบอารมณ์  และร่มเย็น                  ไม่อยากเห็น  ความฟู่ฟ่า  ข้าอิดเอียน

                ชาตรีอิ๋ว  หิ้วเจ้าดีน  กินปิซซ่า                           หอบลุงป้า  ไปกินด้วย  ช่วยกันเจี๋ยน

ชิ้นเบ้อเลิ่ม  เติมด้วยโค้ก  แก้โอกเอียน                            ฟัดกันเตียน  เปลี่ยนอาหาร  ทานมื้อเย็น

ตุนกับข้าว  เข้าตู้เย็น  เป็นอาทิตย์                                     ช่วยกันคิด  จับจ่าย  ใส่รถเข็น

ล้วนแต่ของ  ใช้ชำ  ที่จำเป็น                                             ดันรถเข็น  ขนถ่าย  ใส่ครัวเรือน

ทั้งไทยลาว  ขาวดำ  เวียดนามแขก                                    ผิวผิดแผก  แตกต่าง  ก็ยังเหมือน

ทุกวันคู้  อยู่กับเหย้า  เฝ้ากับเรือน                                     พอสิ้นเดือน  สิ้นสัปดาห์  พาเที่ยวไกล

บ้างแบกเรือ  ลงทะเล  บ้างเกร่ช๊อป                 บ้างออกรอบ  กอล์ฟกีฬา  ถ้ายังไหว

บ้างบุกเข้า  ป่าดง  พงพฤกษ์ไพร                                      บ้างก็ไป  คริสตจักร  พักสวดมนต์

บ้างก็ชอบ  บันเทิง  เริงปาร์ตี้                                            ต่างก็มี  งานทำ  ยามขัดสน

บ้างก็เฝ้า  ดูทีวี  หนีความจน                                              แต่ละคน  มีกิจกรรม  ต้องทำงาน

อันตัวลุง  ตัวป้า  เช่นกาฝาก                                              สร้างลำบาก  ทางใจ  ให้ลูกหลาน

แต่ทำใจ  ไม่คิดมาก  กลัวยากนาน                                    เห็นลูกหลาน  มั่งมี  ก็ดีใจ

คนผู้เฒ่า  รีไทร์  ก็ใกล้วัด                                                   รอกรีนการ์ด  อเมริกา  ส่งมาให้

แต่วันนี้  ยังไม่รู้  ขอดูใจ                                                     ไม่เป็นไร  ไม่ดิ้นรน  คนเหมือนกัน

อยากลองของ  ต้องรอดู  หมู่หรือจ่า                 ใครคนกล้า  ใครคนแกร่ง  เมื่อแข่งขัน

ชัยชนะ  กับพ่ายแพ้  นั้นแค่กัน                                        ขอเพียงฉัน  ยังอยู่  ดูโลกา

                ได้มาเจอ  เวอร์จิเนียร์  ริชมอนด์                       สิ่งซับซ้อน  ยั่วยวน  ชวนศึกษา

ใคร่วิเคราะห์  แค่เหมาะความ  ตามปัญญา                     ชาวประชา  อารยชน  เป็นหนใด

ไม่มองผ่าน  การสังเกต  คนเขตนี้                                    ข้อมูลมี  เท่าที่เห็น  เป็นไฉน

เพียงสัมผัส  ทางสายตา  ว่ากันไป                                    ถูกหรือไม่  อย่าติเตียน  เขียนคาดการณ์

ประชาชน  พลเมือง  เรื่องฐานะ                                      สมถะ  ณ ที่อยู่  หมู่สถาน

จากซอมซ่อ  ถึงใหญ่โต  มโหฬาร                                    เห็นอาคาร  บ้านช่อง  มองทุกมุม

อันคนจร  หมอนหมิ่น  ไร้ถิ่นฐาน                                   รัฐบาล  จัดที่อยู่  เป็นหมู่กลุ่ม

พวกติดยา  จับได้  ไว้ควบคุม                                              ห่างชุมนุม  ชนชั้น  ขั้นมีกิน

กลุ่มผู้ใช้  แรงงาน  นั้นมีมาก                                            ดูได้จาก  สินค้า  บรรดาสิ้น

การบริการ  บ้านช่อง  ของใช้กิน                                     สายการบิน  รถถนน  และหนทาง

คนตกงาน  เพราะเลย์ออฟ  รอบไหน ๆ                         หาได้ง่าย  งานดี  ยังมีจ้าง

ความเดือดร้อน  แร้นแค้น  แสนเบาบาง                         ชนชั้นกลาง  ใช่ล้าหลัง  ของสังคม

มาพิเคราะห์  เจาะให้ดี  มิใช่มั่ว                                        ความลงตัว  นั้นมีอยู่  ดูเหมาะสม

ค่าแรงงาน  ขั้นต่ำ  ไม่ซ้ำตรม                                            พอชื่นชม  ของใช้จ่าย  ได้เหมือนกัน

คนประหยัด  เงินทอง  มองโอกาส                                  ใครประหยัด  ยิ่งเหลือใช้  ไม่โศกศัลย์

เพิ่มฐานะ  ครอบครัว  ได้ทั่วกัน                                        เรื่องแบ่งชั้น  กั้นวรรณะ  จะไม่มี

คนเก่าก่อน  ค่อนมีมาก  จากสังเกต                  เจ้าประเทศ  มีเขตขันธฑ์  ขั้นเศรษฐี

อยู่อาศัย  ในคฤหาสน์  จัดอย่างดี                                      บนพื้นที่  หลายเอเคอร์  อลังการ

ความมั่งมี  อาจชี้บ่ง  ไม่ตรงเป้า                                         ดูจากเขา  มีเหย้าเยือน  นิวาสสถาน

การหมุนเวียน  เปลี่ยนสินค้า  และบริการ                      มองดูคน  ตกงาน  ก็มั่นใจ

เวอร์จิเนียร์  นั้นเป็นรัฐ  ประวัติศาสตร์                           เริ่มเป็นชาติ  อเมริกา  ขึ้นมาได้

บุกลำน้ำ  ป่าเขา  ลำเนาไพร                                              อนุรักษ์ไว้  ความสุขสันต์  นั้นตามมา

ย้อนอดีต  คริสโตเฟอร์  โคลัมบัส                                     สหรัฐ  มณฑล  ถูกค้นหา

จนกระทั่ง  ตั้งสหรัฐ  อเมริกา                                           ใช้เวลา  กว่าอย่างน้อย  สี่ร้อยปี

ทุกตำบล  คนต่างชาติ  มองกลาดเกลื่อน                         ดูเป็นเหมือน  แหล่งขุดทอง  ของเศรษฐี

คนอินเดีย  มากกว่า  ภาษาดี                                               กิจการมี  มากมาย  หลายอย่างคุม

แบกทุนรอน  ป้อนกิจกรรม  ทำการค้า                            เดินไปมา  เห็นแต่แขก  ไม่แตกกลุ่ม

งานไฟฟ้า  คอมพิวเตอร์  เจอทุกมุม                 แขกเข้าคุม  แทบทุกปั๊ม  ขายน้ำมัน

เขาว่าแขก  กับงู  ดูน่าแปลก                                               ต้องตีแขก  ก่อนงู  ดูน่าขัน

ไม่ว่าแขก  ไม่ว่างู  ของคู่กัน                                               ถ้าเจอมัน  ฟันให้แหลก  ทั้งแขกงู

                พบจนชิน  มันบิ่นบ้า  กว่างูแขก                       ที่ว่าแปลก  มันแหกตา  น่าอดสู

ก็คนไทย  ไร้ศึกษา  แหละน่าดู                                         แม้พวกหมู่  เดียวกัน  ก็นั่นแล

เดรัจฉาน  กักขระ  อมนุษย์                                                เป็นอาวุธ  หอกหลาววาง  อยุ่ข้างแคร่

หลงไว้เนื้อ  เชื่อใจ  ไม่งอแง                                             แต่ที่แท้  ทรยศ  หมดอาลัย

หากว่าเป็น  คนอื่น  สักหมื่นแสน                                    ยังไม่แค้น  เท่าพี่น้อง  ร่วมท้องไส้

คิดว่าปล่อย  ความอัปรีย์  สีจังไร                                       เวรที่ได้  ไปตกอยู่  ผู้ที่ทำ

เกิดมาแล้ว  ก้าวต่อไป  ให้ที่สุด                                         สุภาพบุรุษ  ต้องทุกท่า  อย่าถลำ

หันไปตรวจ  ดูใหม่  ที่ได้ทำ                                              นั่นแหละกรรม  ต้องชดใช้  ใช่ลอยนวล

                มืดสว่าง  ต่างหมุนเวียน  แปรเปลี่ยนผ่าน       ทีละวัน  ผันชีวิต  ให้คิดหวน

นำตำรา  ขึ้นมาอ่าน  ทบทานทวน                                    ตามกระบวน  หนังสือ  สื่อสัมพันธ์

จะโอภา  ปราศรัย  ในต่างชาติ                                          หมดโอกาส  พลาดสนุก  สิ้นสุขสันต์

ภาษาฝรั่ง  ฟังอย่างมั่ว  สั่นหัวยัน                                     พูดอะไรกัน  ฉันก็ฟัง  แล้วนั่งงง

นึกเสียดาย  สายเสียหน่อย  ไม่ค่อยฝึก                             เพราะเคยนึก  ถึงคำเตือน  จึงเลือนหลง

สอนอย่าสน  ภาษาอื่น  ให้ฝืนปลง                                  พูดตรงตรง  ว่าสอนผิด  คิดเสียดาย

เมื่อนึกได้  อย่าไปฝืน  ตื่นจากฝัน                                     คิดสร้างสรรค์  เริ่มวันนี้  ไม่มีสาย

ความเร้นลับ  ในโลกา  ยังท้าทาย                                     ต้องขวนขวาย  เสาะแสวง  แข่งเวลา

ฟังจากเสียง  เพียงพอรู้  ดูที่ปาก                                       จะลำบาก  เสียสักหน่อย  ค่อยศึกษา

จะดูหนัง  ฟังทีวี  มีตำรา                                                     ฝึกภาษา  มาทั้งที  ดีเหมือนกัน

ต้องเปิดแล้ว  เปิดอีก  ดิกชันนารี่                                      เปิดหลายที่  ใครไม่รู้  ดูขยัน

สมองฝ่อ  หรืออย่างไร  ไม่จำมัน                                      ช่างน่าขัน  ศัพท์ง่ายดาย  ไม่วายลืม

เรียนภาษา  อังกฤษ  ผิดแต่เริ่ม                                          จะเรียนเสริม  สักเท่าใด  ก็ไม่ปลื้ม

เห็นเขาจ้อ  ก็นึกอยาก  ทำปากพึม                                    จำต้องลืม  ของเก่า  เข้ากรุไป

เอบีซี  ดีอีเอฟ  เก็บเป็นฐาน                                               มานั่งอ่าน  เขียนฟัง  ตั้งใจใหม่

แค่ฟังเสียง  เพียงรู้บ้าง  ช่างปะไร                                   ได้แค่ไหน  ไม่เคยแคร์  แก่เกินแกง

หากไปอยู่  เทนเนสซี่  อาจดีขึ้น                                        จะไปยืน  สนทนา  ให้กล้าแข็ง

ภาษาอังกฤษ  ฟิตโฟไฟ  ได้สำแดง                  เพราะเป็นแหล่ง  ความรู้  ครูรัชนี

เมื่อพูดถึง  รัชนี  มีทักษะ                                                    เธอมานะ  มีมุ่งหมาย  ไม่หน่ายหนี

อเมริกา  กว่าสาม  สิบกว่าปี                                                ข้ายินดี  ให้น้องข้า  เป็นอาจารย์

ถึงเวลา  กลับเมืองไทย  ไม่อายเขา                                    เพราะตัวเรา  ใกล้จะแพ้  แก่สังขาร

ภาษาอังกฤษ  น่าอิดหนา  ระอาอาน                                ประสบการณ์  ได้เพียงพอ  ก็โอเค

                เป็นเวลา  สามวัน  ผ่านมาแล้ว                          เสียงแจ๋ว ๆ หายไป  ชักใจเขว

เจ้าชาณุ  วัฒนา  เคยฮาเฮ                                                   คงซวนเซ  เป๋เปื่อย  เหน็ดเหนื่อยงาน

แปดชั่วโมง  ต่อวัน  งานหนักหนา                                  ยืนเมื่อยขา  ชำแหละไก่  ที่ไทสัน

ทุกพฤหัส  บดี  มีรางวัล                                                      คนไทสัน  ได้ตัวเลข  รับเช็คมา

ทำสองคน  บ่นไปใย  ได้เจ็ดร้อย                                      อย่าดูถูก  เงินน้อย  เลยหน่อยหนา

หนึ่งเดือนเขมือบ  เกือบสามพัน  นั่นเงินตรา                อเมริกา  เป็นอย่างนี้  เดี๋ยวดีเอง

รอคุ้นเคย  ค่าครองชีพ  อย่ารีบกลับ                 เหนื่อยก็นับ  ดอลล่าร์  อย่าโฉงเฉง

อยู่บ้านเรา  อะไรเหลือ  เบื่อไปเอง                                  มีนักเลง  เก่งกล้า  คอยราวี

รับเงินทอง  ของประจำ  ทำไปเถิด                                   อย่าเตลิด  เปิดเปิง  กระเจิงหนี

อเมริกา  ยุติธรรม  ซ้ำเสรี                                                    เสียภาษี  ยังดีกว่า  ให้กากิน

สู้จนสุด  ต่อไป  วัยสังขาร                                  ทนทำงาน  เก็บหอม  ออมทรัพย์สิน

ไก่ไทสัน  มันไม่ฝ่อ  คงพอกิน                                          หากไก่บิน  หนีกลับ  คงอับจน

ว่าที่จริง  เมืองไทย  ไม่ลำบาก                                            แต่ตอนยาก  ลำบากจัด  ถึงขัดสน

จะมีใคร  เหลียวแล  แม้แต่คน                                           ต้องดิ้นรน  ขายผ้า  หน้ารอดไป

อันเพื่อนพ้อง  พี่น้องญาติ  อาจใกล้ชิด                           อย่าได้คิด  พึ่งพา  หวังอาศัย

เห็นแก่ตัว  ครอบครัวเขา  ไม่เอาใคร                               คงเยื่อใย  เพียงคิดถึง  พึงเพียงพอ

เป็นเวลา  มาเก็บหอม  สู้รอมริบ                                        อย่าเพิ่งรีบ  กลับไทย  ไปเลยหนอ

จงรวบรวม  สวมใจสิงห์  นิ่งทนรอ                  เงินมากพอ  ชูคอได้  กลับไทยเรา

อย่าให้คน  นินทา  ว่าเสียดสี                                             เราทำดี  ยังมาด่า  ว่าโง่เขลา

ไม่ควรทิ้ง  งานหลัก  แม้หนักเบา                                     จำว่าเรา  ลูกแม่สิน  พ่อสิงห์โต

กลับไปหวัง  สร้างบุญ  เพื่อสูญบาป                                ต้องไปกราบ  กรานหลาน  พาลโมโห

หลงคำยอ  เชื่อปอปั้น  ชยันโต                                         จะอดโซ  ไปอีกนาน  สังขารโรย

อันตัวพี่  ดีแต่กรีด  ขีดอักษร                                              ขึ้นเป็นกลอน  อาวรณ์ไว้  ให้หวนโหย

แม้นมิแก่  เกินแกง  มีแรงโกย                                           จะไม่โอย  ออดอ้อน  ก่อนสิ้นแรง

พุทธภาษิต  นานาจิตตัง  ให้ยั้งคิด                                    ต่างชีวิต  ต่างชีวา  กล้ากำแหง

คิดของใคร  ใจของมัน  รั้นตะแบง                                  เกิดสำแดง  ปมด้อยเด่น  เห็นรำไร

เพียงแยกแยะ  แนะนำ  ไปตามเรื่อง                                คนขุ่นเคือง  เรื่องจนรวย  ช่วยไม่ได้

มองวงนอก  บอกว่าเห็น  เป็นทำนาย                              อยู่วงใน  เห็นดีกว่า  ตามอารมณ์

                ศุกร์สิบสาม  ตามตำรา  ว่าลักกี้                          จูไลนี้  ศูนย์เจ็ด  ได้เสร็จสม

อเมริกา  มาสุดไกล  ส่งใจชม                                             ทำอารมณ์  ให้เบิกบาน  สำราญเริง

ตัดสินใจ  ไม่ฟังข่าว  เขาก็บอก                                         ว่าบ้านนอก  และเมืองกรุง  ยังยุ่งเหยิง

เพราะคนไทย  ใจระอุ  คุเป็นเพลิง                                  เล่นเถิดเทิง  เซิ้งกันมา  เจ็ดสิบห้าปี

วีรบุรุษ  ผุดมากมาย  คล้ายดอกเห็ด                  คนใจเพชร  เกล็ดประกาย  คล้ายลูกหยี

เปรียบเป็นปลา  สำลักน้ำ  กล้ำฤดี                                    หินอัคคีย์  ลอยน้ำได้  ลางร้ายเยือน

ปิดความชั่ว  ตัวระยำ  ทำเป็นชี้                                         ยกความดี  อภิปราย  ใจเชือดเฉือน

ละครลิง  เรื่องนี้  มีบิดเบือน                                              ระวังเตือน  เป็นแมงเม่า  เข้ากองฟอน

                เมื่อวานซืน  ตื่นใจ  ไปท่องเที่ยว                      หายเปล่าเปลี่ยว  เลี้ยวขวาซ้าย  ไปพักผ่อน

กูชแลนด์  แดนสงบ  ครบวงจร                                         ตีรถย้อน  ดูจนทั่ว  ตัวกูชแลนด์

เจ้าชาตรี  ชี้ให้ดู  อู่แคมปัส                                                เขาถูกจัด  ให้ศึกษา  มาตามแผน

เรียนเครื่องยนต์  สอบผ่าน  ทำงานแทน                         อยู่ในแบรนด์  รถฟอร์ด  อเมริกา

กูชแลนด์  แดนเหลื่อมล้ำ  ที่ต่ำสูง                                    กว้างท้องทุ่ง  สูงแนวเนิน  เพลินชมป่า

มองพุ่มไม้  แหวกเถาวัลย์  พันธุ์วนา                                พ้นทึบป่า  เห็นทุ่งโล่ง  โปร่งฤทัย

ฟาร์มโคนม  ผสมพันธุ์ม้า  ทุ่งหญ้ากว้าง                         ตามเส้นทาง  มีลำธาร  ตระการใส

ทรงสโลป  ลดหลั่น  ขั้นบันได                                         ผ่านพฤกษ์ไพร  พงพนา  ธาราริน

วางแผนไว้  บ่ายพรุ่งนี้  ชาตรีกำหนด                             จะขับรถ  โตโยต้า  พาผายผิน

เลยกูชแลนด์  มุ่งหน้า  ชาล็อตวิลล์                                  อดีตถิ่น  ประธานา  ธิบดี

                ได้เวลา  ห้าโมงเย็น  วีคเอนด์เริ่ม                      แต่งเพิ่มเติม  เสริมคำกลอน  ตอนแฮปปี้

เกี่ยวชีวิต  ผิดเปลี่ยนไป  ในทางดี                                    แนวโน้มมี  ที่ชาณุ  วัฒนา

เคยยินฟัง  ทั้งสองคน  บ่นกลับบ้าน                                อยากทิ้งงาน  ไทสัน  กันหนักหนา

ยกเหตุโวย  โดยข้ออ้าง  ต่าง ๆ นานา                              อเมริกา  ใช่ที่หวัง  ทั้งชีวัน

เย็นวันศุกร์  ที่สิบสาม  ตามนักขัติ                                    ติ๋มเป๋อจัด  ไดน์เนอร์  เจอกับฉัน

สนทนา  ภาษาใจ  ให้แก่กัน                                              ความคิดฝัน  พลันปรับใหม่  จึงได้ฟัง

ว่าความสุข  ต่อไป  ภายภาคหน้า                                      อเมริกา  ถ้าอยู่ดี  มีความหวัง

อนาคต  หมดเรื่องยุ่ง  สตุ้งสตังค์                                      ที่ค้างคั่ง  คาผลึก  มาตรึกตรอง

คงอยู่ดี  มีสุข  สนุกสนาน                                                  ขืนกลับบ้าน  เมืองไทย  ไม่วายหมอง

ได้คิดใหม่  ทำใหม่  สมใจปอง                                          คนทั้งสอง  ต้องแฮปปี้  พี่ดีใจ

อันความคิด  ความตั้งใจ  ใช่ที่สุด                                      จิตมนุษย์  มีเคลื่อนคลอน  และอ่อนไหว

เรื่องกิเลส  โลภโกรธหลง  มิปลงใจ                                คือมารร้าย  ใครสะดุด  หยุดคิดดี

คิดอย่างเดิม  เสริมเก่า  ความเศร้าโศก                              ไม่มองโลก  สวยสง่า  สิ้นราศรี

กลับเวียนว่าย  วัฏจักร  ในอัคคีย์                                       สิ่งไหนดี  มีสมอง  ต้องคิดเอา

                ครั้นรุ่งแจ้ง  แสงทอง  ส่องเจิดจ้า                     จับท้องฟ้า  สดใส  ในวันเสาร์

สปริงฟิลด์  อพาร์ทเมนต์  เช่นทุกคราว                           อาหารเช้า  ข้าวต้มหมู  คู่กาแฟ

หายงุ่นง่าน  อาหารเช้า  เข้าตามหมาย                             ก่อนถึงบ่าย  หงายแผนที่  รู้ดีแน่

ผู้โดยสาร  เต็มพิกัด  พออัดแอ                                           อิ๋วท้องแก่  นั่งแหย่เย้า  กับเจ้าดีน

เป๋อติ๋มต๋อย  จ๋อยแจ๋ว  อยู่แถวหลัง                                    ส่งเสียงดัง  ซังแซ่  แห่กฐิน

ส่วนแถวกลาง  นั่งโหวกเหวก  พระเอกดีน                   ชาล็อตฮิลล์  กินเวลา  ห้าสิบนาที

ชาล็อตฮิลล์  บริเวณ  มอนติเซลโล                                   อาคารโชว์  เส้นทาง  สถานที่

พิพิธภัณฑ์  ภาพประธานา  ธิบดี                                      เพื่อบอกชี้  ชักชวน  คนขึ้นชม

รถขับคลาน  ผ่านประตู  ดูหุบเหว                                    ด้วยความเร็ว  สิบห้าไมล์  ทิวไม้ร่ม

สิบห้าเหรียญ  ต่อผู้ใหญ่  ขึ้นไปชม                 คนนิยม  หลั่งใหล  ขึ้นไปดู

อยากสัมผัส  สมบัติกรุ  อนุรักษ์ไว้                                    ยุโรปสไตล์  อิตาลี  ที่งามหรู

ร้อยกว่าปี  ที่เหลือไว้  ให้คนดู                                           ให้ความรู้  คนรุ่นหลัง  เป็นอย่างดี

เราเจ็ดคน  ขึ้นรถบัส  รอนัดหมาย                                    เขาจัดไกด์  พาเข้าชม  สถานที่

อธิบาย  แจ่มชัด  ประวัติมี                                  เธอเชิญชี้  ของหลากหลาย  ได้ครบครัน

เป็นประธานา  ธิบดี  คนที่สาม                                         สัมญานาม  โทมัส  เจฟเฟอร์สัน

เวอร์จิเนียร์  บ้านเกิดเมืองนอน  มาก่อนกาล  เจมส์เมดิสัน  ผู้ลูกเขย  ก็เคยเป็น

ประธานา  ธิบดีของ  สหรัฐ                                               ตามประวัติ  ภาพถ่าย  ไว้ให้เห็น

ลานสวนผัก  บนยอดภู  ดูร่มเย็น                                      เพรสซิเดนท์  หลุมฝังศพ  ครบญาติกา

                ลงจากภู  ดูตัวเมือง  ชาล็อตวิลล์                        พบวูดกลิ้ล  บัฟเฟ่ต์  เกร่เข้าหา

นั่งรอคิว  ดิวโต๊ะใหญ่  ใช้เวลา                                         ประมาณว่า  สิบนาที  มีโต๊ะกลม

คนไม่ขาด  จัดคิวตัก  ผักหมูเนื้อ                                        ไก่สดเถือ  ใส่พูนจาน  ทานให้สม

สเต็กฝรั่ง  นั่งจุกท้อง  ต้องอารมณ์                                   น้ำขนม  ผลไม้  จ่ายต่อคน

ประมาณสิบ  ทิ๊ปต่างหาก  เดินจากร้าน                           อร่อยสำราญ  หลานชาตรี  มีกุศล

เจ้ามือใหญ่  พาขึ้นเขา  ให้เรายล                                      วันนี้พ้น  จนเมื่อใด  จะได้เจอ

                พรุ่งนี้ลั้นซ์  วันอาทิตย์  คิดกันไว้                     ทำผัดไทย  รสฝรั่ง  สั่งติ๋มเป๋อ

ธาราไทย  ผัดทั้งวัน  จนขวัญเบลอ                                   ฝีมือเป๋อ  เจอริชมอนด์  ก่อนทำงาน

เกลนเอเลน  เป็นชุมชน  บนบรอดสตรีท                       แหล่งธุรกิจ  มีร้านไทย  ขายอาหาร

ยังมิเคย  ลองลิ้ม  ชิมสักจาน                                              เพียงแค่ผ่าน  อ่านชื่อ  คือรสชิม

อาชีพไทย  ในอเมริกา  ขายอาหาร                                   ข้าเปิดร้าน  อาจได้เกลอ  เป๋อกับตี๋ม

หน้าที่กุ๊ก  คลุกเคล้า  ให้เราชิม                                         ฝรั่งลิ้ม  ลองซด  รสชื่นใจ

มองหาทาง  ลงทุน  ดุลการค้า                                           มองเงินตรา  ช้าไว้ก่อน  ยังอ่อนไหว

มองทำเล  เฉเฉื่อย  อยู่เรื่อยไป                                           มองว่าใคร  เขาอุดหนุน  ให้ทุนรอน

อเมริกา  มาคราวนี้  ยังมีเป้า                                               เผื่อแก้เหงา  เปล่าเปลี่ยว  เที่ยวไปก่อน

โลกยังกว้าง  ทางยังไกล  ใช่ร้าวรอน                              ริชมอนด์  ชาล็อตวิลล์  ให้ชินชา

ยังเมืองใหญ่  อีกหลายแห่ง  แหล่งน่าเที่ยว                    ประเดี๋ยวเดียว  เฉี่ยวรถไป  ไม่หนักหนา

ไม่มีรถ  หมดโอกาส  จะยาตรา                                          คอยเวลา  พาไปกัน  วันวีคเอนด์

ค่ำวันนี้  มีของแถม  แฮมเบอเกอร์                                    ก้อนเบ่อเร่อ  ซื้อฝากลุง  ลองกินเล่น

เลียนฝรั่ง  มะริกัน  ฉันมื้อเย็น                                           ก่อนโงนเงน  ง่วงเหงา  ไปเข้านอน

                เดือนจูไล  ไกลจากบ้าน  ยังฝันถึง                    ฝากใจซึ้ง  ถึงพุ่มพวง  ดวงสมร

ไกลกรุงเทพ  เก็บน้ำตา  ห่วงอาวรณ์                               ก่อนจากจร  พรที่ให้  อาลัยเธอ

โอ้กรุงเทพ  เมืองสวรรค์  วิมานทิพย์                               ห่างไกลลิบ  สิบพันไมล์  ชวนใจเผลอ

ยามนิมิต  พิศวาส  ไม่ขาดเธอ                                            ตื่นฝันเพ้อ  เก้อว่างเปล่า  เศร้าอาดูร

                รุ่งวันจันทร์  ลุงกับป้า  ไม่ว้าเหว่                       ไปบัฟเฟ่ต์  ร้านไชน่า  พาอบอุ่น

ก้ามปู้ม้า  รินนาชอบ  หอบจานพูน                  พวกเราหมุน  สองสามรอบ  ชอบใจจริง

มิวแม็ก ภู  อยู่ใกล้ร้าน  มาทานบ่อย                  รสอร่อย  กลมกล่อม  ชวนทอมหนิง

รับดูแล  ลุงป้า  น่ารักจริง                                                   เป้ลูกหนิง  พร้อมคู่หมั้น  ครบครันมา

อิ๋วชาตรี  รอที่บ้าน  เพราะงานยุ่ง                                     หนิงพาลุง  และส่งกลับ  ไปกับป้า

นำของฝาก  จากแม่นี  มอบรินนา                                     เจรจา  ทุกข์สุข  สนุกใจ

โทรน้าเป๋อ  น้าติ๋ม  ชวนชิมด้วย                                        จะได้ช่วย  เจรจา  โอภาศรัย

แต่สองน้า  ท่าจะเปลี้ย  อ่อนเพลียกาย                             บอกขอบาย  ไว้คราวหน้า  จะมากิน

ทอมกับหนิง  บินกลับจาก  เทนเนสซี่                             ซื้อของดี  มาฝาก  จากแนสวีลส์

รถมารับ  ไปทาน  อาหารจีน                                             บุฟเฟ่ต์กิน  อร่อยดี  อิ่มปรีเปรม

                กินนอนเที่ยว  เดี๋ยวหมดวัน  ผ่านเร็วเหลือ     ไม่น่าเชื่อ  จะลืมทุกข์  สุขเกษม

ฝังก้นบึ้ง  ซึ้งซึมลึก  รู้สึกเต็ม                                             ไปด้วยเกม  แห่งชีวิต  จิตบรรจง

กินอาหาร  ผ่านลำคอ  ก็ชีวิต                                             ใจต้องคิด  อยู่เสมอ  ไม่เผลอหลง

น้ำอาบ, ดื่ม  ปลื้มฤทัย  ใช้ดำรง                                         ชีพยืนยง  คงอยู่  อู่พักพิง

เงาร่มไม้  ชายคา  อยู่อาศัย                                  ของกินใช้  สมบูรณ์  พูนทุกสิ่ง

จากธาตุแท้  แรงกาย  และใจจริง                                      แน่วแน่นิ่ง  ยิ่งศรัทธา  ของชาตรี

ข้าชื่นชม  สมดังใจ  ไม่อดสู                                               กตัญญู  รู้คุณ  บุญราศรี

ช่วยพูนเพิ่ม  เสริมสง่า  บารมี                                            ชายชาตรี  ชาติเชื้อ  ชูปรีชา

                ความเคลื่อนไหว  ในหมู่พง  วงลูกหลาน       ทอมหางาน  ที่เหมาะ  เที่ยวเสาะหา

เข้าสัมภาษณ์  ตำแหน่ง  หลายแห่งมา                             สมอุรา  หาได้  ในเวอร์จิเนียร์

แนสวิลล์  บินสมัคร  ไม่อยากย้าย                                     สมดังใจ  ไม่ได้ผล  เพราะโดนเขี่ย

กลับโชคดี  มีงานรับ  กลับเวอร์จิเนียร์                             ลูกกับเมีย  เป้กับหนิง  ยิ่งยินดี

หลานรินนา  ตั้งครรภ์  ต้องขวัญเสีย                               คงระเหี่ย  หัวใจ  ให้หมองศรี

หมออุลตร้า  ซาวด์มาดู  จึงรู้ดี                                            ไม่รอรี่  ขอร้อง  ท้องแท้งไป

เจ้าชาณุ  วัฒนา  เดินหน้าสู้                                               เขาทั้งคู่  ดูขยัน  ไม่หวั่นไหว

ตลอดอาทิตย์  คิดอยากเจอ  โอเวอร์ไทม์                          มุ่งหมายใจ  ใฝ่ปอง  ซื้อของดี

ส่วนเจ้าอิ๋ว  และชาตรี  มีงานบ้าน                                    กลับจากงาน  เหนื่อยมา  ยังทาสี

ผนังฝา  ทาทับ  ให้กลับดี                                                   เห็นคู่นี้  มีวิญญาณ  รักบ้านเรือน

เจ้าเด็กดีน  ชอบปีนฝา  เรียกย่าต๋อย                 ถึงตัวน้อย  แต่ปัญญา  หาใครเหมือน

ตั้งแต่พบ  ประสพหน้า  เพียงกว่าเดือน                          ดูว่าเหมือน  ดีนโตมา  กว่าหนึ่งปี

รัชนี  หมั่นโทรมา  ท่าจะเหงา                                           เพราะว่าเขา  อยู่ไกลถึง  เทนเนสซี่

ต้องไกลลูก  ไกลหลาน  นานนับปี                  รัชนี  ให้พี่ไป  จ่ายค่าบิน

ด้วยวางแผน  แปลนไว้  จะไปวัด                                      ชาตรีนัด  เข้าพรรษา  พาถือศีล

ไปเที่ยวท่อง  มองป่า  ชมวาริน                                         พาอิ๋วดีน  ไปผ่อนคลาย  ชายทะเล

ขึ้นออกัส  จัดไว้  จะไปหา                                  ไปสนทนา  พาจร  เที่ยวร่อนเร่

อย่าขุ่นข้อง  หมองใจ  ได้ฮาเฮ                                          เอฟเวอรี่เดย์  เซย์ฝรั่ง  มั่งเป็นไร

อันคับที่  อยู่ได้  คับใจยาก                                  เคยลำบาก  ยากจน  มาหนไหน

ไม่เคยบ่น  ก่นกู้  ว่าผู้ใด                                                      บ้านเล็กใหญ่  ไม่สำคัญ  ฉันยินดี

                ด้วยสนใจ  ในกรีนการ์ด  ไม่จัดส่ง                   จึงตกลง  ไปตรวจเช็ค  เซคเคียวริตี้

ถูกปฏิเสธ  การทำ  ซ้ำอีกที                                                เขาบอกพี่  ใจเย็น  มิเป็นไร

รออีกหน่อย  คอยฟังข่าว  อย่าเซ้าซี้                 ตั้งหนึ่งปี  อายุความ  เขาทำให้

แต่อย่าออก  นอกเขต  ประเทศไป                                    จะอดได้  กรีนการ์ด  บัตรเซคเคียว

บัตรโซเชียล  เซคเคียว  ริตี้นั้น                                          ความสำคัญ  กิจกรรม  ที่ข้องเกี่ยว

ธุรกิจ  การใด ๆ ใช้บัตรเดียว                                             เพราะคาบเกี่ยว  การภาษี  และสังคม

                วันที่ผ่าน  นานเพียงใด  ยิ่งไกลห่าง                คืนวันว่าง  ห่างมิ่งมิตร  สนิทสนม

เคยร่วมสุข  ทุกอย่าง  ต่างรื่นรมย์                                      เคยร่วมตรม  ทุกครั้ง  ต่างเศร้าซึม

จากมาไกล  มิได้เยือน  หนึ่งเดือนกว่า                             ทำแม้นว่า  ตีหน้าใส  ภายในขรึม

ทุกเหตุการณ์  ที่ผ่านมา  ข้าไม่ลืม                                      ทั้งร่วมดื่ม  เล่นกีฬา  สนทนากัน

องค์สัมมา  พุทธศาสน์  ตรัสวางไว้                   พึงทำใจ  ให้สงบ  พบสุขสันต์

ทุกข์สมุทัย  นิโรธมรรค  รู้จักพลัน                                   ดับทุกข์ขันธ์  นั้นแหละดี  มิกังวล

พึงศรัทธา  พยายาม  นำคำสอน                                        สร้างคำกลอน  อักษรศรี  หนีสับสน

สลายกิเลส  เล่ห์ลวงพราง  ห่างกมล                                ข่มใจตน  ค้นอุบาย  อาศัยธรรม

                วันศุกร์เย็น  วีคเอนด์มา  พากันช๊อป                เดินวกรอบ  เวียนวน  เสียจนค่ำ

กางเกงด๊อกเกอร์  ลดราคา  คว้าลูบคลำ                           ใช้ประจำ  ควักกระเป๋า  เอาสองตัว

ที่ห้างโคห์  โตใหญ่  ไปเดินย่อย                                       สลัดอร่อย  ผักหลากหลาย  แถมไก่คั่ว

โอเร้นส์จู๊ด  ดูดแทนเหล้า  มิเมามัว                   จึงเบาตัว  หัวแล่น  ขาดแอลกอฮอล์

เทนเนสซี่  น้องนีโทร  วางโผไว้                                      เดินทางได้  กลางเดือนหน้า  จะบินปร๋อ

ศุกร์สิบเจ็ด  สิงหา  อย่ารีรอ                                               ไปเที่ยวต่อ  อีกรัฐ  จัดตั๋วเตรียม

ประมาณว่า  แนชวิลล์  ถิ่นมิวสิค                                      แหล่งปิคนิค  แห่งใหม่  ใจเต็มเปี่ยม

เวอร์จิเนียร์  เมืองเก่า  ไม่เท่าเทียม                                    ไปยลเยี่ยม  แมงโก้  รัชนีแกรม

                พูดถึงแกรม  แถมไว้นิด  จิตใจกว้าง ได้ก่อร่าง  สร้างตัว  หัวหลักแหลม

เจ้าน้องเขย  ของข้า  มารอนแรม                                       แคปทั่นแกรม  ยุเอสอาร์มี่  อเมริกัน

รู้เคารพ  นบนอบ ว่าเป็นน้อง                                           คนทั้งสอง  ครองชีวิต  ลิขิตฝัน

อยู่แห่งไหน  ไปด้วย  เขาช่วยกัน                                     โดยมุ่งมั่น  สรรค์สร้าง  วางหลักชัย

เวลานี้  นีกับแกรม  และแมงโก้                                        สองร่มโพธิ์  ของลูกหลาน  เปลี่ยนงานใหม่

สิบชั่วโมง  โค้งคด  ขับรถไป                                             หกร้อยไมล์  ไกลห่าง  เส้นทางงาม

แม้ร่มเย็น  เทนเนสซี่  นียังห่วง                                        ใช่ลับล่วง  ลืมเหล่า  เฝ้าโทรถาม

ทั้งหลานลูก  สุขหรือเปล่า  เขาติดตาม                            น้ำใจงาม  ความเป็นแม่  และย่ายาย

ความผูกพัน  บรรพบุรุษ  สุดลึกล้น                  ชีวิตคน  คุณความดี  มีความหมาย

เมื่อปีกแข็ง  มีแรงบิน  ย่อมดิ้นไป                                     ผูกจิตใจ  สายโลหิต  ใกล้ชิดกัน

                เสาร์จูไล  ทเวนตี้เฟิสท์  บรรเจิดจ้า                  แจ่มท้องฟ้า  บรรยากาศ  ชวนวาดฝัน

อยากท่องเที่ยว  ให้ไกลแสน  แดนมะกัน                       เปลี่ยนจากฝัน  มาเป็นใกล้  ในความจริง

ชวนเจ้าติ๋ม  อิ่มข้าวแล้ว  แจวไปเรื่อย                               หาที่เมื่อย  โคโรเนียลดาวน์  ดูม้าวิ่ง

แข่งเดอบี้  มีหนึ่งล้าน  รางวัลชิง                                      สนุกยิ่ง  ชมเดอบี้  ที่แดนไกล

ถ้วยเดอบี้  ที่สูงสุด  การแข่งขัน                                        พร้อมรางวัล  เกียรติยศ  อันยิ่งใหญ่

ม้าวินนิ่ง  ถ้วยคิงส์คัพ  ของเมืองไทย                              อาชาไนย  แห่งปี  ยอดกีฬา

เดอบี้ควีนส์  ราชติณามัย  มิใช่หยอก                               เจ้าของคอก  ม้ามีบุญ  วาสนา

จึงได้ครอง  ถ้วยรางวัล  ขวัญอาชา                                   เป็นยอดม้า  มีฝีเท้า  เจ้าความเร็ว

ดูแข่งเรือ  แข่งแพ  แลครึกครื้น                                        คนที่ขืน  แข่งวาสนา  พาล้มเหลว

ชมแข่งม้า  อาชาไนย  ใช่ว่าเลว                                        จะลงเหว  เพราะมีบาป  อย่าแข่งบุญ

                วันอาทิตย์  ยังวีคเอนด์  เป็นวันว่าง  แผนที่กาง  วางดูพลัน  แล้วหันหุน

ชักชวนน้อง  ท่องเที่ยวไกล  ไว้เป็นทุน                          เพื่อตักตุน  พูนสุข  ประสบการณ์

อ้อมริชมอนด์  ย้อนโฮปเวลล์  เบนออกขวา   ชมพนา  ฝ่านิเวศน์  เขตสถาน

ไปโผล่เจอ  ปีเตอร์สเบิร์ก  เมืองโบราณ                          ขากลับผ่าน  รับรินนา  มาแอทลี

ขับวงรอบ  ขอบใจ  ได้เที่ยวท่อง                                       เป๋อติ๋มน้อง  นั่งตอนหน้า  สารถี

ต๋อยกับข้า  อยู่เบาะหลัง  นั่งทุกที                                     กางแผนที่  ชี้เส้นทาง  ต่างพูดคุย

ให้คุ้มค่า  มาทั้งที  ที่เมืองนอก                                           ใครเขาบอก  ขยอกปาก  อยากขากถุย

ยอมอดใจ  ทนนั่ง  ฟังเขาคุย                                              เที่ยวฉลุย  ลุยวันนี้  ดีใจจัง

ติ๋มกับเป๋อ  โอเวอร์ไทม์  ได้งานเพิ่ม                                ว่าจะเริ่ม  สัปดาห์นี้  คงมีหวัง

โอกาสเหมาะ  เมคมันนี่  มีสตังค์                                      ยอมเหนื่อยมั่ง  แม้นตั้งใจ  ได้เที่ยวเพลิน

แนวชีวิต  ลิขิตให้  ไปต่างถิ่น                                            การอยู่กิน  อย่าวิตก  ระหกระเหิน

ประสบการณ์  ที่ผ่านเห็น  เป็นส่วนเกิน                         หากหยุดเดิน  พบจุดดับ  อับปราชัย

                ขึ้นวันจันทร์  งานมีรอ  จ่อน้องหลาน             ส่วนตัวฉัน  นั้นชินเฉย  เลยตื่นสาย

เขาทำงาน  ตัวฉันนอน  เขียนกลอนกราย                      ตกภาคบ่าย  ไปเดินมอล์  รอสิ้นวัน

พบเจ้านา  พาแจสซี่  เดินรี่ลิ่ว                                            ส่วนเจ้าอิ๋ว  หิ้วน้องดีน  ดิ้นสนั่น

สองครอบครัว  เขาใกล้ชิด  สนิทกัน                               ก่อนกลับบ้าน  ชวนลุงป้า  ไปเชสเตอร์ฟิลล์

อิ๋วชาตรี  ปรี่หาหมอ  ขอถามไถ่                                        เพราะสงสัย  ทำไมชอน  นอนไม่ดิ้น

หมออุลตร้า  ตรวจดูท้อง  น้องเจ้าดีน                               ไม่ค่อยดิ้น  เพราะกลับหัว  ตัวสบาย

หมอแนะนำ  ธรรมดา  ของทารก                                     อย่าวิตก  ยกปัญหา  มาสงสัย

ให้เจ้าชอน  นอนในท้อง  ต้องสบาย                               กินอะไร  กินด้วย  ช่วยชีวี

อีกหนึ่งเดือน  จะเคลื่อนคลาย  จากในท้อง                    ให้สอดคล้อง  ต้องตาม  งามราศรี

พี่บดินทร์  น้องพิชา  สง่าดี                                                อิ๋วชาตรี  มีลูกสอง  ต้องตำรา

                ต๋อยนงเยาว์  เขามานะ  มิเหนื่อยหน่าย           ทั้งเช้าบ่าย  หายง่วงนอน  ลงถอนหญ้า

ดีไม่หยอก  ออกกำลัง  ได้วังชา                                         ตลอดเวลา  ถ้าสิ้นงาน  จะพาลรวน

เขาเป็นคน  ทนงานหนัก  รักต้นไม้                 เพราะเติบใหญ่  ในสามพราน  บ้านเป็นสวน

เห็นดอกผล  พืชผัก  ตักดินพรวน                                    เธอจะง่วน  อยู่กับพืช  และไม้พันธุ์

วัชพืชหมด  รดน้ำ  สนามหญ้า                                         ฝีมือป้า  นงเยาว์  คนขยัน

อ่านหนังสือ  แต่งกลอน  นอนทั้งวัน                              เรื่องทำงาน  ไม่เคยยุ่ง  คือลุงเชียร

ภาษาอังกฤษ  ฟิตเท่าไร  ไม่กระดิก                  นั่งหัดคลิก  คอมพิวเตอร์  เจอกลอนเขียน

พอเห็นแดด  แผดร้อน  เหมือนก้อนเทียน                      เดินวนเวียน  เขียนนิราศ  ฟาดกาแฟ

อยากสำเร็จ  เสร็จกลอน  อาวรณ์หวัง                              มีพลัง  ภวังค์เกิด  เปิดใจแฉ

เฝ้าสังเกต  เหตุการณ์  ที่ผันแปร                                       ใช่เหวี่ยงแห  เพ่งแลเทียน  มาเขียนกลอน

ทุกค่ำเช้า  เข้าภวังค์  นั่งสังเกต                                         ลำดับเหตุ  ยกขึ้นมา  อุทาหรณ์

เจอบทเรียน  เขียนไว้  ในบทกลอน                 เรียงอักษร  สังวรณ์นึก  บันทึกจำ

หัวใจแปลบ  แวบหนึ่ง  คิดถึงบ้าน                   ทิ้งลูกหลาน  นงราม  พ่องามขำ

เคยอยู่ใกล้  ได้เห็น  เป็นประจำ                                        ด้วยเคราะห์กรรม  จำพราก  ต้องจากไกล

เจ้าอยู่เย็น  เป็นสุข  หรือทุกข์เศร้า                                    ทุกเย็นเช้า  เจ้าอยู่ดี  หรือไฉน

ข้าแสนห่วง  หวงหา  เฝ้าอาลัย                                         ตัดข่มใจ  ไม่ให้คิด  จิตกังวล

เป็นมนุษย์  สุดยากแค้น  แสนสาหัส                               ทุกข์สนัด  สุขสบาย  ตายเพียงหน

ที่พึ่งหนึ่ง  พึ่งได้  เพียงใจตน                                            เกิดเป็นคน  แล้วไซร้  ใจต้องดี

ขืนปล่อยใจ  ใฝ่ความชั่ว  ตัวกิเลส                                    อันเป็นเหตุ  ทำให้  ใจหมองศรี

มั่วสนุก  คลุกเคล้า  เจ้าอัปรีย์                                             จะเสียที  ที่กำเนิด  ประเสริฐคน

ดีกับชั่ว  ตัวสำคัญ  ผันชีวิต                                                ต้องยั้งคิด  ชั่วเจ็ดปี  ดีเจ็ดหน

ดีมีน้อย  ชั่วมีนาน  ผ่านตัวตน                                           หนีไม่พ้น  คนพันธุ์ชั่ว  หัวขี้โกง

อย่าไปคิด  ถึงพวกมัน  ไอ้พันธุ์ชั่ว                                   เดี๋ยวเงาหัว  มันก็หาย  ไปตายโหง

ละครโลก  เรื่องใหญ่  ไม่ลาโรง                                       คนคดโกง  โลงที่ไหน  จะใส่พอ

                ตื่นตีสี่  มีความฝัน  เทพสรรค์สร้าง  จะแม่นาง  สั่งมา  หรือข้าขอ

ฝันถึงคน  อยู่ไกล  ตั้งใจรอ                                                ได้พะนอ  ขอแม่นาง  อย่าหมางเมิน

ขยับผ้าห่ม  ข่มตาหลับ  กลับไปฝัน                   ต่อเหตุการณ์  ก่อนเก่า  แต่เนาเนิ่น

หากความจริง  ดังฝันนี้  คงดีเกิน                                      จะได้เพลิน  พอพบ  ประสพกัน

กินยัดหมอน  นอนเปลือง  เรื่องของจิต                          พะวงคิด  ห่วงหา  เก็บมาฝัน

แสนไกลห่าง  อย่างนี้  คงมีวัน                                          ได้พบกัน  ในฝันตื่น  ขมขื่นใจ

                เช้าวันพุธ  ยี่สิบห้า  กรกฎาแล้ว                        จิตผ่องแผ้ว  รวยรื่น  ชื่นผ่องใส

เป็นวันเกิด  สองหลาน  เบิกบานใจ                 อวยพรชัย  เป็นสุนทร  ด้วยกลอนกานต์

ให้นิตยา  ชาตรี  สองพี่น้อง                                              เขาทั้งสอง  ครองเงินตรา  มหาศาล

โภคาทรัพย์  ใหญ่โต  มโหฬาร                                         ประกอบอาชีพ  การงาน  สราญใจ

ให้สมบูรณ์  พูนสุข  พ้นทุกข์โศก                                     รับสิทธิโชค  โรคภัยหนี  ไม่มีไข้

พรคุณพระ  คุ้มครอง  ปัดผองภัย                                      คิดสิ่งใด  จงได้สม  อารมณ์ปอง

พร้อมครอบครัว  สมสง่า  เสริมราศรี                               อารมณ์ดี  มีผิวพรรณ  อันผุดผ่อง

ขวัญดวงใจ  ให้แม่นี  ที่หมายปอง                                    เป็นที่พึ่ง  ให้น้อง ๆ และรินนา

                คนจะสุข  สุขที่ใจ  ใช่สนุก                                คนจะทุกข์  ทุกข์ที่ใจ  ใช่อิจฉา

คนจะรวย  รวยที่ใจ  ใช่เงินตรา                                        จงมุ่งหน้า  ตั้งใจทำ  แต่ความดี

ให้รำลึก  ถึงคำครู  ผู้สั่งสอน                                             พึงสังวรณ์  ไว้จงหนัก  เกียรติศักดิ์ศรี

ให้รู้รัก  สมัครสมาน  สามัคคี                                            รักแม่นี  บังเกิดเกล้า  เขาเทใจ

อีกเดวิด  ริชเชิร์ด  เกิดเดือนนี้                                           พรใดดี  โปรดช่วย  อำนวยให้

สิ่งศักดิ์สิทธิ์  ทุกแห่งหน  ตำบลใด                  โปรดดลใจ  ให้ประสพ  พบความดี

จิตประสงค์  ส่งแรงใจ  ปรารถนา                                    ลุงกับป้า  มาอยู่ใกล้  ในครั้งนี้

นำความรัก  มามอบให้  ด้วยไมตรี                                    กลอนกวี  เขียนไว้  ด้วยใจจริง

                เกาการเมือง  เรื่องยุ่ง  เหมือนยุ่งกัด คันชะมัด  ขอตัดใย  ไม่สุงสิง

แต่คันปาก  อยากด่า  ว่าไอ้ลิง                                            อันที่จริง  ลิงกับหมา  ชวนฮาเฮ

เห็นหน้าจอ  ทีวี  มีลิงเก่ง                                                   จูงหมาเบ่ง  ไม่เกรงกลัว  ทำหัวเส

ผูกเนคไท  ใส่สูท  พูดโมเม                                                ฉลาดเก  เกร่ไปมา  ได้ค่าตัว

อวดคนรู้  กูใหญ่โต  ทำโม้เขื่อง                                        เล่นการเมือง  สอดไส้  ไร้เงาหัว

ทำธงชาติ  ขาดวิ่น  เกือบสิ้นตัว                                        ยกคนชั่ว  ข่มคนดี  สีกะบาล

มีแต่เก่ง  เก่งกล้า  เก่งสามารถ                                           ประเทศชาติ  เสื่อมลง  น่าสงสาร

คนที่เก่ง  แก่เก่า  เขารำคาญ                                               รับประทาน  กลับมาเบ่ง  เก่งจริงจริง

มองดูหมา  กัดกัน  มันอดสู                                                มองดูหมู  กัดกัน  มันหยดติ๋ง

มดกัดหมัด  ลิงกัดหมา  ปลากัดปลิง                 แปลกแต่จริง  สัปดน  คนกัดกัน

มองการเมือง  ขุ่นเคืองใจ  ให้ปวดหัว                             ใจสั่นรัว  กลัวธงชาติ  ขาดสะบั้น

อยากให้เลิก  ราวี  หยุดตีกัน                                              ถึงวันนั้น  ผืนธงชาติ  ผงาดงาม

อยากรู้ม๊อบ  ถามมานะ  ด่าสะบัด                                      ถามมนัส  บอกว่าดี  ศรีสยาม

เดี๋ยวก็รู้  หมูหรือหมา  ข้าติดตาม                                       พระสยาม  ท่านย่อมรู้  ผู้บีทา

                ย้อนมาเพียร  เขียนนิราศ  วาดชีวิต                   ภาษาอังกฤษ  ฟิตโฟไฟ  ไว้ดีกว่า

หลีกพ้นห่าง  ทางวิโยค  โลกมายา                                   ใครจะหา  เห็นแก่ตัว  กลัวไปใย

พฤหัส  นัดคุณนา  ทานอาหาร                                         มื้อกลางวัน  บ้านคุณนา  ที่อาศัย

เชสเตอร์ฟิลด์  ถิ่นตำบล  หนทางไกล                             ยี่สิบไมล์  โดยประมาณ  ผ่านไฮเวย์

ข้าวแกงผัด  จัดไว้พร้อม  เตรียมต้อนรับ                          ก่อนจะกลับ  พาไปเพลิน  เดินเที่ยวเตร่

แบลนเดอร์มิลล์  กว้างใหญ่  คล้ายทะเล                         แรงเสน่ห์  ลึกซึ้ง  ภาพตรึงใจ

แหล่งพักผ่อน  หย่อนอารมณ์  ชมทิวทัศน์                     ธรรมชาติ  จัดรังสรรค์  ปั้นแต่งให้

ริ้วรายรอบ  ขอบพร่างพริ้ว  แนวทิวไพร                         น้ำเย็นใส  ไหวลมคลื่น  ยืนเพ้อชม

เป็นบุญตา  ที่มาเยือน  เหมือนความฝัน                           เทียบสวรรค์  ชั้นใด  จึงได้สม

เกาะแหลมยืน  ชื่นฤทัย  กลางสายลม                              ใต้เงาร่ม  พฤกษา  พนาวัลย์

ฝูงเป็ดห่าน  คลานต้วมเตี้ยม  เตรียมรอรับ                      พร้อมจะงับ  รับประทาน  อาหารขวัญ

เหล่ากระรอก  หลอกวิ่ง  ช่วงชิงกัน                                ย้อหยอกพลัน  วิ่งพลาง  ขนหางฟู

แข่งกับดีน  แจสซี่  วิ่งหนีไล่                                             เมื่อเข้าใกล้  เจ้ากระรอก  แกล้งกรอกหู

ไม่คลาดตา  คุณย่าต๋อย  เฝ้าคอยดู                                      บางครั้งปู่  ดูด้วย  ช่วยระวัง

เห็นประมง  สมัครเล่น  เป็นพรานเบ็ด                           เกี่ยวเหยื่อเสร็จ  เบ็ดโยนน้ำ  ตามชายฝั่ง

เดินสะพาน  ไต่ราว  เงาไม้บัง                                           แหม่มฝรั่ง  ระวังเด็ก  โหวกเหวกโวย

คนอยู่ไกล  รู้ไหมว่า  ข้าฝากฝัน                                        เกือบสายัณห์  ตะวันรอน  อ่อนระโหย

เรือบดเล็ก  เห็นเด็กพาย  สายลมโชย                               สิ้นแรงโรย  ฝันสลาย  ตามสายลม

คงครั้งแรก  และสุดท้าย  จะได้เห็น                 หรือจักเป็น  นางฟ้า  มาอุ้มสม

บุญวาสนา  มาอีกครั้ง  จะนั่งชม                                       ชื่นอารมณ์  เสน่หา  แบลนเดอมิลล์

อิ๋วโชเฟอร์  เธอเคลื่อนขับ  รับเปลวแดด                        สองแปดแปด  มุ่งกลับบ้าน  สถานถิ่น

ลุงนั่งหน้า  ป้านั่งคู่  ดูเจ้าดีน                                             เลิกป่ายปีน  สักครู่  คุดคู้ไป

                พอย่างเข้า  เช้าวันศุกร์  ก็ฉุกคิด                        ถึงญาติมิตร  เย็นนี้  มีเคลื่อนไหว

โทรหาติ๋ม  เจ้าเก่า  เขาคอไวน์                                           ตอบตามสาย  จะไปรับ  กลับจากงาน

ไปด้วยกัน  หันรถจอด  ที่คอสโก้                                      คว้าขวดโต  ฟรอนเทียร่า  มาสังหาร

วาซาบิ  แซลม่อน  นอนเต็มจาน                                       รับประทาน  แคลิฟอร์เนียร์ไวน์  ให้โอชา

หนึ่งลิตรครึ่ง  รินขวดใหญ่  ไปแค่กึ่ง                              หน้าชักตึง  ใจเริ่มคึก  หันปรึกษา

ปลานิลนุ่ม  ทอดเนื้อนิ่ม  จิ้มน้ำปลา                 ต้องเบือนหน้า  หนีข้าว  อยากเข้านอน

โทรเรียกหา  ชาตรีอิ๋ว  ดิ่วไปรับ                                        ลุงป้ากลับ  สู่เคหา  มาพักผ่อน

เสาร์พรุ่งนี้  มีเที่ยวไกล  ไปตะลอน                 เลยริชมอนด์  ห้าสิบไมล์  ชิมไวน์กัน

                รุ่งสว่าง  กระจ่างแจ้ง  แห่งวันนัด                    เจ้าหนิงผัด  เป็นกระมัง  ตั้งใจมั่น

เตรียมเบรคฟัสท์  ผัดไทย  ให้กินกัน                               แต่ไม่ทัน  ลุงกับน้า  ไม่กล้ารอ

เพราะเจ้าติ๋ม  เตรียมอาหาร  ทานอิ่มแปร้                        ทอมเลยแย่  หิวแทบตาย  น้ำลายสอ

รีบออกรถ  โดยทันที  มิรีรอ                                               น้ำมันพอ  จรลี  ที่ทำไวน์

ดูเส้นทาง  อย่างดี  ไม่มีผิด                                 มุ่งสู่ทิศ  ทางตะวัน  ตกเฉียงใต้

คุยไปพลาง  กางแผนที่  มีติดไป                                       ตำบลใด  ไม่มีหลง  ตรงเส้นทาง

ออกไฮเวย์  ชาล๊อตวิลล์  ถิ่นทางเก่า                 มองเทือกเขา  ผ่านคันทรี่  มียุ้งฉาง

รุกขชาติ  ลาดทิวทัศน์  สองข้างทาง                 ทุกก้าวย่าง  สะพรั่งสวย  ด้วยไม้งาม

เสียดายข้า  แค่กวี  อดิเรก                                                    สุดสรรเสก  เชิงกวี  ศรีสยาม

พอเพียงเพลิน  ยังเกินกว่า  พยายาม                                นำความงาม  ให้ปรากฏ  ในบทกลอน

อยากจะนำ  ความรู้สึก  บันทึกไว้                                      มาเรียงร่าย  ร้อยความ  คำอักษร

จนปัญญา  หาถ้อยคำ  มาพร่ำวอน                                    เพื่อร้อยกลอน  สะออนสอาง  ดังตั้งใจ

มาบัวลี่วิลล์  ถิ่นกำหนด  รถเลี้ยวเข้า                                ป่าพิงเขา  เสียดสูง  ทุ่งฟาร์มไร่

องุ่นแดง  พันธุ์เด่น  เห็นรำไร                                          ไกลสุดไกล  สุดสายตา  น่ายินดี

บังคับถือ  ซื้อแก้ว  แล้วรายล้อม                                        ให้หนิงทอม  เดินนำ  ประจำที่

เริ่มแก้วแรก  รับแจกริน  กลิ่นรสดี                                   เรียงไปที  ละขวด  ดวดให้เมา

ชอบรสใด  เชิญให้ซื้อ  ถือกลับบ้าน                                รสจัดจ้าน  ทั้งไวน์แดง  และไวน์ขาว

ชวนชี้ชม  ที่บ่มไวน์  ให้พวกเรา                                      มีไกด์กล่าว  บรรยาย  ได้ฟังกัน

นับร้อยปี  ที่ก่อตั้ง  ถึงครั้งนี้                                              ประธานาธิบดี  โทมัส  เจฟเฟอสัน

จนเป็นไวน์  ชั้นยอดเยี่ยม  ไร้เทียมทาน                          รับรางวัล  อันดับสาม  ของสากล

อันไวน์ดี  ที่มีอยู่  ในยูเอส                                  เป็นเสตท  แคลิฟลอเนียร์  เสียท่วมท้น

ได้เหรียญทอง  ครองยอดไวน์  ในสากล                        สังเกตคน  อเมริกัน  นั้นชอบไวน์

แต่ตัวฉัน  นั้นถนัด  ฟาดแต่เหล้า                                     เมื่อแก่เฒ่า  คิดจะลอง  ของแปลกใหม่

หนึ่งเดือนแล้ว  ยกแก้วก้าน  หันลองไวน์                      ชักถูกใจ  ในรสชาด  อาจเปลี่ยนแปลง

โรงผลิตไวน์  ในอเมริกา  ถ้าอยากรู้                 ต้องตามดู  อยู่ในราว  เจ็ดสิบเก้าแห่ง

แค่เดินชิม  ลองลิ้มรส  คงหมดแรง                  ชิมไวน์แพง  มักจะฝาด  รสชาติดี

ขอบใจหนิง  กับทอม  ยอมสละ                                        เสียเวลา  พาลุงไป  ได้ถึงที่

หากหันหน้า  มาชิมไวน์  ได้สักปี                                     นับแต่นี้  คงห่างเหล้า  เข้าหาไวน์

สงสารทอม  ทำหน้านิ่ว  เพราะหิวข้าว                           เพราะพวกเรา  เขาอดทน  จนลมใส่

โกลเด้นคาเรล  บัฟเฟ่ต์  เร่เข้าไป                                     มื้อใหญ่ใหญ่  บ่ายแก่แก่  เต็มแปร้พุง

ไปทำคอม  กินข้าว  บ้านเจ้าเป๋อ                                        แล้วนัดเจอ  ที่แฮมตัน  ในวันพรุ่ง

ชาตรีรับ  ขับรถพา  ป้ากับลุง                                             จุดหมายมุ่ง  คือวัดป่า  สันติธรรม

                อาสาฬหะ  บูชา  เวียนมาถึง                              แหล่งที่พึ่ง  พาลพบ  ครบองค์สาม

รัตนตรัย  คล้ายดวงแก้ว  อันแวววาม                               พระพุทธธรรม  สาวกสงฆ์  องค์บูชา

วันพรุ่งนี้  ที่สาวก  ต้องเฝ้าวัด                                           ชาวพุทธศาสน์  จัดเป็นวัน  เข้าพรรษา

พุทธบริษัท  ทั่ววัดไทย  ในอเมริกา                  พระศาสนา  จรรโลงอยู่  คู่คนไทย

เข้าวัดไทย  แฮมตัน  วันอาทิตย์                                         ล้างให้จิต  สิ้นมัวหมอง  พบผ่องใส

ชาววัดป่า  หาสัจธรรม  ค้ำจุนใจ                                       วนาไพร  พันธุ์ไม้ป่า  บรรดามี

ขับจากบ้าน  ชั่วโมงครึ่ง  จึงถึงวัด                                    ทางสายลัด  เส้นไฮเวย์  หกสิบสี่

ปากน้ำเจมส์  กว้างไกล  สายนาที                                     สะพานวิถี  เชื่อมไว้  สุดสายตา

ทั้งลาวไทย  หลายร้อย  คอยใส่บาตร                               เสียงประกาศ  แห่เวียน  เทียนพรรษา

ต่างรับศีล  สวดมนต์  ภาวนา                                             ทอดผ้าป่า  ศรัทธาทาน  วันงานบุญ

ตลาดนัด  ของขาย  มีให้เห็น                                             วัฒนธรรมเด่น  ลาวไทย  ไม่มีสูญ

เรี่ยไรได้  เข้าวัด  จัดหาทุน                                 ไว้เกื้อหนุน  พุทธศาสน์  ปฏิบัติธรรม

เตรียมโรงทาน  อาหารไทย  ไว้แต่เช้า                             ได้กินข้าว  กันทุกคน  จนอิ่มหนำ

มีคนไทย  ไปมา  ขาประจำ                                 กลองยาวนำ  แห่เทียน  เวียนทักษิณา

ย้อนไทยแลนด์  แสนคำนึง  นึกถึงเพื่อน                        ตั้งสามเดือน  อดเหล้า  เข้าพรรษา

เป็นโอกาส  พักผ่อน  หย่อนกายา                                    ออกพรรษา  เริ่มใหม่  ไม่ว่ากัน

คนกินเหล้า  เมายา  ยังยับยั้ง                                              รู้จักตั้ง  สติดี  มีพรสวรรค์

เข้าพรรษา  หาเหล้าริน  กินทุกวัน                                   เพราะสวรรค์  สั่งลงมา  อย่าอาวรณ์

                ออกจากวัด  ไปเวอร์  จิเนียร์บีช                        มุ่งสู่ทิศ  ตะวันออก  ไม่ยอกย้อน

เจ้าชาตรี  อดตาหลับ  ขับตะลอน                                      โอเชี่ยนฟร้อนส์  เมืองนอฟอร์ค  ออกไปไกล

ฐานเนวี่  ที่ยิ่งใหญ่  สุดในโลก                                         รบโชนโชก  ทั่วมหา  ชลาศรัย

ขุมอาวุธ  ยุทธภัณฑ์  อันเกรียงไกร                  สะสมไว้  คลังรายรอบ  ครอบคุ้มครอง

เมดเตอร์  บอล-อาร์คติค  แอตเลนติค                               แปซิฟิค  ของเขา  เป็นเจ้าของ

เจ้าทะเล  ลึกล้ำ  รบช่ำชอง                                                ฝึกประลอง  ท่องนที  มีพลัง

สะพานทอด  รอดอุโมงค์  ลงใต้น้ำ                  ดิ่งลึกด่ำ  ถ้ำรอด  ทอดขวางฝั่ง

เชคสพีค  เชื่อมอ่าว  เฝ้าระวัง                                            รถคับคั่ง  ระหว่างวีคเอนด์  เป็นธรรมดา

เคี้ยวคดโค้ง  ขึ้นลงทาง  ต่างระดับ                                   ทัศนอับ  ด้วยฝนตก  กระจกฝ้า

ลีนน์เฮพเวิ่น  อิสท์มอลล์  พักผ่อนตา                              อีกไม่ช้า  สู่ที่หมาย  เข้าปลายทาง

จอดพักศูนย์  บริการ  เรื่องการข่าว                                   เที่ยวท่องอ่าว  เชคสพีค  แอตแลนติคกว้าง

เรื่อยริมหาด   ได้มองเห็น  เป็นช่องทาง                          โรงแรมขวาง  ทางคนเดิน  เพลินหาดทราย

เรือทะเล  ลอยไกลโพ้น  โดนคลื่นซัด                             สายลมพัด  กระแทกฝั่ง  ไม่ห่างหาย

เจ็ตสกี  ตีแหวกน้ำ  ทำกรีดกราย                                       พอเข้าใกล้  สปีดโบ๊ต  ลดความเร็ว

มิได้เยือน  เหมือนชีวิต  จะมิดมืด                                      จะจืดชืด  มืดตา  คว้าน้ำเหลว

พอนั่งรถ  นานนัก  ชักปวดเอว                                         ตัดใจเร็ว  รถเลี้ยว  เที่ยวเจมส์ทาวน์

                เมืองเจมส์ทาวน์  ย่างเข้าปี  สี่ร้อยหนึ่ง            รำลึกถึง  วันก่อตั้ง  แต่ครั้งเก่า

เกิดสงคราม  ฝ่ายเหนือ  เมื่อนานเนา                               ไม่อาจเล่า  กล่าวประวัติ  ขาดข้อมูล

ขับรถลง  เฟรี่  ที่ท่าน้ำ                                                        แล่นลอยลำ  ข้ามเจมส์  รถเต็มทุ่น

ห้าสิบคัน  เรียงราย  ไม่ชุลมุน                                           แพตรงศูนย์  ไม่มีเอียง  ลำเลียงไป

เสียงเครื่องเครือ  เรือแรง  แล่นเร็วรี่                                สิบนาที  กว่า ๆ เห็นจะได้

เป็นอย่างน้อย  ความกว้าง  ห่างหลายไมล์                      ไม่ต้องจ่าย  เพนนี  ฟรีทุกคัน

อยู่ระหว่าง  กลางลำน้ำ  งามทิวทัศน์                               ธรรมชาติ  บรรจงสร้าง  ดังเสกสรร

กวีเอก  เสกสม  ชมสายธาร                                                ภาพตระการ  ไม่สามารถ  อาจบรรยาย

เดินหน้าไป  ไม่ข้ามกลับ  ขับรถอ้อม                               เป็นทางล้อม  แบบวงรี  กลับที่หมาย

ขับรถเข้า  สองเก้าห้า  มาสบาย                                         ไม่เบื่อหน่าย  รถติดขัด  จัดสัญจร

เจอน้ำเจมส์  รถข้ามผ่าน  สะพานแขวน                         เข้าสู่แดน  เกลนเอเลน  ริชมอนด์

โทรชาณุ  วัฒนา  อย่ารีบนอน                                           กินกันก่อน  คิงส์บัฟเฟ่ต์  เดินเกร่คอย

ต้องเร่งรีบ  หยิบจาน  มองผันผิน                                     อาหารจีน  กลิ่นสะอาด  รสชาดอร่อย

กุ้งปูปลา  หมูหมัก  พริกผักซอย                                        ไก่เป็ดหอย  สอยซด  หมดสองชาม

มาตอนหิว  ซิวซ้ำ  ขอน้ำเสริม                                           ตักมาเติม  สองเกือบพอ  ต่อถึงสาม

กลับไปบ้าน  นอนผึ่ง  ถึงสองยาม                                    เป็นไปตาม  ธรรมชาติ  นิราศไกล

                จันทร์อังคาร  ผ่านเดือน  จูไลแล้ว                    โอ้น้องแก้ว  ข้าอยากรู้  เจ้าอยู่ไหน

เจ้าระกำ  สำราญ  ประการใด                                            เก็บดวงใจ  ไว้ดีดี  ให้พี่เชย

เริ่มวันแรก  เอาจริง  เดือนสิงหา                                       อเมริกา  ว่ายังไง  ทำไมเฉย

เรื่องสิทธิ  สิว่าแน่  แต่กลับเชย                                         ไม่นึกเลย  มายก๊อด  จอดหรือแจว

เรื่องของเรื่อง  มิใช่เรื่อง  ต้องเคืองขัด                            เขียนนิราศ  ตอนขัดเคือง  ได้เรื่องแจ๋ว

จึงเขียนเล่า  สร้างเข้าใจ  ไว้เป็นแนว                               ผ่านมาแล้ว  ก็ให้ผ่าน  ไม่พาลเก

เรื่องกรีนการ์ด  บัตรโซเชียล  เวียนสองรอบ เกิดมิชอบ  มาพากล  ชักฉนเฉ

ถามไปที่  อิมมีแกรนท์  แสนโมเม                                    ชักโปเก  อเมริกัน  มันยังไง

พอตรวจสอบ  เข้าจริงจัง  ยังสาเหตุ                 สองแพคเกจ  ของเรา  เอาไว้ไหน

คอมยอมรับ  คนไม่รู้  อยู่แห่งใด                                       จะหาใคร  รับผิดชอบ  ตอบฉันที

ฉันจะขอ  พิพากษา  โทษาจริต                                         โทษความผิด  ควรตกแก่  เจ้าหน้าที่

อย่าด่าคอม  ยอมรับ  เสียโดยดี                                           โลกใบนี้  ดีทุกอย่าง  ยังไม่เจอ

ถ้าคอมดี  คนดี  งานดีด้วย                                  เครื่องนั้นช่วย  คนทำ  สม่ำเสมอ

ฉงนใจ  ในเหตุการณ์  ที่ฉันเจอ                                       มีคนเซ่อ  บนสวรรค์  ฉันฝันเอง

บอกแล้วว่า  ข้าไม่เอา  เรื่องเซ้าซี้                                      แต่งานนี้  เหตุบังคับ  ให้ฉับเฉง

ความผิดพลาด  หนึ่งในพัน  เป็นฉันเอง                         ใจนักเลง  อย่างข้า  ไม่ว่ากัน

โชคข้าดี  ที่ข้ารู้  หมู่หรือจ่า                                                ข้ารู้ว่า  ไหนนรก  หรือสวรรค์

ประณีตมั่ว  ชั่วกับดี  มีปนกัน                                            เจอกับฉัน  เหตุการณ์ดี  มีกำไร

                อเมริกา  คราซัมเมอร์  เจอสัมผัส                       เริ่มออกัส  มีแสงแดด  ส่องแผดไหม้

ที่กรุงเทพ  คงระอุ  คุเป็นไฟ                                             หรืออย่างไร  คลิกไปดู  รู้ไม่ดี

เรื่องชุมนุม  กลุ่มแกนนำ  ทำประท้วง                             ไปก้าวล่วง  เขามากนัก  เรื่องศักดิ์ศรี

ยุติธรรม  ศาลสถิต  คิดคดี                                   คนราวี  บุกรุก  เข้าคุกตะราง

คนโบราณ  ว่าตะราง  ใช่ขังหมา                                      เฉียดไปมา  กันทำไม  ไม่คิดบ้าง

ประชาชน  คนไทย  มิใช่ฟาง                                           เอาไปวาง  สุมไฟ  เพื่อไล่ยุง

ทำตีหน้า  ข้าไม่กลัว  ตั้งตัวสู้                                             ถ้าหมาหมู่  กรูเข้ามา  ข้าจะยุ่ง

เข้าไปนอน  ในตะราง  นั่งตบยุง                                      มือลูบพุง  ก่ายหน้าผาก  เพราะอยากดัง

จงทำดี  มีจุดมุ่ง  ผดุงชาติ                                                    หากเป็นทาส  ความชั่ว  ตัวตายฝัง

ทาสน้ำเงิน  เพลินน้ำเน่า  เอาแต่ตังค์                              กรรมบดบัง  นั่งสมเพท  ทุเรศคน

การเมืองไทย  คงไม่พ้น  คนโสโครก                              ขุมนรก  อันร้ายกาจ  ชาติสับสน

ทุจริต  คิดอุบาทว์  ชาติอับจน                                            วงวังวน  คนจังไร  อีกหลายปี

บางกลุ่มจ้อง  มองเห็นทาง  กูบ้างแล้ว                             คงไม่แคล้ว  รัฐสภาไทย  ภูติพรายผี

สาปสูดเลือด  เชือดชิ้นเฉือน  ประชาชี                           ดูให้ดี  ในปีหน้า  ข้าทำนาย

น้ำดีดี  มีมากมาย  กลายเป็นเน่า                                        น้ำเก่าเก่า  เง่างี่  สีปูนป้าย

ดึงหน้าด้าน  ออกบดบัง  สิ้นยางอาย                               เดี๋ยวน้ำลาย  ออกมาฟ้อง  ไม่ต้องกลัว

ชนชาวไทย  สนใจงาน  การเมืองบ้าง                             หาคนกลาง  ตั้งใจดี  ไม่มีชั่ว

สอบประวัติ  ให้กระจ่าง  ทั้งครอบครัว                           ลูกเมียผัว  ญาติพงเผ่า  เหล่าพืดพันธุ์

แสนสงสาร  บ้านเมืองไทย  ใจจะขาด                            อเนจอนาถ  เหลือเกิน  บ้านเกิดฉัน

พวกหน้าเหม็น  นักการเมือง  ขุ่นเคืองกัน                     ยมบาล  ตราไว้  เอาไปที                                   

                เวอร์จิเนียร์  อเมริกา  สิงหาสาม                        เป็นฤกษ์ยาม  งามสง่า  ถึงราศรี

อิ๋วดวงรัตน์  ชูปรีชา  เมียชาตรี                                          เกิดวันนี้  เจ้ามีโชค  โฉลกชัย

ลุงกับป้า  มาร่วมเรือน  เจ้าเหมือนลูก                              ได้ความสุข  ที่ลุงป้า  อยู่อาศัย

เจ้าดูแล  เหมือนแม่พ่อ  น่าพอใจ                                      จะมอบให้  ในคำกลอน  จากพรพรหม

จงร่ำรวย  ต่อไป  ในภายหน้า                                            ปรารถนา  สิ่งดีดี  จงมีสม

จตุรพิธ  พรชัย  ได้ชื่นชม                                                   เริงอารมณ์  สมบูรณ์  พูนทวี

ให้ดีนชอน  สอนง่าย  ไม่ดื้อรั้น                                        จงสบสันต์  สุขสำเร็จ  เป็นเศรษฐี

เป็นมิ่งขวัญ  กัลยา  เจ้าชาตรี                                             ทุกอย่างดี  แฮปปี้เบิร์ด  วันเกิดยู

อยู่สองเดือน  ผ่านมา  ห้าคนเกิด                      จะกำเนิด  มาอีกหนึ่ง  นะเจ้าหนู

ชื่อว่า “ชอน” อ้อนลืมตา  ขึ้นมาดู                                     อยากเห็นปู่  เห็นย่า  ขวัญตายาย

อันชีพคน  วนเวียน  เพียรไว้เถิด                                      สิ่งประเสริฐ  แห่งโลกนี้  มีอีกหลาย

จงคิดดี  ทำดี  อย่ามีคลาย                                                    บันทึกไว้  อย่าให้สูญ  เรื่องคุณธรรม

มาพำนัก  อเมริกา  ในครานี้                                              ได้สุขี  ไม่มีตังค์  ยังใจป้ำ

ที่ผ่านมา  มิเคยมี  ใจสีดำ                                                    จึงขอนำ  กำลังใจ  ให้ทุกคน

มีเงินน้อย  น้ำใจมาก  รักลูกหลาน                                   ผู้สืบสาน  สายใย  ในแห่งหน

ใครเป็นลูก  ต้องดูแล  แม่ของตน                                     ลูกกี่คน  ต้องรู้จัก  สามัคคี

เสาหลักชัย  ในยูเอส  เขตถิ่นฐาน                                    ใครคนนั้น  เขามั่นคง  ทรงศักดิ์ศรี

ชื่อก็งาม  นามจรัส  รัชนี                                                    เธอคนนี้  เป็นที่หนึ่ง  พึงศรัทธา

เตรียมกับข้าว  คาวหวาน  ไว้ครันครบ                             เชิญมาพบ  ปะสังสรรค์  กันพร้อมหน้า

หนิงชาตรี  เดวิด  และรินนา                                             ไม่อาจมา  คือริชชาร์ด  ขาดประชุม

ได้แค่สี่  พี่น้อง  มาตามนัด                                 ที่ลุงจัด  เพราะอยากเห็น  เจ้าเป็นกลุ่ม

สามัคคี  มีบ่อยครั้ง  นั่งชุมนุม                                            ใครจะกลุ้ม  ใครจะเหงา  ต้องเข้าใจ

หรือขาดตก  บกพร่อง  ต้องเข้าช่วย                 คนไหนรวย  ช่วยพึ่งพา  ได้อาศัย

เรือรัชนี  แล่นทวนน้ำ  ช่วยจ้ำพาย                                   สู่หลักชัย  อนาคต  สดสวยงาม

แม่ของเจ้า  เขาดิ้นรน  ทนเพื่อลูก                                     จะทุกข์สุข  ปานใด  เขาไต่ถาม

หมั่นสอนเจ้า  ทั้งห้า  พยายาม                                           สร้างคุณงาม  ความดี  ไม่มีจน

ประสบการณ์  ที่ผ่านมา  ข้าบอกกล่าว                             ให้พวกเจ้า  ตระหนักเห็น  เป็นกลอนด้น

ใช้รูปแบบ  อุปกรณ์  มาสอนคน                                       เรื่องรวยจน  ญาติกา  ลุงชาชิน

สบายใจ  เมื่อได้ลอง  หมากรุกฝรั่ง                   แท้ที่ทั้ง  มิถนัด  ในศาสตร์ศิลป์

ทอมเดินหมาก  ทั่วกระดาน  อ่านจนชิน                         เขาใช้ควีน  และบิชอปส์  รอบกระดาน

เจ้าเดวิด  ติดตั้ง  คอมพิวเตอร์                                            น้าติ๋มเป๋อ  ซื้อมาเล่น  เครื่องเต็มบ้าน

หนิงรินนา  ชาตรี  บริการ                                                  ให้สองหลาน   มิวดีน  กินโค้กเย็น

อิ๋วนงเยาว์  เฝ้าโยง  ซี่โครงอ่อน                                       ส่วนเจ้าชอน  อยู่ในท้อง  มองไม่เห็น

ทุกคนอื่น  รื่นอุรา  ครามื้อเย็น                                          สังเกตเห็น  กลุ่มพวกเขา  เราชื่นใจ

                เสาร์อาทิตย์  คิดเที่ยวท่อง  ต้องชะงัก              ควรหยุดพัก  สักที  จะดีไหม

ไทสันจับ  ติ๋มกับเป๋อ  โอเวอร์ไทม์                   ดอลล่าร์ได้  มากกว่า  ค่าชั่วโมง

ส่วนชาตรี  เจ็บตา  ต้องหาหมอ                                        ไปนั่งรอ  ปล่อยดวงรัตน์  จัดห้องโถง

ทุกคนต่าง  อยู่กับเหย้า  เฝ้ากับโยง                                   พอเย็นลง  ไปรับขวัญ  บ้านรินนา

ประเพณี  มีนานนับ  เรื่องรับขวัญ                                   ชาวลาวนั้น  ค่อนข้างมัก  เป็นหนักหนา

เรียกขวัญคืน  ยืนมั่น  โอ้ขวัญมา                                       ลุงกับป้า  ช่วยผูกให้  ด้ายข้อมือ

มีกับข้าว  เหล้ายา  เลี้ยงอาหาร                                          เชิญเพื่อนบ้าน  น้องพี่  ที่นับถือ

เล่นหมากรุก  ปลุกอารมณ์  ข่มตาปรือ                             จับไมค์ถือ  โก่งตะเบ็ง  ร้องเพลงกัน

ดึกเลิกงาน  ถึงวันรุ่ง  จ่ายตลาด                                        เดินวอลมาร์ท  ฟาอิสต์  คิดสังสรรค์

อพาร์ทเมนต์  ติ๋มเป๋อ  นัดเจอกัน                                      เพื่อปิดวัน  วีคเอนด์  เหมือนเช่นเดิม

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ  เจือหมูหั่น  ปั้นลูกชิ้น                                ลูกหลานกิน  อิ่มหนำ  ต้องทำเสริม

ได้ความสุข  หมากรุกแกล้ม  แต่งแต้มเติม                       ชักจะเริ่ม  สูสี  จึงมีวิน

                รุ่งวันจันทร์  งานมีรอ  จ่อลูกหลาน  ส่วนตัวฉัน  นั้นว่างเปล่า  เฝ้าถวิล

หาสิ่งรู้  คู่ปัญญา  เป็นอาจิณ                                              ปล่อยใจบิน  ลัดฟ้า  กลับมาเยือน

ความแก่เฒ่า  เข้ามาหา  ข้ามากแล้ว                  จึงไม่แคล้ว  ห่วงมิตร  คิดถึงเพื่อน

อดีตกาล  นานเกินกว่า  จะลืมเลือน                 ติดตามเตือน  อมตภาพ  ตราบนิรันตร์

พี่ทองสุข  ทุกข์ทนร้อน  ป้อนข้าวข้า                               อาบน้ำท่า  ประแป้ง  แต่งตัวฉัน

ข้ามคลองคู  ดูลิเก  หนังเร่กัน                                            กระแทกกระทั้น  ฉันขี่คอ  เข้ากะเอว

ส่วนพี่เติม  เสริมความรู้  ผู้เกื้อหนุน                 เก็บเงินทุน  การศึกษา  เกรงข้าเหลว

พี่ทองห่อ  ก็ด่วนพราก  จากไปเร็ว                                   ผ่านปล่องเปลว  สู่แดนสรวง  ห่วงอาลัย

วัฒนา  รัชนี  อยู่นี่แล้ว                                                        ยังไม่แคล้ว  ห่วงกังวล  เสียจนได้

อยากให้เขา  อีกคนฟื้น  คืนจิตใจ                                     คือวินัย  ใจทะนง  ผู้หลงทาง

คนคิดดี  มุ่งทำดี  ย่อมมีสุข                                 รู้ผิดถูก  ผูกเครือญาติ  มิบาดหมาง

เลิกทิฐิ  ริษยา  ระอาอาง                                                     คือแนวทาง  นำไปสู่  ผู้เจริญ

                หลบชีวิต  อันมิดมืด  จืดชืดแสน                       จากเมืองแม้น  แดนนรก  ระหกระเหิน

หาแมนเมือง  เรืองรุ่ง  มุ่งเพลิดเพลิน                              หนทางเดิน  ยังอีกไกล  ไม่ไหวติง

อยู่บ้านเกิด  เมืองนอน  อาวรณ์หวัง                 แม้จะตั้ง  ใจไว้  ไม่สุงสิง

แต่สุดทน  คนใจโลภ  มาโฉบชิง                                      ต้องเอาจริง  กันซะบ้าง  ตั้งตาคอย

อยู่เมืองนอก  บอกตามตรง  ดำรงชีพ                               ไม่ถูกบีบ  เงินจับจ่าย  จะใช้สอย

ความจำเป็น  จึงต้องคิด  ประดิดประดอย                        จ่ายแต่น้อย  คอยระวัง  ฟังอัตรา

เงินบาทแข็ง  แรงขึ้นหน่อย  จึงค่อยกด                           ถ้าบาทลด  กดไม่ไหว  ไร้ดอลล่าร์

ค่าเงินบาท  จัดว่าอ่อน  ตอนฉันมา                                   อเมริกา  ถ้าบาทแข็ง  แย่งกำไร

ไปเดินช็อป  หอบเงินดอล  รอบวอลมาร์ท     สายตากวาด  ดูราคา  น่าสงสัย

ตัดสินยาก  หากว่าเห็น  เซลล์เมื่อใด                                ถึงถูกใจ  ก็ไม่ซื้อ  ถือเงินดอลล์

ลองกดถาม  วาโคเวีย  เสียหลายครั้ง                                ถามสตังค์  ในอัตรา  ข้าจะถอน

ธนาคาร  กีดกันข้า  อย่าอาวรณ์                                         อย่าใจร้อน  ฝากเอาไว้  ฉันใช้เอง

ใครรวยเกิน  เงินมีมาก  ฝากเอาไว้                                   ธนาคารใช้  ไปหมุนเวียน  หลายเกวียนเข่ง

ธุรกิจ  เอาเปรียบ  เหยียบกันเอง                                       คนไวเก่ง  ฉวยโอกาส  ฟาดไปอาน

นี่คือเหตุ  ประเทศด้อย  น้อยอำนาจ                 ตกเป็นทาส  ประเทศใหญ่  ไปทุกด้าน

มีคนโกง  คงอำนาจ  รัฐบาล                                              โง่ดักดาน  ผลาญเงินตรา  คาคงคลัง

ป.ร.ส. จ่อคอหอย เสียย่อยยับ                                             พาพวกงับ  อิ่มพุง  หลายถุงถัง                                         

ไอเอ็มเอฟ  เสพดอกเบี้ย  ต้องเคลียร์ตังค์                        จ่ายเงินค้าง  หมดได้  ใช่เงินมัน

ไปโกยเงิน  ล่วงหน้า  มาจับจ่าย                                        หนี้กองใหญ่  ท่วมตัว  ยังยั่วหยัน

แค่โดนเกล็ด  งับเศษหนม ก็ชมมัน                  เขาหลอกฟัน  คอรากหญ้า  ข้าเศร้าใจ

รัฐบาล  เผาผลาญไป  ไทยไม่เข็ด                                      แบ่งประเทศ  ยังไม่รู้  อยู่ข้างไหน

“แผกเป็นเด๋อ” เผลอแหกตา  ประชาไทย                       บ้าบรรลัย  ไม่รู้รัก  รู้จักพอ

                ที่ข้าเขียน  เวียนมา หาใช่เรื่อง                          นักการเมือง  สมัยนี้  ตีหน้อก้อ

กื๋อคอสั้น  ฟันกันแหลก  แปลกเหมือนจอ                      ปอกหลอกล่อ  ประชาชน  จนทั้งเมือง

จ้องจ้วงจาบ  หยาบช้า  ด่าไม่หยุด                                     อมนุษย์  แน่นสภา  พาลหาเรื่อง

อวิชชา  ด่าเมื่อไร  เขาคายเคือง                                         ทำวางเขื่อง  อ้างประชา  บังหน้าตน

เขียนเรื่องเงิน  เพลิดเพลินดี  มีก็ใช้                 หมดเมื่อใด  ก็เสาะหา  อย่าสับสน

แค่เพียงพอ  อยู่ได้  ไม่ทุกข์ทน                                          ไม่หลงตน  ลืมสัตย์  ปฎิญาณ

                อีกสิบวัน  จะผันเวียน  เปลี่ยนที่เที่ยว              เผลอเดี๋ยวเดียว  หกสิบวัน  ดังฝันหวาน

จะไปเห็น  เทนเนสซี่  มีตำนาน                                       คือเป็นบ้าน  เกิดเอลวิส เพรสลีย์

รัฐติดใกล้  ตอนใต้เหนือ  เมื่อไปถึง                 จะขอบึ่ง  ท่องรัฐ  มิสซิสซิบปี้

อยากจะเห็น  เส้นชีวา  มหานที                                        ชื่นชีวี  ยามได้เห็น  ฝันเป็นจริง

มิวสิคทาวน์  เทนเนสซี่  เมืองท่องเที่ยว                          รอประเดี๋ยว  ข้าจะได้  ไปสุงสิง

พานงเยาว์  เข้าพำนัก  อยู่พักพิง                                       ต้องทอดทิ้ง  ที่อยู่นาน  บ้านชาตรี

รอวันศุกร์  เช้าสิบเจ็ด  เตรียมเสร็จสรรพ                        คนคอยรับ  ขับรถเบนซ์  เป็นเศรษฐี

มาดามเชปเพิร์ด  เจิดจรัส  รัชนี                                        นับวันนี้  อีกเก้าวัน  จะพลันจร

ฝึกอังกฤษ  ฟิตโฟไฟ  ให้จัดจ้าน                                      พูดเขียนอ่าน  ความเข้าใจ  ในอักษร

ไปแต่งเสริม  เติมนิราศ  ไม่ขาดตอน                                สร้างคำกลอน  อาทรหวัง  ครั้งได้เยือน

                เวอร์จิเนียร์  สัปดาห์นี้  มีแดดกล้า                    สาดส่องมา  ร้อนไหม้  ที่ใดเหมือน

อุตุแจ้ง  แสงรังสี  มีคำเตือน                                              อย่าแชเชือน  ช่วยฟังไว้  ให้ระวัง

ร้อนร่างกาย  ไม่ร้ายรน  พอทนได้                                   แต่ร้อนใจ  ให้รู้สึก  ลงลึกฝัง

เมื่อหนาวกาย  ใช้ผืนผ้า  คลี่มาบัง                    เย็นใจจัง  ดังใจข้า  พาชื่นเย็น

เจ้ากระรอก  ออกวิ่งไล่  ไต่ต้นโอ๊ค                   ทรวงเศร้าโศก  ตกภายใน  ใครเล่าเห็น

นั่งเขียนกลอน  แต่ตอนเช้า  จวบเข้าเพล                        หาที่เย็น  ยะเยือก  เลือกถ้อยคำ

ลมสงัด  ไม่พัดเลย  ทำเฉยนิ่ง                                            ไม่ไหวติง  หรือกริ่งว่า  ข้าจะช้ำ

ลมเจ้าเอย  เฉยอยู่ใย  เจ้าใจดำ                                           รับถ้อยคำ  รักข้าไว้  ไม่บอกเธอ

เจ้านกน้อย  คล้อยถลา  หาข้าหน่อย                 ข้ายังคอย  บินมาบ้าง  อย่าพลั้งเผลอ

เจ้าโบยบิน  ไปถิ่นไหน  มิได้เจอ                                      ข้าพร่ำเพ้อ  ถึงเจ้านก  อกข้าตรม

เห็นเครื่องบิน  บินมา  ใจข้าหวั่น                                     คิดเมื่อวัน  จะห่างไกล  ขื่นใจขม

หนุนแนบเนื้อ  นวลชิด  สนิทชม                                     แม้นเจ้าตรม  ขมขื่น  จงฝืนใจ

มองท้องฟ้า  มืดมิด  เหมือนชิดเจ้า                                    พอรุ่งเช้า  เจ้ากระจ่าง  สว่างไสว

แต่จิตข้า  สิมืดมิด  สนิทใน                                                สุดอาลัย  ไม่เห็นแสง  ยิ่งแคลงคลาง

ดูต้นโอ๊ค  เขียวชอุ่ม  กระพุ่มพลิ้ว                                     ก่ายเกลียวริ้ว  ปลิวไสว  มิไกลห่าง

แต่กับข้า  เขาเมียงเมิน  เดินหลีกทาง                               จึงอ้างว้าง  เปล่าเปลี่ยว  เหลือเดียวดาย

ยินชะนี  กู่ก้อง  ร้องหวนโหย                                           เสียงโอดโอย  เรียกหาคู่  ดูใจหาย

ข้าก็ครวญ  หวนหา  น่าเสียดาย                                        เหลือเพียงกาย  ดายเดียว  เปลี่ยววิญญา

อยากใคร่พบ  ประสพพักตร์  บอกรักเจ้า                        อยากโลมเล้า  เย้าเล่ห์  เสน่หา

จะช้อนร่าง  มิห่างชื่น  รื่นอุรา                                          แก้วกานดา  เจ้าอย่าแหนง  เปลี่ยนแปลงเลย

                เนิ่นนานวัน  กระชั้นชิด  คิดถึงบัตร                เรื่องกรีนการ์ด  เป็นอย่างไร  ทำไมเฉย

อิมมิแกรนท์  แสนยักยึก  ไม่นึกเลย                  เหมือนไม่เคย  โดนด่า   ว่าช้าจัง

เดือดร้อนแกรม  เชปเพิร์ด  เกิดโมโห                              หาเบอร์โทร  เจรจา  อีกคราครั้ง

ไร้คำตอบ  เมื่อใด  คงได้พัง                                               เล่าให้ฟัง  ยังสเตท  ครองเกรสซิว

ทำการงาน  บกพร่อง  ต้องทวงถาม                 โทรติดตาม  สามสี่หน  จนแกรมฉิว

แม็กซิกัน  ฉันไม่ใช่  ทำไมยิว                                            จำต้องซิว  เพื่อร้องสิทธิ์  ถูกลิดรอน

ให้ใจเย็น  ไม่เป็นไร  ใครล่าช้า                                        สำหรับข้า  ยังไม่คิด  ติดไว้ก่อน

ถ้าผิดนัก  จะลากยาว  มาเข้ากลอน                                   อนุสรณ์  สืบสาน  ตำนานมี

                ล่วงสู่วัน  ที่แปด  แดดยิ่งเผา                              ตั้งแต่เช้า  จนถึงเที่ยง  ต้องเลี่ยงหนี

อยู่ห้องแอร์  แน่นอนกว่า  ท่าจะดี                                    สูบบุหรี่  ต้องนอกบ้าน  ยอมทานทน

อเมริกา  ถึงหน้านี้  ที่สัมผัส                                               ร้อนชะมัด  อึดอัดแท้  แลสับสน

ส่องแมกไม้  ใบหญ้า  ถ้าไม่ทน                                         จะล่วงหล่น  ก่อนพร่างพรู  ฤดูกาล

นึกอยากนำ  ความรู้  ภูมิศาสตร์                                         อาจารย์พงนารถ  สอนสั่ง  ครั้งเตรียมทหาร

โลกตั้งแกน  แผ่นดินป่า  สุธาธาร                                    รอบจักรวาล  ผ่านหมุนเวียน  เปลี่ยนฤดู

ถูกไต่ฝุ่น  หมุนไซโคลน  เฮอริเคนซ้ำ                             กระแสน้ำ  ปาล์มทุ่งหญ้า  หาความรู้

โปร่งทึบป่า  ชั้นอากาศ  จัดภาพดู                                     แยกหมวดหมู่  โซนอาศัย  ในโลกา

ทั่วโลกกว้าง  วางกฎเกณฑ์  เป็นธรรมชาติ                     ให้บทบาท  เหนือชีวิต  ทุกทิศา

ผู้รู้ซึ้ง  ถึงทุกข์โศก  โลกมายา                                            คือสัมมา  องค์พระพุทธ  วิสุทธิ์ธรรม

มนุษยชาติ  จัดเป็นหมู่ อยู่อาศัย                                         อนามัย  ภัยจากโรค  ทุกข์โศกกล้ำ

วิบัติภัย  หฤโหด  กฎแห่งกรรม                                        คือสิ่งนำ  ทำให้ข้า  มาคิดปลง

วิปริต  ฮีทสตอร์ม  ย่อมวิบัติ                                               หากใครขาด  ระมัดระวัง  หรือพลั้งหลง

เซลผิวหนัง  ไหม้ลุกลาม  เสื่อมทรามลง                         เกิดเป็นผง  ขรุขระ  ตกกระลาย

                ใกล้สิบแปด  นาฬิกา  รินนาหนิง                     ไม่ทอดทิ้ง  ลุงป้า  พาผันผาย

นำขึ้นรถ  หลบร้อน  พักผ่อนกาย                                     ชฎาไทย  แต่ร้านลาว  ชิมข้าวแกง

กลับบ้านหนิง  สิงห์ทอมรอ  โขกหมากรุก                     เริ่มสนุก  ขึ้นมาก  เพราะหมากแข็ง

บิช๊อบควีน  กินกราวรูด  อาวุธแรง                                   ไวระแวง  แวดระวัง  ตั้งใจเดือน

ส่งกลับมา  บ้านชาตรี  เกือบสี่ทุ่ม                                     ดีนอ้อนอุ้ม  ออดย่า  ทำหน้าเขิน

ทุกคืนอยู่  ปู่กับย่า  พาเล่นเพลิน                                       เหตุบังเอิญ  กลับมาช้า  จะงอแง

เคยชวนเล่น  ตอนเย็นค่ำ  ปล้ำสนุก                 เคล้าคลอคลุก  ทุกเวลา  ถ้าจะแย่

กลัวจะเจ็บ  ตัวเจ้า  เฝ้าดูแล                                                ย่าปู่แก่  ต้องเหนื่อก่อน  นอนระรวย

ใกล้เวลา  จะคลาไคล  ไปเทนเนสซี่                                อยู่ที่นี่  มิเคยห่าง  การแทงหวย

เวอร์จิเนียร์  ล็อตเตอรี่  มีทางรวย                                      หากบุญช่าย  โชคชง  แทงตรงเบอร์

                ยี่สิบเอ็ด  นิ้วยาว  หนักแปดปาวด์สิบ               หล่อจากทิพย์  เวอร์จิเนียร์  แฮนโอเวอร์

น่าเอ็นดู  ตอนปู่ย่า  ได้มาเจอ                                             เมื่อตอนเธอ  สองขวบกว่า  หน้าตาดี

เกิดคืนจันทร์  วันที่สี่  เดือนเมษา                                      สองพันห้า  ชะตาสูง  รุ่งราศรี

แม่ดวงรัตน์  ชูปรีชา  พ่อชาตรี                                          เอื้อปราณี  อาทรเลี้ยง  เพียงดวงใจ

เริ่มเรียนรู้  ดูหลักแหลม  แถมกล้าแกร่ง                          โดดเล่นแรง  ปู่ย่าจับ  รับไม่ไหว

โยนเตะบอลล์  ร่อนรถล้อ  จ๋อข้างกาย                             วิ่งว่องไว  ปราดเปรียว  เปรี่ยวป่ายปีน

สุภาพบุรุษ  สุดยอดชาย  จงไว้ชื่อ                                     เพื่อโลกลือ  คือฉลาด  แห่งศาสตร์ศิลป์

เกียรติจารึก  บันทึกไว้  ในปัถพิณ&