นิราศชะอำ


          แต่งอวยพร แต่งกลอนสั้น วันละนิด        ไม่เคยคิด แต่งเป็นเรื่อง เปลืองสมอง
มีเหตุการณ์ เพียงน้อย ไว้ร้อยกรอง                 จึงจำต้อง ยอมงด อดใจรอ
วันเวลา ผ่านไป ใจยังมั่น                              เคยแอบฝัน ว่าวันไหน ได้เที่ยวหนอ
เจอจังหวะ จะโดน คนถูกคอ                         ไม่รีรอ ขอท่องเที่ยว หายเหี่ยวใจ
          ตอนยี่สิบเก้า ในราวบ่าย ก็ได้รับ            โทรศัพท์ ลาดหลุมแก้ว เสียงแจ๋วใส
หาดชะอำ ชวนรำลึก นึกอยากไป                     ประทับใจ ในความหลัง ครั้งเคยมา
โกลเด้นบีช อยู่ชิดหาด จึงวาดฝัน                    อีกสามวัน คอยก่อน จะจรหา
พันสามร้อย ห้าสิบ เงินหนีบมา                       ครึ่งราคา ห้องพัก สักสองคืน
เกิดคิดหวัง สร้างกวี แนวนิราศ                       เดินดูหาด รับลม ให้ชมชื่น
อาหารทะเล สดสด รสกลมกลืน                      ดื่มของมึน นิดหน่อย ค่อยสบาย
          ณ.วันนี้ มีแค่หวัง ยังไร้แผน                 เสียงหนักแน่น รับปาก จากสหาย
เสี่ยปรีชา จงรักษ์ ส่งทักทาย                          จะผันผาย ไปขอชม ลมทะเล
ทำให้ฝัน นั้นใกล้จริง ยิ่งยิ่งขึ้น                        คงไม่ฝืน เปลี่ยนใจ จนไขว้เขว
ความสนุก เช่นนี้ คงมีเฮ                              หลบจำเจ จ็อกแจ๊ก จราจร
หนีการเมือง เรื่องอิดหนา สภาเปิด                  คงเตลิด ปีนป่าย ไต่ไม้ขอน
บันไดลิง ด้านหลัง ยังอาวรณ์                         หัวซุกซอน หนีกลุ่ม ชุมนุมแรง
ไม่อยากโดน แก๊สน้ำตา ไปหาเรื่อง                   เดี๋ยวตาเคือง มองไม่เห็น เส้นสายแสง
มันน่ากลัว เสียเหลือเกิน น้ำเงินแดง                 ถูกยุแยง ตะแคงรั่ว รั้วสภา
คงจะต้อง ล่องใต้ ใกล้สถาน                          กำหนดการ วันพฤหัส หนึ่งสิงหา
ฤดูนี้ อาจมีฝน หล่นลงมา                             แม้ท้องฟ้า อาจจะหม่น แต่คนมันส์
ทริปชะอำ ธรรมดา ไม่โดดเด่น                       ความตื่นเต้น ก็เป็นบ้าง คนช่างฝัน
พอถึงเที่ยง วันนี้ มียืนยัน                             สิ่งที่ฝัน นั้นแน่นอน ได้จรจริง
ด้วยเจ้ากาญจ์ ประสานห้อง จองไว้สาม              เป็นไปตาม แผนวาง ไว้อย่างยิ่ง
วันมะรืน จะได้ท่อง ไม่ต้องประวิง                    แต่บางสิ่ง ยังไม่ซื้อ คือสุรา
ช่วงเดือนนี้ พวกขี้เหล้า คนเมาน้อย                  อาจจะกล่อย เพราะห้วงวัน ในพรรษา
คงจะมี พี่เหลือ วิเชียร และปรีชา                     เข้าพรรษา เหมือนกัน แต่วันเดียว
          มีครั้งหนึ่ง หาดชะอำ เคยจำแม่น           ถึงว่าแม้น จะผ่านมา คราประเดี๋ยว
เคยมานอน เกสเฮาส์ เมานักเทียว          มีกลุ่มเที่ยว กลุ่มเก่า ที่เราจำ
นายอี๊ดหนึ่ง จตุพล ทหารอากาศ                     อี๊ดที่สอง ประนอมนารถ หน้าตาขำ
เป็นภรรยา ผู้ชิดใกล้ น้ำใจงาม                        พบประจำ ตำรวจใหญ่ นายนิกูล
คราครั้งก่อน อาวรณ์อยู่ คู่ดวงจิต                    ถวิลคิด ในฤดี มิคลายสูญ
สนุกสนาน ด้วยกัน สัมพันธ์พูน                       ท่านนิกูล ในกาลนี้ มิได้มา
ที่ไม่ชวน เห็นควรพัก รักษาท้อง                      ทุกปีต้อง ท่องศีล จำพรรษา
ประธานอี๊ด คิดจะชวน จวนเวลา                     โปรดอภัย ให้สักครา เลี้ยงหมาไป
ในครั้งนั้น คุณวัลลภ ครบวันเกิด                     โชคประเสริฐ แดดแจ้ง แสงสดใส
ร่วมโต๊ะจีน กลิ่นละมุน รสอุ่นไอ                      อวยพรชัย ให้วัลลภ พบโชคดี
          เวลารอ จ่อมาใกล้ จะได้เตร่                ชมทะเล และหาดทราย ในพรุ่งนี้
ลากรุงเทพ มหานคร จรลี                             เมื่อวานนี้ ได้พบเพื่อน ชื่ออำไพ
ที่พันธ์ทิพย์ พลาซ่า มียาวิเศษ                         ปัญหาเพศ และวังชา อย่าหวั่นไหว
คุณมนัส คุณสมยศ เชียร์หมดใจ                      มีเอนไซม์ ใช้เสริม เติมพลัง
อยู่ชั้นห้า ศูนย์อาหาร ซาบซ่านรส                     ไมค์สดสด เพลงร้อง ต้องมนต์ขลัง
คุณนายมนัส มาด้วย ช่วยกันฟัง                      เราร่วมนั่ง เสวนา สบายอารมณ์
ใครอยากพบ คุณอำไพ เชิญไปหา          ลูกราชา ใกล้ชิด สนิทสนม
จะเหมือนเก๋ง เร่งสปีด รถติดลม                     ลองไปชม เพื่อนสนิท มีกิจการ

คุณสมยศ ยังยืนยัน ให้มั่นจิต                         นำเครื่องยนต์ ไปฟิต จิตใจหาญ
นั่งรถตู้ ดูไม่ยาก จากเมืองกาญน์                    ร่วมนั่งทาน ที่ชั้นห้า หาเพลงฟัง
          มีเพื่อนคุย ลุยถั่ว ทัวร์พรุ่งนี้                 ความสุขมี ที่ชะอำ นำความหวัง
หากต้องไป ใกล้ระยอง คงต้องพัง                   เพราะชายฝั่ง มันพังพาบ คราบน้ำมัน
เพราะเจ้ากรรม นายเวร ต้องเป็นเหตุ                เกิดทุเรศ เปรตมาโปรด อย่าโทษสวรรค์
ด้วยปตท. มันเอาเปรียบ จึงเฉียบพลัน               ลงโทษทัณฑ์ น้ำมันกระฉูด มันสุดซวย
ไอ้แค่นี้ มิคณา อย่าไปคิด                    ทุจริต กันทั้งโคตร สุดโหดห่วย
รัฐบาล อยู่นานไป คนไทยซวย                        เห็นตัวช่วย คึกคัก ชักอยากดู
สุดคาดเดา เขาฆ่ากัน ยังงั้นหรือ                      แต่ก็ถือ ว่าโชคดี ที่ไม่รู้
ขอส่องกล้อง บนห้องหอ เฝ้ารอดู                             หมากับปู กัดสู้กัน ก็มันส์ดี
เก็บเสื้อผ้า หาของใช้ ใส่กระเป๋า            กับแกล้มเหล้า มีมากมาย ไม่หมองศรี
เข้าเซเว่น แวะปั๊ม น้ำเมามี                            วันพรุ่งนี้ ฤกษ์ดีเด่น เป็นโชคชัย
ถึงคืนนี้ ราตรียาว ราวห้าทุ่ม                           การชุมนุม กลุ่มสนุก สุขไฉน
จะไปเพชร เมืองธานี ศรีวิไล                          อย่างปลอดภัย ได้ผ่านพบ ประสบการณ์
จึงขอเริ่ม ประเดิมความ ไปตามคาด                 นำนิราศ บอกเล่า พวกเราผ่าน
เป็นร้อยกรอง ประคองกลอน สุนทรกานท์          ให้เพื่อนอ่าน สราญสุข เผื่อทุกข์คลาย
          หมดกรกฎา สิงหาโผล่ ยังโผเผ             เดินโงเง เซซังซัว กลัวจะสาย
ต่ออีกงีบ รีบหลับ ขยับกาย                           ย่อยสลาย ถ่ายง่วงเหงา หายหาวนอน
หอบเครื่องใช้ หิ้วไม่สอย ทยอยขึ้นรถ               จัดหมดจด จอดเตรียมแจว แล้วรอก่อน
อ๊อดปรีชา พาพี่เหลือ เพื่อเตรียมจร                 มาถึงก่อน นัดหมาย ได้พร้อมมูล
จัดกระเป๋า เข้าท้าย เรียงรายเรียบ                    ครบพร้อมเพรียบ ผู้โดยสาร ส่งล้อหมุน
ตามเส้นทาง ต่างจะต้อง เตรียมท้องตุน             เนียนละมุน หมุนกงล้อ มิชิลิน

เพิ่งเปลี่ยนยาง เมื่อวานนี้ ทั้งสี่เส้น                   ไม่อยากเห็น ยางที่ปูด เพราะครูดหิน
ปรับอะไหล่ ใส่ลม สมอาจินต์                         เพื่อโบยบิน ถิ่นทะเล ไม่เซซวน
เจ้านิสสัน ผันผาย ไม่รีบร้อน                          เคลื่อนตัวจร ก่อนเก้าโมง มองทางด่วน
เกรงจะผ่าน รัฐสภา น่ารัญจวน                       คิดทบทวน แล้วตกลง มุ่งตรงไป
ติวานนท์ นวลฉวี บางคูวัด                            การจราจร ไม่ติดขัด ลัดพอไหว
สามสี่ห้า เป็นหน้าด่าน คืบคลานไป                   มองจุดหมาย ไม่ไกลนัก จักไคลคลา
ติวานนท์ บนตระหง่าน สะพานข้าม                   สะพานงาม นวลฉวี คดีปริศนา
ฆาตกร .อมนุษย์ สุดคณา                    ปลิดวิญญา นวลฉวี สุดหนีกาม
บางคูวัด จัดจราจร ตอนสี่แยก                        เวียนวกแหวก ยานยนต์ ถนนข้าม
ไปปทุม บางกรวย แยกสวยงาม                       ไปแม่น้ำ ข้ามเจ้าพระยา ติวานนท์
          เลยผ่านมา ปาริชาติ ประหวัดคิด            เพื่อนสนิท เขาพำนัก รักเปี่ยมล้น
วิชัย-ต้อย ช่วงบุญศรี มิเยี่ยมยล                      ขับผ่านพ้น ตามทาง ว่างจะมา
เลยทางแยก ไปสุพรรณ ยันบางใหญ่                 มองออกไป ในหมู่บ้าน ย่านทางขวา
ลันทมนันท์ ขยันแล้วรวย ช่วยชาวนา                 ขนปุ๋ยตรา จระเข้ เตร่ตะลอน
ตัดสินใจ ได้แล้วเสร็จ เพชรเกษม                    เตรียมเติมเต็ม แอลพีจี มีสลอน
มีแก๊สปั๊ม ตลอดทาง ระหว่างจร                      ไม่เดือดร้อน ทุกข์ระทม ขับลมโชย
          ห้าชีวิต มีชีวา เจรจาจ้อ                      ปตท.ปั๊มข้างหน้า ถ้าหิวโหย
แวะสักหน่อย ตุนอีกนิด มิอิดโรย                    อยากได้โซ้ย โอยั๊วะ กลั้วลำคอ
เลาะเข้ากลาง ทางปิ่นเกล้า นครชัยศรี                บนวิถี มีจอแจ แย่จริงหนอ
ยวดยานแน่น แล่นพยุง พุ่งชะลอ                     ไม่กล้าจ่อ เพราะมือเก่า เฒ่าชรา
ผ่านพุทธะ มณฑล กุศลศานติ์                         เด่นตระหง่าน ศรีศากยะ พุทธศาสนา
โลหะสำริด ศักดิ์สิทธิสรวง ปวงเทวา                 ต่างบูชา ประณตกร ก่อนเดินทาง

ศาลายา มหิดล สกลเกริก                             บ่อนบุกเบิก เกริกฟ้า นภาพร่าง
สถาบัน แห่งบัณฑิต หลายทิศทาง                    ถูกสรรค์สร้าง ขึ้นมา ศึกษาไทย
ขรุขระหิน เหมือนบิลเลียด เฉียดเลาะชิ่ง            เกือบไร่ขิง วิ่งเบน เข้าเลนไหล่
ปั๊มน้ำมัน นั่นเซเว่น เบนเข้าไป                        ครีมไม่ใส่ ไหนคาเฟ่ อเมซอน
กาแฟดำ รสล้ำฤทธิ์ ร้านชิดใกล้                       เหลียวทางซ้าย ก็ไม่แปลก แบล็คแคนย่อน
เอสเพลสโซ่ โชว์ถวิล กลิ่นขจร                        จิบร้อนร้อน นอนไม่หลับ ขับตาวาว
ข้ามท่าจีน ถนนปิ่นเกล้า เข้านครชัยศรี               ใครว่ามี แต่ส้มโอ โอ้มีสาว
ผ่านทุกครั้ง ก็หวังลิ้ม ชิมทุกคราว                    ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย ด้วยจรรยา
นครชัยศรี เคยมีเพื่อน ฝังเตือนจิต                  ทำให้คิด ถึงเรื่องราว เศร้านักหนา
ครั้งก่อสร้าง ทางโค้ง ส่งวิญญาร์                      สิ้นชีวา เพื่อน วัลลภ จูฑะพันธ์
เคยกินเหล้า เมายา มาเที่ยวเตร่                      ไทยโทเร เทโทร่อน ครั้งก่อนนั้น
พบ ดำริห์ จงกลรัตน์ มัดใจกัน                       ผูกสัมพันธ์ กาลอดีต มิตรยืนยง
เราคิดถึง เป็นประจำ เพื่อนดำริห์                     ไร้ที่ติ เรื่องคุณธรรม งามสูงส่ง
ศรีราชา ไปหาได้ ดังใจจง                                      เราไปหลง ศรีราชา สักสี่ห้าวัน
          เสียงเจื้อยแจ้ว เจ้ากวาง ไม่ยั้งหยุด         แสบสุดสุด พูดจ้อ พอให้ขัน
แค่ปอสอง เจ็ดขวบกว่า เฮฮากัน                     แกขยัน อยู่บนรถ นั่งกดเกมส์
เป็นหลานแก้ว ตายาย ขอไปด้วย                     คงแค่ช่วย ให้คุณยาย ใจเกษม
ด้วยสาธิต เกษตรศาสตร์ จัดหยุดเต็ม                ให้เล่นเกมส์ หนี่งสัปดาห์ อย่างอแง
กลัวอย่างเดียว เสียวไส้ ร้องไห้จ้า                    บอกคุณตา พาให้ ไปหาแม่
หลอกรถตู้ ขู่ไว้หน่อย จะลอยแพ                    ถึงตอนแก ออกโกง คงจะมึน
ท่านปรีชา กับท่านเหลือ แกนั่งหลัง                  หัวร่อดัง ได้ฟังดู หูระรื่น
เริ่มสนุก ความทุกข์หาย กลับคลายคืน               แกหวังมึน ให้มอดไหม้ แถวชายเล

ส่วนนงเยาว์ เข่าห้อย กวางน้อยทับ                   นั่งขยับ เอาใจหลาน ไม่หันเห
เสียงกำชับ กวางรับได้ ไม่โยเย                       แต่กลเก ของแก มิแปรไป
          ผ่านองค์พระ ประโทน มีมนต์ขลัง          เมื่อหนหลัง ครั้งนงเยาว์ เขาใกล้ชิด
สร้างลูกศิษย์ มิตรครู ผู้รู้ใจ                           อาจารย์ใหญ่ ใกล้ชิด สนิทกัน
สอนสิบปี มีเงินเดือน เป็นเพื่อนสนิท                แม้น้อยนิด ก็เต็มใจ ไม่แปรผัน
การเดินทาง แสนยาก ลำบากครัน                    ทุกวี่วัน สอนอ่านเขียน นักเรียนไทย
วัดทรงธรรม กัลยาณี ศรีพระศาสน์                   พุทธบริษัท ศาสนาพุทธ วิสุทธิ์ไสว
งามแม่ชี งามจริง งามหญิงไทย                       งามหัวใจ งามศาสนา ศรัทธาธรรม
วกทางซ้าย ส่ายตามอง จ้องทางขวา                  มั่นศรัทธา มหาเจดีย์ ศรีสยาม
ยอดเจดีย์ สีเหลืองทอง ผ่องแวววาม                คู่อาราม พระปฐม บรมเจดีย์
องค์พระร่วง โรจนฤทธิ์ สถิตประทับ                 งามเงาวับ อยู่เบื้องหน้า สง่าศรี
พระโปรดเกตุ ประเทศสยาม งามบารมี              ผ่านทุกที วันทา ผาสุกใจ
ว่ากันว่า พระพุทธเจ้า คราวเผยแพร่                  พระศาสน์แผ่ คนพ้นทุกข์ สุขแจ่มใส
นครรัฐ ศาสน์รุ่งเรือง ประเทืองวิไล                  ยุคศรีวิชัย ได้สัมผัส พระสัจธรรม
          เหลือบหันมอง จ้องแก๊สจุด ผุดกระพริบ  จะต้องรีบ อัดเสริม เติมให้หนำ
จะอย่างไร ต้องได้พึ่ง ถึงชะอำ                       แต่ต้องหม่ำ ตามทาง ให้ท้องตุง
สองพันกว่า คราก่อนเก่า เราเหลืองบ                จ่ายสมทบ เป็นหมื่นกว่า ไม่น่ายุ่ง
จะกินปู กินหอย อร่อยพุง                            แม้ถือถุง พะรุงพะรัง กลับโรงแรม
ก่อนให้รถ อิ่มถัง ยังมีแหล่ง                          แวะออมแรง ข้างทาง เป็นของแถม
ไอศกรีม สักถ้วย มาช่วยแนม                         อะร้าอะแหร่ม เรืองรอง นมหนองโพ
ฟาร์มหนองโพ โคนม ขอชมหน่อย                   หวานอร่อย กว่านมเก่า ที่เฉาโฉ่
แต่นมนาน กาลกาเล นั้นเฉโก                        กลิ่นอับโอ่ โธ่นมนาน ยานโตงเตง

เห็นเปิดนม ที่หนองโพ โอ้ยิ่งรัก                      อยากชมนัก นมน้อง ว่าต้องเจ๋ง
บีบสักนิด รีดลงถัง นั่งร้องเพลง                      วัวจะเกร็ง เล็งหญ้าเขียว เสียวเสียจัง
ผ่านโพหนอง ต้องแวะปั๊ม เข้าทำกิจ                  เติมแก๊สติด เครื่องต่อไป ให้เต็มถัง
มิเสียดาย จ่ายทันที เพราะมีตังค์                     แคชเชียร์สั่ง นั่งนับ ให้ขับลุย
นิสสันเก่า แก่กว่ากวาง เด็กนั่งหน้า         แต่วังชา แน่จริง วิ่งฉลุย
เสียงเดินเบา ไม่เข้ากวน คนชวนคุย                  ยังโกยกุย ลุยถนน ไม่บ่นเลย
มองเพลินป้าย รายเรียง เคียงถนน                   ติดกันจน เปรอะเปื้อน ยังเบือนเฉย
กรมทางหลวง น่าใส่ใจ ใยเฉยเมย                    กินซะเคย เลยรุงรัง ช่างหัวมัน
ค่อยคืบคลาน ผ่านป้าย หลากหลายบอก             เห็นทางออก โพธาราม ตามที่ฝัน
ปล่อยจิตใจ ให้นึกถึง ซึ้งผูกพัน                      คิดถึงวัน ยามรัญจวน หวนคำนึง
เคยแต่งกลอน อาวรณ์ไว้ ในเพลงกล่อม             ยังไม่พร้อม จะบรรเลง เพลงคิดถึง
โพธาราม ในยามนั้น ฝันตราตรึง                      ความลึกซึ้ง พึงฟังดู จะรู้ใจ
          “สนธยา ฟ้าแม่กลอง มองเหมือนฝัน      สรวงเสกสรร ให้ได้สม ชมชิดใกล้
เกร็ดนที ฉาบสีทอง ฟ่องกระจาย                    เงาแมกไม้ สยายโชยพุ่ม ชอุ่มงาม
ดวงสุรีย์ สาดสีไสว ใสบริสุทธิ์                         ประกายผุด ฉุดฤทัย ให้วาบหวาม
ให้หวนคิด ชิดประคอง น้องคนงาม                  โพธาราม ฉ่ำฤดี มิมีเลือน
เพลินภิรมย์ ชมสายัญห์ วันใกล้น้อง                  สุขแม่กลอง คล้องดวงใจ หาใดเหมือน
จากแสนไกล โพธาราม เฝ้าตามเตือน                คลื่นคลอเคลื่อน คุ้งโค้ง สรงสายชล
โอ้คนสวย โพธาราม ยามพี่จาก                       พี่วอนฝาก พ่อหลักเมือง เรืองกุศล
ประสิทธิรัก ประจักษ์ใจ ให้คนจน                    ชื่นกมล ดื่มสุโข โพธาราม”
แล้วนำกลอน ไปดัดแปลง แต่งกลอนใหม่           ทำนองใส่ ไว้เพราะพริ้ง ยิ่งหวือหวาม
เมาเมื่อใด คงจะต้อง ร้องคำราม                     คอยติดตาม แล้วอย่าลืม มาดื่มกัน
         
รถละล่อง แล่นลิ่ว ทั้งฉิวเฉื่อย              ขับไปเรื่อย ราชบุรี ที่ทางผัน
ไฟฟ้าซ้าย เลี้ยวบายพาส ลัดไปพลัน                  ผ่านซอยบ้าน เพื่อนรัก คือดำรงค์
ถึงสามปี ที่เดินยาก ลำบากขา                         ผลจากผ่า เส้นสมอง ต้องไหลหลง
ณ.วันนี้ ดีขึ้น ยืนได้ตรง                               ลูกคอส่ง สั่นเสนาะ เพราะเสียงเพลง
สงสารแอ๊ว แกร่วเฝ้า เอาใจใส่                        คนรู้ใจ ใฝ่ถนอม กล่อมได้เก่ง
พอใกล้งวด ไม่ปวดหัว มีตัวเก็ง                      ถูกโต๊ดเต็ง ตูมตาม ได้เงินตรา
ออกบายพาส ลัดปากท่อ จ่อเขาย้อย                 เร่งนิดหน่อย ค่อยค่อยเบน ออกเลนขวา
ขับเหมือนแข่ง แซงสามล้อ ห้อยาตรา                กรณิการ์ ร้านอาหาร ถือจานคอย
          คุณพิชัย กฤษณา ล่วงหน้าก่อน             คงพักผ่อน ย่อยอาหาร ย่านเขาย้อย
ร้านป้าล้วน ชวนเปิบ เปิดหม้อคอย                   รสอร่อย คอยบริการ ให้ท่านชิม
สองคู่ขวัญ อาหารง่าย ใช่เรื่องยุ่ง                     เพียงเต็มถุง ตุงท้อง ร้องว่าอิ่ม
แกเปิดหม้อ ขอเอาปลา มาลองชิม                   พอเปรมปริ่ม โอชา ก็ลาจร
          ราวเที่ยงครึ่ง ถึงร้าน แวะทานข้าว           รวมมื้อเช้า เอาให้พูน ตุนไว้ก่อน
ส่วนมื้อเย็น เห็นห่างไกล ไม่แน่นอน                 คิดพักผ่อน กรณิการ์ นานมาที
อาหารป่า โอชาชาด จัดว่าเด็ด                        ทั้งผัดแกง แรงรสเผ็ด เด็ดสะระตี่
ไก่ปลาครบ กบเก้งกวาง ทุกอย่างมี                  อิ่มทุกที ถามน้ำย่อย อร่อยมัน
เห็นหลานกวาง วางจาน ทานข้าวเปล่า               หลานรักเรา กินง่าย ใช่หลานฉัน
ผอมกระหร่อง กร้องเกร้ง เก่งทั้งวัน                เรียนอยู่ขั้น พอไหว ลืมได้เลย
ชอบวาดภาพ จับหนังสือ ขึ้นถืออ่าน                 สมาธินาน แน่วแน่ แกนิ่งเฉย
สอบเอ็นทรานส์ เข้าสาธิต ได้ชิดเชย                 เก่งจังเลย นักอ่าน หลานตายาย
          พอท้องอิ่ม เดินริมน้ำ ทำให้ย่อย            มองปลาน้อย ลอยตัว เห็นบัวสาย
ถุงน้ำดี ออกตีย่อย ค่อยสบาย                        ทำละลาย เนื้อหมู และปูเค็ม

แล้วถอยหลัง ตั้งลำ ชะอำมุ่ง                          เอิบอิ่มพุง พยุงทาง อย่างข้นเข้ม
เห็นรถรา จราจร ค่อนข้างเต็ม                        ยังปรีเปรม เพราะขาไป เหมือนไก่บิน
ป้ายแมคโคร โผล่ข้างหน้า พาใจหวน                 เคยชักชวน แวะไปชม สมถวิล
ซื้อผักปลา ห้าหกถุง ไปปรุงกิน                       ครั้งเยือนถิ่น แม่คะเมย ที่เคยมา
ทัวร์คราวนี้ มิได้ไป ขอให้เฉย                         แม่คะเมย อย่าเฉยแฉะ จะแวะหา
มีโอกาส วันใด จะได้มา                               จะกินปลา จากแหล่ง แก่งกระจาน
แลเห็นป้าย ฟลายนาว คือเอาท์เลท                  ต่างประเทศ ลดภาษี ที่สถาน
วิลเลี่ยมเบิร์ก อเมริกา แต่ช้านาน                     มองตาลาน สินค้าขาย มีหลายแบรนด์
มิไกลโพ้น โน่นเขาวัง ตั้งตระหง่าน                   นั่นของหวาน ตาลโตนด สดใสแสน
นี่ร้านค้า คอยทัวร์ จากทั่วแดน                        นั่งคอยแฟน อยู่หน้าร้าน หวานลออ
กินของหวาน หวั่นว่าเบา เราจะหวาน                อยากกินตาล กลัวตกตาล หวั่นใจหนอ
มองอะไร ก็ไหวหวั่น ถูกบั่นคอ                      เกรงบังตอ ที่ตามติด อยู่ชิดกาย
ส่วนพี่เหลือ พี่ปรีชา ยังหน้ารื่น                       คุยชื่นมื่น กลืนหัวเราะ กันงอหาย
โสดพี่เหลือ ไม่โสดเสีย เพราะเมียตาย               โสดปรีชา น่าเสียดาย เมียไม่มา
          มองทางขวา มีเขาใหญ่ บันไดอิฐ           แหล่งสถิต ศักดิ์สิทธิ์กุศล มนต์คาถา
หลวงพ่อเจริญ หลวงพ่อแดง แห่งศรัทธา           เกี่ยวพันมา ถึงตากสิน ปิ่นโปรดไทย
แลเผินผาด ทางหาดเจ้า เคยเข้าพัก                  ไม่ไกลนัก แต่อยากรู้ ว่าอยู่ไหน
แยกบ้านลาด ตลาดกลาง ครั้งเคยไป                 มิร่ำไร ก็ขับมา ถึงท่ายาง
มองเทือกเขา ยาวยืด ไม่มืดม่าน                     เขียวตระการ ตระหง่านตั้ง ทั้งสองข้าง
เคยขับเลาะ เคาะเคี้ยว ลดเลี้ยวทาง                  งามสะพรั่ง พงไพร พนาวัลย์
          086 331 1121                            ปื๊ดโทรถึง เข้าที่หมาย ใคร่บอกฉัน
ตอบท่านไป ว่าไม่ช้า จะพบกัน                        โทรถามพลัน จอดรถได้ ใต้โรงแรม

โกลด์เด้นบีช ชิดชายหาด อากาศโปร่ง               จมูกโล่ง สุขโข โอโซนแถม
ออกจากลิฟท์ ชั้นสิบสอง ของโรงแรม               ประตูแย้ม หนึ่งสองหนึ่งสาม ห้องงามครัน
แม้เตียงเดียว นอนสาม ก็ตามเถิด                   อย่าได้เกิด สิ่งร้าย แม้ในฝัน
วอนเจ้าที่ มาคุ้มครอง และป้องกัน                   ขออาศัย สักสามวัน กับสองคืน
ออกระเบียง เฉลียงห้อง มองทิวสน                 เหม่อกมล ดลให้คิด จิตใจชื่น
ลมทะเล เปลไกว ใบสนยืน                            เคล้ากับคลื่น สีเงิน นั่งเพลินชม
ทะเลไกล เรือตังเก หันเหออก                       เหมือนจะบอก ให้เรารู้ สู่ใจสม   
ออกทะเล ไปทั้งคืน โต้คลื่นลม                       เสียงระงม โหมลั่น เครื่องปั่นไฟ
นกชะอำ ประจำถิ่น บินถลา                           เกาะหลังคา ท้าลม ชมแมกไม้
มันบินเรียง เคียงคู่ อยู่ไม่ไกล                        มันอยู่ใต้ ต่ำกว่า ที่ข้ามอง
ข้ามิอยู่ ชั้นสิบเก้า เจ้าก็ต่ำ                            ที่ชะอำ ข้าอยู่กัน ชั้นสิบสอง
เจ้าอย่าหนี บินไปไหน ให้ข้ามอง                     เดี๋ยวข้าต้อง จากเจ้าไป หาดทรายงาม
          จวนเวลา นัดหมาย ลงใต้ถุน                สั่งล้อหมุน อย่าให้ส่าย ตอนบ่ายสาม
รวมเบ็ดเสร็จ เจ็ดชีวิต ขับติดตาม                    เลาะหาดงาม ชะอำเหนือ เพื่อชมวิว
สุคนธา สง่าเรียง เคียงซีบีซ                           แนวร่มปิด บังแดด จะแผดผิว
มีลมโชย โบยคลื่น ระลื่นปลิว                          สนแถวทิว ลิ่วละล่อง ต้องลมโชย
รอเปิดท้าย ขวดโซดา สุราเหล้า                       เสียงกระเส่า จากปรีชา ท่าหิวโหย
ส่วนลุงเหลือ แกเหนือกว่า ไม่ว่าโวย                  ทำใบ้โบ้ย โหยหา ปูปลาเป็น
ขับระย่อ พะนอถนน จนสุดหาด                      มีตลาด ท่าทะเล ให้แลเห็น
ถนนรู ขรุขระ น่ารำเค็ญ                               มีก้อนหิน กระดอนกระเด็น เป็นก่ายกอง
สวนอาหาร ชานทะเล อยู่ริมหาด                     ราคาตลาด ติดรายลอย คอยสนอง
ในบ่อปลา กุ้ง หมึก ยืนตรึกตรอง                    ขอต่อรอง สินค้า ข้าอยากกิน

ฝ่ายลุงเหลือ เชื่อชาญ ชำนาญเบ็ด          แลเห็นเกล็ด ปลากะพง อย่างทรงศิลป์
แกกดท้อง มองเหงือก เลือกของกิน                ส่ายหน้าหิน หุนหัน ยืนยันโน
ระเคืองคาง นางตา ทำหน้ามุ่ย                        ฟังเสียงคุย แกค่อนข้าง นางโมโห
ผมสั่งนึ่ง ปูตัวงาม สามกิโล                           พาทูโก เอาไปแกะ เพื่อแทะเล็ม
ปื๊ดกับปุ๊ มิอยู่ช้า พาเข้าร้าน                           ริมสายธาร ทะเลคลื่น ชื่นเกษม
ทุกเมนู ดูว่าดี คงปรีเปรม                             ได้เติมเต็ม ด้วยปูนึ่ง รสถึงใจ
          ซุ้มพื้นทราย ชายหาด สะอาดสะอ้าน        สวนอาหาร ชมวิว ลมปลิวไสว
ถึงมีแดด แผดพรู ระอุไว                              ทุกดวงใจ เย็นยะเยือก เลือกเมนู
ขวดแก้วจาน รานเรียง อยู่เคียงชิด                   ปลอดสลิด กบเก้งไก่ และไร้หมู
มีแต่กุ้ง หมึกปลา ฉ่าหอยปู                           อย่างที่รู้ คู่เขากวาง ตั้งประคอง
สุดปัญญา สาธยาย ให้ละเอียด                        ความละเมียด ละมุนละไม ชายทั้งสอง
ใช้นิ้วคน วนน้ำแข็ง แสงสีทอง                        ยกประคอง กลั้วคอ จ้อสะบึม
คงสะใจ นายปรีชา พานายเหลือ                      สุดจะเชื่อ เมื่อเห็นท่าน นั้นปลาบปลื้ม
อดีตกาล ผ่านมาแล้ว ไม่แคล้วลืม                    ซานซ่านซึม ไซร้ซอน สุดสรวงทราย
เคล้าคลื่นซัด หาดสวย ฟังซู่ซ่า                        มีแม่ค้า แบกของ แซ่ซ้องขาย
เดินระเหี่ย คงเพลียแดด แผดเผากาย               หารายได้ ในทางถูก ส่งลูกเรียน
มีบริการ ด้วยม้าแกลบ แนบชายหาด                 ม้าฉลาด แต่ต้องคุม กุมบังเหียน
ชื่อศรราม  ตามเวียนวน ขนหลังเกรียน              จนอาน เลี่ยน เปลี่ยนเป็นหญ้า ขี้ข้าคน
ใช่ม้าแข่ง ราชกรีฑา ม้ามีชั้น                          วิ่งแข่งกัน เข้าเส้นชัย ให้สับสน
เบียดกระแทก แปลกกติกา ถ้าเกิดชน               ออกเดินวน ให้คนชม ก่อนชิงชัย
เสียเหงื่อแหลก แลกกับหญ้า หาเลี้ยงชีพ            เท้าหน้าตั้ง เท้าหลังถีบ กีบสั่นไหว
วิ่งไม่ดี อาจโดนโด๊บ สลบใน                          วิ่งไม่ไหว คงไม่เหลือ ทำเนื้อเค็ม

ทหารม้า ไม่กินม้า เจ้าอย่าหวัง                       หัวใจตั้ง เติมไว้ ให้ข้นเข้ม
มิใช่โคตร แห่งคน ใจข้นเค็ม                          รุมแทะเล็ม ยอดหญ้า แย่งม้ากิน
มองนางแอ่น แล่นโผน อยู่บนฟ้า                     ทำทีท่า ลังกาเผ่น เป็นสีศิลป์
ตลอดวัน ดั้นฟ้า มาโบยบิน                            ไม่เกาะหิน ให้ข้าเห็น เป็นบุญตา
มองเรือกล้วย ย้วยย่าง นั่งประมาท                   เทกระจาด จ่อมจม ล้มแล้วหนา
ส่งดังก้อง ท้องทะเล เสียงเฮฮา                       กวนหมู่ปลา ที่แหวกว่าย ฝั่งสายชล
          เมื่อแสงแดด แผดเผา เข้าใต้ซุ้ม            ชักเริ่มแรง ร้อนรุม เข้าขุมขน
อิสรภาพ เปลี่ยนปรับใหม่ ไปปะปน                  กับผู้คน และดนตรี ฟังปี่กลอง
เขาสนุก ปลุกใจ ให้เสือป่า                            เพลงนำพา เร้าใจ หายหม่นหมอง
ชงแผ่วเบา นั่งดู ชูประคอง                            ฟังนักร้อง หญิงชาย ส่ายบรรเลง
เมื่อเนิ่นนาน ผ่านพ้น จนแดดหุบ           มองรายรูป แต่ละร่าง ยังกร่างเก่ง
หน้าที่แดง กลับเป็นดำ น่ายำเกรง                    อึ่งอ่างเบ่ง ใหญ่กว่าช้าง ช่างน่ากลัว
ด้วยเจ้ากวาง ห่างแม่ แกคงเบี้ยว                     เริ่มหวาดเสียว เดี๋ยวกลับแน่ แม่ทูนหัว
อย่าห่วงใย ให้ตาดื่ม ไม่ลืมตัว                        แกพันพัว กลัวแกร้อง ต้องเลิกรา
รอพรุ่งนี้ มีใหม่ ไม่เห็นแปลก                        เพียงคืนแรก อย่าเพิ่งโถม โหมหรรษา
หลับเอาแรง รอหลานลูก จะบุกมา                   สี่คุณตา สองคุณยาย สลายวง
          เป็นคืนแรก นอนโรงแรม เลยหลับปุ๋ย      สิ้นเสียงคุย กรนฟุตฟิต จิตไหลหลง
อาหารเช้า เขาทำเสร็จ ตอนเจ็ดโมง                  จะต้องลง ไปบุฟเฟต์ ไม่เรรวน
แต่ไม่ลง ตรงเวลา เห็นจ้าแดด                        ในราวแปด โมงปาย ให้หันหวน
สี่พระหน่อ รอไม่ไหว ใจรัญจวน                      คงผันผวน ทวนหลายครั้ง แล้วนั่งรอ
ฉันไปถึง บึ่งเข้ามอง กองบุฟเฟต์                    แล้วเดินเกร่ กรีดกราย น้ำลายสอ
เปิบไข่ลวก จวกไข่ดาว เข้ากลั้วคอ                   แล้วเติมต่อ ขออีกด้วย ถ้วยกาแฟ

ส่วนหลานกวาง นั่งหม่ำ นำซีเรียล                    ใส่ผสม นมขาวเนียน จนเอียนแปล้
ยินเสียงโทร จากเฮียช้าง ตั้งตาแล                    พอเจอแม่ แกปลาบปลื้ม ลืมยายตา
หนึ่งกับช้าง เดินทางเช้า เข้าพำนัก                   แต่ต้องควัก ค่าเตียงเดี่ยว เขี้ยวจริงหนา
จ่ายหกร้อย ถ้อยถาม ตามราคา                      อยู่กันห้า แค่ห้องเดียว เดี๋ยวก็ไป
          ในภาคเช้า เจ้าแดรกคูล่า ตามันหลับ       ยิ่งนอนพับ พักพิง ยิ่งตาใส
วิญญาณสรวม รวมพลัง เตรียมตั้งใจ                 หนทางไกล ยังยืดยาว เคล้าสุรา
ในตอนสาย ให้สองหลาน ไปลงน้ำ                   ปล่อยผุดดำ แหวกวน จนหรรษา
ส่วนเจ้าหนึ่ง เขาเฝ้าลูก สุขอุรา                       ขาดป๊ะป๊า ไม่เป็นไร ใจอดทน
          เหนื่อยทายาท ขาดแคลน แสนสาหัส       ธรรมชาติ สร้างไว้ ไม่ต้องบ่น
สอนไว้ว่า เกิดทั้งที ที่เป็นคน                          ความอดทน และสัตย์ซื่อ คือคนดี
พวกหมู่ก๊วน ชวนกันฟิต คิดวางแผน                 สุดยากแสน ที่จะเจาะ ให้เหมาะที่
ออกสำรวจ ตรวจดู ให้รู้ดี                             คงเป็นที่ กัปตันยวด นั่งรวดเดียว
หลังสำรวจ ตรวจถี่ ไม่มีแล้ว                          ขับตรงแน่ว มั่นใจแน่ แค่ประเดี๋ยว
ถึงที่เก่า ก่อนเวลา ท่าปราดเปรียว                    ใกล้นิดเดียว ที่ติดกัน เมื่อวันวาน
เรื่องปูนึ่ง ไอ้หนึ่งมัก อยากจะลิ้ม                    ขอลองชิม น้ำจิ้มสด รสซาบซ่าน
จึงสั่งปู ร้านยายตา เอามาทาน                        เหมือนเมื่อวาน แต่ครั้งนี้ สี่กิโล
          เกิดเรื่องเปลก แต่ว่าจริง หญิงแม่ค้า       ดูหน้าตา วันวานนี้ มีโมโห
แต่วันนี้ คุยด้วย แถมช่วยโว                           เลยเปิดโซ ปนเบนมอร์ รอนึ่งปู
บริษัท จัดหินใหญ่ ให้กั้นขวาง                        ปิดเส้นทาง เข้าออก น่าอดสู
ต้องสามล้อ ร้านกัปตัน เจาะผ่านรู          เรื่องนึ่งปู เผาหอย คอยเกือบมึน
กัปตันยวด ซีฟู๊ด เกือบสุดหาด                       มีตลาด ท่าทะเล ตังเกขึ้น
เสียงน้ำซัด หาดฝั่ง ดังครื้นครืน                      เหมือนหยิบยื่น หรรษา ให้ข้าชม

ถนนพุ่ง มุ่งทะเล ตังเกจอด                           สมอทอด รายเรียง คู่เคียงสม
สมอเกา เรือลอย เมื่อถูกลม                          เรืออาจจม ลมพายุ ที่ดุดัน
ทะเลโหด ขึ้นเมื่อใด ใจสยอง                         นั่งเหม่อมอง ท้องสมุทร ดุจดังฝัน
ทะเลงาม ธรรมชาติ ผุดผาดพรรณ                   สุขนิรันดร์ ทุกข์หฤโหด อย่าโทษทะเล
มองเรือโยง พ่วงยาว จะเข้าฝั่ง                       บรรทุกอะไร สักอย่าง ยังไขว้เขว
เป็นสินค้า ขนส่ง ลงทะเล                             จึงโมเม นั่งมอง ลองทำนาย
เสียงเจรจา ของป้าเล็ก นั้นลุ่มลึก                     หอบปลาหมึก มาหลายถุง มุ่งจะขาย
เจอคนเมา เหมาหมด โคตรสบาย                    แกจากไป ด้วยรอยยิ้ม อิ่มปรีดา
โต๊ะอาหาร ทานเต็มที่ มิได้เบื่อ                       เห็นพี่เหลือ ชอบชะมัด ปลาผัดฉ่า
คุณพิชัย ใจสนุก ทุกเวลา                              คุณปรีชา โซดาเปิด ล้ำเลิศชง
เขียนเรื่องคุย อย่างลุยถั่ว กลัวยืดเยื้อ                ผู้อ่านเบื่อ ถอดใจ ไม่ไหลหลง
ใกล้ชิงพรบ สุริยา จะอัสดง                           แผนนั่งชง กันในห้อง ของโรงแรม
          ปล่อยสามหนุ่ม มุมป้าน ทานในห้อง        หัวเราะก้อง ห้องเคียง ยินเสียงแหลม
เปิดขวดลิตร ขึ้นมาขู่ ใช้ปูแนม                        เป็นกับแกล้ม แนมข้าวผัด อัดเต็มพุง
พูดโขมง โฉงเฉง นักเลงเก่า                          ปรีชาเล่า ผกผัน พันกันยุ่ง
เป็นพันธะ ละความหลัง ติดนังนุง                    เล่ายันรุ่ง คงไม่จบ ได้ครบครัน
ไม่ต้องตาม ปล่อยสามหนุ่ม ราวตีหนึ่ง               เริ่มนึกถึง ที่นอน ขอผ่อนผัน
จึงอำลา เพื่อนรัก จากไปพลัน                        ยังไม่ทัน หันหลัง เสียงดังกรน
คุณปรีชา ลังกาหลัง บนตั่งฟูก                        ลุงเหลือปลุก เท่าไร ก็ไม่สน
เสียงคร๊อกฟี้ นี่เรือเกลือ หรือเรือยนต์              มาวิ่งวน เฉวียนฉวัด บนหาดทราย
          อาหารเช้า เฝ้ารอ พ่อหน่อเนื้อ             ปรีชาเหลือ คงหลับหลง ลงมาสาย
อิ่มทีหลัง ดังกว่า ตีหน้าอาย                          อิ่มสบาย ในรสชาติ ไม่ขาดทุน

กระเป๋าถุง รุงรัง วางไว้หนา                           ได้เวลา สามโมง ลงใต้ถุน
ตรวจรถรา อย่างรอบคอบ พร้อมขอบคุณ           ขยับหมุน วงล้อ ห้อกลับกรุง
ปิคอัพหนึ่ง นำน้องกวาง กับช้างแก้ว                 ขับไปแน่ว ส่วนตัว กลัวเรื่องยุ่ง
คงเล่นเกมส์ กันอิ่มหนำ ด้วยซัมซุง                  ขอฝากถุง ฝากกระเป๋า แบกเอาไป
ปื๊ดกับปุ๊ มีธุระ กะไม่แน่                               เวลาแท้ แน่นอน จะอยู่ไหน
คงจะแถว ท่ายาง ต้องย่างไป                         นัดกันไว้ เรื่องตู้เย็น อาจซ่อมยาว
อีซูซุ ปุ๊ปื๊ด อาจยืดยาด                                 เวลาพลาด นัดผิด คิดแล้วหนาว
ก็ต่างคัน ต่างรถ หมดเรื่องราว                       ก็ตียาว พบกัน ที่เมืองกรุง
ในนิสสัน ซันนี่ สีชีวิต                                  เครื่องยนต์ติด ไม่วุ่นวาย ที่หมายมุ่ง
ถ้าถึงเที่ยง ที่ท้อง จะต้องตุง                          เพื่อผดุง ให้รุ่งเรือง ก่อนเลิกรา
เพราะวันเสาร์ มักขับสวน บนเพชรเกษม            วางทิศเข็ม เต็มใจ มุ่งไปหา
เมืองสมุทร สงคราม ตามหาปลา                     ร้านโอชา เชยกลิ่น ถิ่นแม่กลอง
ลือกันว่า โอชารส ปลาสดแน่                          รสไม่แพ้ เชียรชวนชิม อิ่มสนอง
คุณนงเยาว์ เขาเห็นด้วย ช่วยปรองดอง              อยากทดลอง ของดี ฉี่ปลาทู
          ทัวร์ชะอำ นำมา ถึงขากลับ                  ป้ายต้อนรับ ให้เข้าร้าน หนมหวานหรู
มีแม่นั้น แม่นี้ เว้นอีลู                                  ชื่อหลากหลาย มองดู ล้วนลอลิง
อยากลองลิ้ม รสหวาน ลูกตาลเฉาะ                  คงไม่เหมาะ เจาะจุด รถหยุดนิ่ง
เพชรบุรี มีน้ำตาล ที่หวานจริง                        โอ้แม่หญิง ช่างฉอเลาะ เหมือนเฉาะตาล
ถึงปากท่อ ท่อวาง เป็นทางน้ำ                        ถ้าท่อดำ น้ำดำ ทำร้าวฉาน
ถ้าท่อแตก น้ำแตก คงแหลกลาญ                    ท่อทนทาน คงทนหนอ ท่อน้ำใจ
พอถึงเพล เป็นเวลา น่าวาบหวาม                    สมุทรสงคราม ถึงแล้ว มองแก้วใส
เจ้าเบนมอร์ มาเข้าฝัน ในทันใด                      เลี้ยวรถไป โรงเรียนคริสต์ รั้วติดซอย

ริมแม่กลอง มองลึกซึ้ง ถึงที่ร้าน                      คนกล่าวขาน ร้านครูหมู ดูอร่อย
รสเสน่ห์ ปลายจวัก ตักไว้คอย                        คนทยอย ยุ่บยั่บ เข้าจับจอง
กรรเชียงปู ทูฉี่ ผัดเก๋าฉ่า                             ครั้งนี้มา ท่าขยิ่ม ต้องอิ่มท้อง
เข้าผิดร้าน เคยมาแล้ว แถวแม่กลอง                 ขอลิ้มลอง จนท้องแปล้ สดแน่นอน
          ก่อนอำลา หาของฝาก จากท้องถิ่น         คิดเรื่องกิน ของพวกเรา เอาไว้ก่อน
จะกล่าวคำ อำลา ใจอาวรณ์                           คิดถึงตอน ถอนเบนมอร์ จนเกือบเมา
ไอ้ตัวฉัน นั้นพลขับ รับไม่ได้                          เจ้าสองหนุ่ม จะเมามาย ใช่เรื่องเขา
เสียงกรนครอก เหมือนบอกว่า ข้าไม่เมา            ถึงบ้านเรา ต่อเจ๊ไข่ ไปด้วยกัน
ผ่านทุกครั้ง ขามา พระรามสอง             หันไปมอง ก็จำได้ มิใช่ฝัน
รถบรรทุก ดอกลูกเกลือ ไปเต็มคัน                  ขับสวนกัน ชุลมุน แลวุ่นวาย
โน่นเมฆา เขียวชอุ่ม เป็นกลุ่มก้อน                   ลมพัดย้อน มาหา น่าใจหาย
น้ำจะนอง รถต้องลื่น แต่ชื่นสบาย                    ฉ่ำหัวใจ ซึ้งทรวง ดวงกมล
เสียงลูกสาว เขาโทรบอก ว่าถึงบ้าน                  ส่วนพวกฉัน ยังเสี่ยงภัย ในถนน
แถวทางด่วน ปั่นป่วนแสน แน่นยานยนต์             ตัดใจวน เปลี่ยนหนทาง บางบัวทอง
โอ้ขวัญเอ๋ย ขวัญมา พาเอาฝน                        เป็นทิพยมนต์ ม่านน้ำ ฉ่ำสนอง
บนเส้นทาง พร่างพรำ เหมือนลำคลอง               นิสสันต้อง เปียกปอน อ่อนฤดี
ตัดสินใจ ได้ถ่องแท้ แก้ปัญหา                        เจ้าพระยา สะพานข้าม พระรามสี่
แม้ปากเกร็ด ติวานนท์ ฝนยังมี                       กลุ่มเมฆี ชักสิ้นแรง เห็นแสงทอง
แสงสุรีย์ ชักเริ่มรอน ตอนถึงบ้าน                    ช่วยจัดการ กับกระเป๋า และข้าวของ
สามพระหน่อ ต่ออีกแล้ว แก้วเป็นฟอง              ไปนั่งถอง ปิดฉากทัวร์ ไว้ชั่วคราว
          ปิดนิราศ หาดชะอำ นำสนอง                วันสอดคล้อง พระภูมิพล พระล้นเกล้า
พสกนิกร รับเสด็จ ดังเพชรพราว                     สองผ่านเผ้า พระพักตร์ใส ไกลกังวล
วันที่หนึ่ง สิงหา เรามาด้วย                            บารมีช่วย ผสมผสาน พระราชทานกุศล
เก็บแฝงเร้น เป็นทรงจำ ด่ำกมล                      เราทุกคน ล้วนถวาย ใจบูชา
องค์พระแม่ ราชินี สิริกิติ                              ทุกสารทิศ ทะเลโพ้น แผ่นภูผา
มิเปรียบปาน ปกเกศ พระเมตตา                     ขออาราธนา สองพระองค์ ทรงพระเจริญ
และวันนี้ ที่สิบสอง ของสิงหา                         กราบบูชา พระเทพไท้ ใจสรรเสริญ
องค์พระสยาม ผู้งามเลิศ โปรดเทิดเทิน              ธ.เจริญ ชนมายุ ยิ่งยืนนาน

                                               
พลตรี .......................................................
                  ( วิเชียร   ชูปรีชา)
                                                                12  สิงหาคม  2556